ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 23/2564
ศาลปกครองเพชรบุรี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดเพชรบุรี
ศาลผู้รับความเห็น
จ่าสิบตรี ป.
ผู้ฟ้องคดี
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาชะอำ กับพวกรวม 2 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2551 มาตรา
คดีนี้ จ่าสิบตรี ป. ยื่นฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาชะอำ ที่ ๑ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี ที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ว่า
ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ตามหลักฐาน ส.ค.๑ ที่ดินดังกล่าวบรรพบุรุษของผู้ฟ้องคดีครอบครองทำประโยชน์เป็นที่บ้านและที่สวนมาตั้งแต่ก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดินมีการครอบครองทำประโยชน์สืบต่อกันมาจนตกเป็นมรดกแก่ผู้ฟ้องคดีจนถึงปัจจุบัน ต่อมาผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายสำหรับที่ดินแปลงดังกล่าว แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีคำสั่งยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีคำวินิจฉัยยืนตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การว่า ที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีขอออกโฉนดที่ดินเป็นที่สาธารณประโยชน์ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดินได้ และการที่ผู้ฟ้องคดีนำหลักฐานแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค. ๑) มายื่นขอออกโฉนดที่ดินภายหลังวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกโฉนดที่ดินให้ได้ต่อเมื่อศาลยุติธรรมได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดว่าเป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยชอบ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้ผู้ฟ้องคดีจะฟ้องคดีโดยตั้งรูปเรื่องตามคำฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินของผู้ฟ้องคดี และขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ยืนตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทมาตั้งแต่ก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดินต่อเนื่องและตกเป็นมรดกแก่ผู้ฟ้องคดีจนถึงปัจจุบัน แต่ผู้ฟ้องคดีมิได้อ้างเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งประการอื่น นอกจากการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาท อันแสดงให้เห็นว่าผู้ฟ้องคดีประสงค์จะให้ศาลคุ้มครองและรับรองสิทธิของตนในที่ดินพิพาทเท่านั้น เมื่อปัญหาว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองหรือเป็นที่สาธารณประโยชน์เป็นปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ประกอบกับผู้ฟ้องคดีอ้างว่าได้ครอบครองที่ดินพิพาทต่อจากบรรพบุรุษที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์อยู่ในที่ดินอันเป็นเวลาก่อนที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับในปี ๒๔๙๗ ซึ่งมาตรา ๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้การออกโฉนดที่ดินในกรณีดังกล่าวโดยใช้หลักฐานการแจ้งการครอบครองเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับ จะทำได้ต่อเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดของศาลยุติธรรมว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
()
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
23/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน