ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 24/2564
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดปราจีนบุรี
ศาลผู้รับความเห็น
นาง ป. กับพวกรวม 3 คน ในฐานะผู้จัดการมรดก
ผู้ฟ้องคดี
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีมหาโพธิ กับพวกรวม 2 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา
คดีที่เอกชน ยื่นฟ้องนายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีมหาโพธิ ที่ ๑ นายอำเภอศรีมหาโพธิ ที่ ๒ องค์การบริหารส่วนตำบลศรีมหาโพธิ ที่ ๓ จังหวัดปราจีนบุรี ที่ ๔ ผู้ถูกฟ้องคดี ว่ามารดาของผู้ฟ้องคดีทั้งสาม และผู้ฟ้องคดีทั้งสามยื่นคำขอรังวัดรวมที่ดินมีโฉนดและแบ่งแยกในนามเดิม แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ คัดค้านการรังวัด อ้างว่าผู้ขอรังวัดชี้แนวเขตที่ดินที่เป็นทางสาธารณประโยชน์ไม่ตรงกับสภาพแนวเขตที่แท้จริง ทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสามได้รับความเสียหายจากการคัดค้านการรังวัดแนวเขตของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรังวัดต่าง ๆ ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ถอนคำคัดค้านการออกโฉนดที่ดินและลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดิน กับขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหาย เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือ มีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การฟ้องคดีเพื่อให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรับผิดจากการกระทำละเมิดซึ่งจะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองนี้ ต้องเป็นกรณีที่จำเลยหรือผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือผู้ฟ้องคดี อันเนื่องมาจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่นหรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร แม้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ และที่ ๔ จะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่การคัดค้านการรังวัดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ เป็นการกระทำในฐานะผู้ดูแลที่สาธารณะ ซึ่งเป็นที่ดินข้างเคียงของที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสามยื่นคำขอรังวัดเพื่อระวังแนวเขตอันเนื่องมาจากมีการรังวัดสอบเขตที่ดิน ตามมาตรา ๖๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน การคัดค้านการรังวัดดังกล่าวจึงเป็นเพียงการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง แม้ผู้ฟ้องคดีทั้งสามมีคำขอให้ชดใช้ค่าเสียหายมาด้วย ก็เป็นความเสียหายที่อ้างว่าเกิดจากการใช้สิทธิคัดค้านดังกล่าวซึ่งมิได้เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายแต่อย่างใด กรณีจึงไม่ใช่คดีพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ. ๒๕๔๒ อันจะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
()
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
24/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)