ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 26/2564
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ส.
โจทก์
เทศบาลนครสมุทรสาคร กับพวกรวม 2 คน
จำเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา
คดีที่ โจทก์เป็นเอกชน ยื่นฟ้องเทศบาลนครสมุทรสาคร ที่ ๑ นาย ช. ที่ ๒ จำเลย อ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร กระทำละเมิดบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ด้านทิศตะวันตกแล้ววางท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพักคิดเป็นเนื้อที่ ๑๙.๑ ตารางวา ซึ่งโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองขนย้ายท่อระบายน้ำและบ่อพักออกไปจากที่ดินของโจทก์แล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพัก และห้ามจำเลยทั้งสองเข้ามาในที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย และค่าขาดประโยชน์ พร้อมกับส่งมอบที่ดินคืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ส่วนจำเลยทั้งสองให้การว่า แต่เดิมที่ดินพิพาทเป็นพื้นผิวจราจรซึ่งเป็นถนนลูกรังของถนนท่าปรงซอย ๙ เป็นถนนที่ประชาชนทั่วไปใช้สัญจรโดยไม่มีผู้ใดหวงห้ามมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปี จึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และไม่อาจเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้ คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้เทศบาลนครสมุทรสาคร จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่น และจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นปลัดเทศบาล จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมีหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงทางบกทางน้ำตามมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ก็ตาม แต่การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสอง โดยอ้างเหตุว่าจำเลย ทั้งสองกระทำละเมิดบุกรุกเข้าก่อสร้างวางท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพักในที่ดินของตน ส่วนจำเลยทั้งสอง ให้การว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นละเมิด เนื่องจากที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ การที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ การก่อสร้างวางท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพักของจำเลยทั้งสองก็เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของจำเลยทั้งสองแล้วจะเป็นผลให้จำเลยทั้งสองมีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาทางพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ และทำให้โจทก์ต้องเสียสิทธิในที่ดินพิพาท ดังนั้น คำฟ้องของโจทก์จึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์เป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
()
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
26/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน