คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3644/2564 ฉบับเต็ม

#666537
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3644/2564 นาย อ. โจทก์ พันเอก พ. จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 186 ป.วิ.พ. มาตรา 27, มาตรา 143, มาตรา 190 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบอ้างว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มิได้นำข้อเท็จจริงที่ได้ความจากพยานหลักฐานตามที่โจทก์นำสืบมาเป็นเหตุผลในการตัดสินตาม ป.วิ.อ. มาตรา 186 ขอให้เพิกถอนการพิจารณาวินิจฉัยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 เท่ากับ เป็นการขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 เพิกถอนคำวินิจฉัยเดิมและวินิจฉัยพยานหลักฐานใหม่ อันเป็นการแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 โดยมิใช่เป็นการแก้ไขถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาดหรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อย จึงขัดต่อ ป.วิ.อ. มาตรา 143 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 โจทก์จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ข้อที่อ้างว่า โจทก์ต้องห้ามมิให้ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 หาก่อให้เกิดสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้ไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3, 14, 16/1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ลบข้อความในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และโฆษณาคำพิพากษาในสื่อดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธและให้การต่อสู้ในคดีส่วนแพ่งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ต่อมาทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในส่วนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์ หากโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ดังกล่าวอย่างไรก็ชอบที่จะใช้สิทธิฎีกาตามกฎหมายต่อไป กรณีมิใช่เรื่องที่จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ให้ยกคำร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 และไม่ปรากฏว่าผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีความเห็นแย้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 โจทก์จึงไม่สามารถใช้สิทธิฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 แต่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 6 มิได้นำข้อเท็จจริงซึ่งพิจารณาได้ความมาเป็นเหตุผลในการตัดสินเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 โจทก์จึงขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้นั้น เห็นว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ โดยอ้างว่าศาลอุทธรณ์ภาค 6 มิได้นำข้อเท็จจริงที่ได้ความจากพยานหลักฐานตามที่โจทก์นำสืบมาเป็นเหตุผลในการตัดสิน เป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมหรือที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนในเรื่องการพิจารณาพยานหลักฐาน ขอให้เพิกถอนการพิจารณาวินิจฉัยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เท่ากับเป็นการขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 เพิกถอนคำวินิจฉัยเดิมแล้ววินิจฉัยพยานหลักฐานเสียใหม่ อันมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 โดยมิใช่เป็นการแก้ไขถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาดหรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ จึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โจทก์จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่า โจทก์ต้องห้ามมิให้ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 หาก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้ไม่ ฎีกาของโจทก์นอกจากนี้ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่เป็นสาระแก่คดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (จักรกฤช เจริญเลิศ-สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ-ชัยพัฒน์ ชินวงศ์) ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายลักษณ์พงศ์ จันทระ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสมควร ศิริยุทธ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1236/2564 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
666537
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์",
        "judge": "นายลักษณ์พงศ์ จันทระ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายสมควร ศิริยุทธ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081948398"
    }
}
date
2564
deka_no
3644/2564
deka_running_no
3644
deka_year
2564
department
แผนก
judges
[
    "จักรกฤช เจริญเลิศ",
    "สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ",
    "ชัยพัฒน์ ชินวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 186"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27",
            "ม. 143",
            "ม. 190"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย อ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พันเอก พ."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3, 14, 16/1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ลบข้อความในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และโฆษณาคำพิพากษาในสื่อดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธและให้การต่อสู้ในคดีส่วนแพ่งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ต่อมาทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในส่วนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์ หากโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ดังกล่าวอย่างไรก็ชอบที่จะใช้สิทธิฎีกาตามกฎหมายต่อไป กรณีมิใช่เรื่องที่จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ให้ยกคำร้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 และไม่ปรากฏว่าผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีความเห็นแย้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 โจทก์จึงไม่สามารถใช้สิทธิฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 แต่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 6 มิได้นำข้อเท็จจริงซึ่งพิจารณาได้ความมาเป็นเหตุผลในการตัดสินเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 โจทก์จึงขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้นั้น เห็นว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ โดยอ้างว่าศาลอุทธรณ์ภาค 6 มิได้นำข้อเท็จจริงที่ได้ความจากพยานหลักฐานตามที่โจทก์นำสืบมาเป็นเหตุผลในการตัดสิน เป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมหรือที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนในเรื่องการพิจารณาพยานหลักฐาน ขอให้เพิกถอนการพิจารณาวินิจฉัยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เท่ากับเป็นการขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 เพิกถอนคำวินิจฉัยเดิมแล้ววินิจฉัยพยานหลักฐานเสียใหม่ อันมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 โดยมิใช่เป็นการแก้ไขถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาดหรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ จึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โจทก์จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่า โจทก์ต้องห้ามมิให้ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 หาก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้ไม่ ฎีกาของโจทก์นอกจากนี้ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่เป็นสาระแก่คดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000085.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1236/2564
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2564