คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2563 ฉบับเต็ม

#667220
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2563 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ เทศบาลนครนครสวรรค์ ผู้ร้อง นาย ก. จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 74 วรรคสอง, มาตรา 74 วรรคหก ป.อ. มาตรา 28 พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 66 (2) พ.ร.บ.รายได้เทศบาล พ.ศ.2497 มาตรา 6 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรา 34 วรรคหนึ่ง กำหนดให้บรรดาเงินที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์... ให้นำส่งคลังตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การดำเนินการเกี่ยวกับเงินตามบทบัญญัตินี้ จึงมีข้อต้องพิจารณาว่าเป็นเงินที่หน่วยงานของรัฐนั้น ๆ จัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์หรือไม่ แม้ พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 66 (2) กำหนดให้เทศบาลอาจมีรายได้จากค่าปรับตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้ และ พ.ร.บ.รายได้เทศบาล พ.ศ.2497 มาตรา 6 กำหนดให้บรรดาค่าปรับเนื่องในกิจการซึ่งเทศบาลได้รับมอบให้เป็นเจ้าหน้าที่อนุวัตการตามกฎหมายใด ให้เป็นรายได้ของเทศบาลนั้นก็ตาม แต่เงินค่าปรับดังกล่าวต้องเป็นกรณีที่ผู้ร้องจัดเก็บหรือได้รับไว้เองอันเนื่องมาจากการปฏิบัติตามกฎหมายที่มอบให้เป็นหน้าที่ของผู้ร้องโดยตรงด้วย ทั้งตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มีเพียงมาตรา 74 วรรคหกเท่านั้นที่กำหนดให้เฉพาะค่าปรับที่เปรียบเทียบโดยคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีตกเป็นของราชการส่วนท้องถิ่นโดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน โดยเป็นการบัญญัติโยงกับความผิดฐานต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ตามมาตรา 74 วรรคสอง เมื่อค่าปรับที่จำเลยชำระต่อศาลชั้นต้นในคดีเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาอันเป็นการบังคับโทษในทางอาญาตาม ป.อ. มาตรา 28 มิใช่เงินที่ผู้ร้องจัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์อันเนื่องมาจากการเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายที่มอบให้เป็นหน้าที่ของผู้ร้องโดยตรง หรือเป็นค่าปรับที่เกิดจากการเปรียบเทียบของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิรับเงินค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษาดังกล่าวได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 41, 42, 66 ทวิ วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 70 ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 100,000 บาท กับปรับรายวัน วันละ 1,000 บาท นับแต่วันที่ 8 มีนาคม 2547 จนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 50,000 บาท กับปรับรายวัน วันละ 500 บาท นับแต่วันที่ 8 มีนาคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน คดีถึงที่สุด ต่อมาวันที่ 27 สิงหาคม 2556 จำเลยนำค่าปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 1,604,500 บาท มาชำระแก่ศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอรับเงินค่าปรับดังกล่าวตามพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตรา 6 และพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 66 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษาหรือไม่ โดยผู้ร้องฎีกาว่า พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 66 (2) บัญญัติว่า "เทศบาลอาจมีรายได้ดังต่อไปต่อนี้...(2)...ค่าปรับตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้" และพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตรา 6 บัญญัติว่า "... ค่าปรับเนื่องในกิจการซึ่งเทศบาลได้รับมอบให้เป็นเจ้าหน้าที่อนุวัติการตามกฎหมายใด ให้เป็นรายได้ของเทศบาลนั้น" เมื่อผู้ร้องเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่อนุวัติการตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับค่าปรับดังกล่าว เห็นว่า พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 34 วรรคหนึ่ง กำหนดให้บรรดาเงินที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์... ให้นำส่งคลังตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การดำเนินการเกี่ยวกับเงินตามบทบัญญัตินี้จึงมีข้อต้องพิจารณาว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่หน่วยงานของรัฐนั้น ๆ จัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์หรือไม่ เมื่อเงินค่าปรับดังกล่าวศาลชั้นต้นซึ่งเป็นหน่วยงานของศาลยุติธรรมและเป็นหน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือรับไว้เป็นกรรมสิทธิ์จึงมีหน้าที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมาย แม้พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 66 (2) กำหนดให้เทศบาลอาจมีรายได้จากค่าปรับตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้ และพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตรา 6 กำหนดให้บรรดาค่าปรับเนื่องในกิจการซึ่งเทศบาลได้รับมอบให้เป็นเจ้าหน้าที่อนุวัตการตามกฎหมายใด ให้เป็นรายได้ของเทศบาลนั้นก็ตาม แต่เงินค่าปรับดังกล่าวต้องเป็นกรณีที่ผู้ร้องจัดเก็บหรือได้รับไว้เองอันเนื่องมาจากการปฏิบัติตามกฎหมายที่มอบให้เป็นหน้าที่ของผู้ร้องโดยตรงด้วย ทั้งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ผู้ร้องอ้างว่ามีหน้าที่อนุวัตการตามกฎหมายนั้น คงมีเพียง มาตรา 74 วรรคหก เท่านั้นที่กำหนดให้เฉพาะค่าปรับที่เปรียบเทียบโดยคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีตกเป็นของราชการส่วนท้องถิ่นโดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน โดยเป็นการบัญญัติโยงกับความผิดฐานต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ตามมาตรา 74 วรรคสอง เ (สุพิศ ปราณีตพลกรัง-ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา-อนันต์ เสนคุ้ม) ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นางสาววราพร พฤกษ์สรนันทน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายลิขิต รัตนประภาพรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2343/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
667220
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครสวรรค์",
        "judge": "นางสาววราพร พฤกษ์สรนันทน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายลิขิต รัตนประภาพรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081951481"
    }
}
date
2563
deka_no
1475/2563
deka_running_no
1475
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "สุพิศ ปราณีตพลกรัง",
    "ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา",
    "อนันต์ เสนคุ้ม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 74 วรรคสอง",
            "ม. 74 วรรคหก"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 28"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496",
        "sections": [
            "ม. 66 (2)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ.2497",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.รายได้เทศบาล พ.ศ.2497",
        "sections": [
            "ม. 6"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "เทศบาลนครนครสวรรค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ก."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 41, 42, 66 ทวิ วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 70 ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 100,000 บาท กับปรับรายวัน วันละ 1,000 บาท นับแต่วันที่ 8 มีนาคม 2547 จนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 50,000 บาท กับปรับรายวัน วันละ 500 บาท นับแต่วันที่ 8 มีนาคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน คดีถึงที่สุด ต่อมาวันที่ 27 สิงหาคม 2556 จำเลยนำค่าปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 1,604,500 บาท มาชำระแก่ศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอรับเงินค่าปรับดังกล่าวตามพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตรา 6 และพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 66

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษาหรือไม่ โดยผู้ร้องฎีกาว่า พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 66 (2) บัญญัติว่า "เทศบาลอาจมีรายได้ดังต่อไปต่อนี้...(2)...ค่าปรับตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้" และพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตรา 6 บัญญัติว่า "... ค่าปรับเนื่องในกิจการซึ่งเทศบาลได้รับมอบให้เป็นเจ้าหน้าที่อนุวัติการตามกฎหมายใด ให้เป็นรายได้ของเทศบาลนั้น" เมื่อผู้ร้องเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่อนุวัติการตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับค่าปรับดังกล่าว เห็นว่า พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 34 วรรคหนึ่ง กำหนดให้บรรดาเงินที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์... ให้นำส่งคลังตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การดำเนินการเกี่ยวกับเงินตามบทบัญญัตินี้จึงมีข้อต้องพิจารณาว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่หน่วยงานของรัฐนั้น ๆ จัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์หรือไม่ เมื่อเงินค่าปรับดังกล่าวศาลชั้นต้นซึ่งเป็นหน่วยงานของศาลยุติธรรมและเป็นหน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือรับไว้เป็นกรรมสิทธิ์จึงมีหน้าที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมาย แม้พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 66 (2) กำหนดให้เทศบาลอาจมีรายได้จากค่าปรับตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้ และพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตรา 6 กำหนดให้บรรดาค่าปรับเนื่องในกิจการซึ่งเทศบาลได้รับมอบให้เป็นเจ้าหน้าที่อนุวัตการตามกฎหมายใด ให้เป็นรายได้ของเทศบาลนั้นก็ตาม แต่เงินค่าปรับดังกล่าวต้องเป็นกรณีที่ผู้ร้องจัดเก็บหรือได้รับไว้เองอันเนื่องมาจากการปฏิบัติตามกฎหมายที่มอบให้เป็นหน้าที่ของผู้ร้องโดยตรงด้วย ทั้งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ผู้ร้องอ้างว่ามีหน้าที่อนุวัตการตามกฎหมายนั้น คงมีเพียง มาตรา 74 วรรคหก เท่านั้นที่กำหนดให้เฉพาะค่าปรับที่เปรียบเทียบโดยคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีตกเป็นของราชการส่วนท้องถิ่นโดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน โดยเป็นการบัญญัติโยงกับความผิดฐานต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ตามมาตรา 74 วรรคสอง เ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000111.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2343/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563