คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5997/2564 ฉบับเต็ม

#667233
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5997/2564 นาง ส. โจทก์ นาง ห. จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 531 (2) โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องว่า จำเลยหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงและบอกปัดไม่ให้ความช่วยเหลือโจทก์ในขณะที่จำเลยสามารถที่จะให้ความช่วยเหลือได้ โดยจำเลยกล่าวว่า "แล้วแต่พวกมึงจะไปอยู่ที่ไหนอีแก่มึงเป็นคนไม่ยุติธรรม" และอีกข้อความหนึ่งว่า "แล้วแต่พวกมึงจะพากันไปตายที่ไหน กูไม่สนใจ มึงตายกูก็จะไม่ไปเผามึง" แต่ตามทางนำสืบของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยด่าโจทก์ว่า อีแก่ หรือมึงตายกูก็ไม่ไปเผามึง แม้ ส. จะเบิกความว่า จำเลยด่าโจทก์ว่าไม่มีความยุติธรรมซึ่งตรงตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้อง แต่ก็เป็นเพียงการกล่าวด้วยความน้อยใจว่าโจทก์รักบุตรแต่ละคนไม่เท่ากัน หาใช่เจตนาทำให้โจทก์ต้องเสียชื่อเสียงหรือเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 29749 คืนให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 29749 คืนให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นบุตรโจทก์กับนายเหงี่ยง เดิมโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 29749 เนื้อที่ประมาณ 1 งาน 71 เศษ 6 ส่วน 10 ตารางวา เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2541 โจทก์จดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย สำหรับเหตุถอนคืนการให้ที่โจทก์บรรยายในฟ้องทำนองว่าจำเลยบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ โดยอ้างว่า จำเลยขายที่ดินที่โจทก์และนางสุวินันท์หรือสนั่น อยู่อาศัยแก่บุคคลอื่น ทั้งที่ทราบว่าโจทก์ไม่มีที่อยู่อาศัยอื่นนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ได้วินิจฉัย และโจทก์ไม่ได้ยกขึ้นฎีกา จึงถือว่ายุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยไม่จำต้องวินิจฉัย คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า มีเหตุเรียกถอนคืนการให้เพราะจำเลยซึ่งเป็นผู้รับหมิ่นประมาทโจทก์ผู้ให้อย่างร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อความอันเป็นเหตุแห่งการประพฤติเนรคุณว่าจำเลยกล่าวหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ว่าจำเลยกล่าวถ้อยคำดังกล่าวจริงตามฟ้อง ซึ่งโจทก์บรรยายมาในคำฟ้องว่า จำเลยหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงและบอกปัดไม่ให้ความช่วยเหลือโจทก์ในขณะที่จำเลยสามารถที่จะให้ความช่วยเหลือได้ โดยจำเลยกล่าวว่า "แล้วแต่พวกมึงจะไปอยู่ที่ไหนอีแก่ มึงเป็นคนไม่ยุติธรรม" และอีกข้อความหนึ่งว่า "แล้วแต่พวกมึงจะพากันไปตายที่ไหน กูไม่สนใจ มึงตายกูก็จะไม่ไปเผามึง" แต่ทางพิจารณากลับมีตัวโจทก์เบิกความเพียงว่า จำเลยด่าโจทก์ว่า "รักลูกไม่เท่ากัน แม่หมา ๆ รักลูกไม่เท่ากัน" เพียงเท่านั้น โดยมิได้มีถ้อยคำดังที่ปรากฏตามคำฟ้องแต่อย่างใด นอกจากนั้น พยานโจทก์ปากนางสุวินันท์หรือสนั่น บุตรสาวโจทก์เบิกความว่า ได้ยินจำเลยด่าโจทก์ว่ารักลูกไม่เท่ากัน ด่าว่าเหมือนหมู เหมือนหมา และแม่ไม่มีความยุติธรรม ด่าโจทก์อีกหลายคำ กับนายบุญสาร บุตรเขยโจทก์ เบิกความว่า จำเลยด่าโจทก์ทำนองว่ารักลูกไม่เท่ากัน มรดกทุกอย่างยกให้แก่นางสุวินันท์เพียงคนเดียว ไม่ให้ลูกคนอื่น ลำเอียง แม่หมา ๆ เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยด่าโจทก์ว่า อีแก่ หรือมึงตายกูก็ไม่ไปเผามึง แม้นางสุวินันท์จะเบิกความว่า จำเลยด่าโจทก์ว่าไม่มีความยุติธรรมซึ่งตรงตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้องแต่ก็เป็นเพียงการกล่าวด้วยความน้อยใจว่าโจทก์รักบุตรแต่ละคนไม่เท่ากัน หาใช่เจตนาทำให้โจทก์ต้องเสียชื่อเสียงหรือเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นของโจทก์ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนไป พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (บุญมี ฐิตะศิริ-เธียรดนัย ธรรมดุษฎี-ศิริชัย ศิริชื่นวิจิตร) ศาลจังหวัดชุมแพ - นายเอกชัย นุชิต ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสมชาย วรรณลุ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.387/2564 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
667233
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดชุมแพ",
        "judge": "นายเอกชัย นุชิต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายสมชาย วรรณลุ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081947753"
    }
}
date
2564
deka_no
5997/2564
deka_running_no
5997
deka_year
2564
department
แผนก
judges
[
    "บุญมี ฐิตะศิริ",
    "เธียรดนัย ธรรมดุษฎี",
    "ศิริชัย ศิริชื่นวิจิตร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 531 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง ส."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ห."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 29749 คืนให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 29749 คืนให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นบุตรโจทก์กับนายเหงี่ยง เดิมโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 29749 เนื้อที่ประมาณ 1 งาน 71 เศษ 6 ส่วน 10 ตารางวา เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2541 โจทก์จดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย สำหรับเหตุถอนคืนการให้ที่โจทก์บรรยายในฟ้องทำนองว่าจำเลยบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ โดยอ้างว่า จำเลยขายที่ดินที่โจทก์และนางสุวินันท์หรือสนั่น อยู่อาศัยแก่บุคคลอื่น ทั้งที่ทราบว่าโจทก์ไม่มีที่อยู่อาศัยอื่นนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ได้วินิจฉัย และโจทก์ไม่ได้ยกขึ้นฎีกา จึงถือว่ายุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยไม่จำต้องวินิจฉัย

คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า มีเหตุเรียกถอนคืนการให้เพราะจำเลยซึ่งเป็นผู้รับหมิ่นประมาทโจทก์ผู้ให้อย่างร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อความอันเป็นเหตุแห่งการประพฤติเนรคุณว่าจำเลยกล่าวหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ว่าจำเลยกล่าวถ้อยคำดังกล่าวจริงตามฟ้อง ซึ่งโจทก์บรรยายมาในคำฟ้องว่า จำเลยหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงและบอกปัดไม่ให้ความช่วยเหลือโจทก์ในขณะที่จำเลยสามารถที่จะให้ความช่วยเหลือได้ โดยจำเลยกล่าวว่า "แล้วแต่พวกมึงจะไปอยู่ที่ไหนอีแก่ มึงเป็นคนไม่ยุติธรรม" และอีกข้อความหนึ่งว่า "แล้วแต่พวกมึงจะพากันไปตายที่ไหน กูไม่สนใจ มึงตายกูก็จะไม่ไปเผามึง" แต่ทางพิจารณากลับมีตัวโจทก์เบิกความเพียงว่า จำเลยด่าโจทก์ว่า "รักลูกไม่เท่ากัน แม่หมา ๆ รักลูกไม่เท่ากัน" เพียงเท่านั้น โดยมิได้มีถ้อยคำดังที่ปรากฏตามคำฟ้องแต่อย่างใด นอกจากนั้น พยานโจทก์ปากนางสุวินันท์หรือสนั่น บุตรสาวโจทก์เบิกความว่า ได้ยินจำเลยด่าโจทก์ว่ารักลูกไม่เท่ากัน ด่าว่าเหมือนหมู เหมือนหมา และแม่ไม่มีความยุติธรรม ด่าโจทก์อีกหลายคำ กับนายบุญสาร บุตรเขยโจทก์ เบิกความว่า จำเลยด่าโจทก์ทำนองว่ารักลูกไม่เท่ากัน มรดกทุกอย่างยกให้แก่นางสุวินันท์เพียงคนเดียว ไม่ให้ลูกคนอื่น ลำเอียง แม่หมา ๆ เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยด่าโจทก์ว่า อีแก่ หรือมึงตายกูก็ไม่ไปเผามึง แม้นางสุวินันท์จะเบิกความว่า จำเลยด่าโจทก์ว่าไม่มีความยุติธรรมซึ่งตรงตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้องแต่ก็เป็นเพียงการกล่าวด้วยความน้อยใจว่าโจทก์รักบุตรแต่ละคนไม่เท่ากัน หาใช่เจตนาทำให้โจทก์ต้องเสียชื่อเสียงหรือเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นของโจทก์ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนไป

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000080.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.387/2564
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2564