ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 38/2564
ศาลปกครองสุพรรณบุรี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี
ศาลผู้รับความเห็น
นางสาว ส. กับพวกรวม 2 คน
ผู้ฟ้องคดี
องค์การบริหารส่วนตำบลพลับพลาไชย กับพวกรวม 7 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา
คดีที่เอกชน ยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลพลับพลาไชย ที่ ๑ นายอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ ๒ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรี สาขาอู่ทอง ที่ ๓ กรมที่ดิน ที่ ๔ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ ๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ ๖ กระทรวงมหาดไทย ที่ ๗ ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๓๘๗ โดยได้รับการยกให้จากผู้ฟ้องคดีที่ ๒ ต่อมา ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ นำ น.ส. ๓ ดังกล่าวไปยื่นขอออกโฉนดที่ดินต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ แต่ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ไม่ออกโฉนดที่ดินให้ อ้างว่าที่ดินดังกล่าวทับซ้อนกับที่ดินตาม น.ส.ล. เลขที่ สพ. ๐๓๗๘ (ป่าช้าสาธารณประโยชน์) และจนถึงวันฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ก็ยังไม่ออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ต่อมา ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ สอบเขต น.ส.ล. เลขที่ สพ ๐๓๗๘ ปรากฏผลการรังวัดได้เนื้อที่น้อยกว่าเดิม แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ อ้างว่าน่าจะคลาดเคลื่อน และไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับที่สาธารณประโยชน์ตาม น.ส.ล. ดังกล่าวและที่ดินตาม น.ส. ๓ ของผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอน น.ส.ล. เลขที่ สพ. ๐๓๗๘ ในส่วนที่ทับซ้อนกับที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ครอบครองทำประโยชน์อยู่ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ออกโฉนดที่ดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ เลขที่ ๓๘๗ ให้แก่ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ กับพวกให้การว่า การออก น.ส.ล. เลขที่ สพ. ๐๓๗๘ ถูกต้องตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งต่างก็ให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่าที่ดินบริเวณนี้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมานาน โดยการทำเป็นป่าช้าสำหรับฝังศพ เผาศพ มาก่อน ส่วนการขอออกโฉนดที่ดินตามคำขอของผู้ฟ้องคดีที่ ๑ นั้น ยังไม่มีข้อยุติจากคณะอนุกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร. จังหวัด) เพื่อพิจารณาตรวจสอบการครอบครองของบุคคล ผู้เข้าครอบครองที่ดินของรัฐเพื่อพิสูจน์สิทธิในที่ดิน จึงไม่สามารถออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ได้ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งเจ็ด ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอน น.ส.ล. เลขที่ สพ. ๐๓๗๘ ในส่วนที่ออกทับที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๓๘๗ และมีคำขอให้ออกโฉนดที่ดินแก่ ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ อันเป็นการตั้งรูปเรื่องเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง และฟ้องว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร แต่เหตุแห่งการขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าว และเหตุที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ไม่ออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดี ก็เนื่องมาจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ กับพวก อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณประโยชน์ ซึ่งมีการออก น.ส.ล. เลขที่ สพ. ๐๓๗๘ แล้ว ส่วนผู้ฟ้องคดีทั้งสองอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ซึ่งยังไม่อาจหาข้อยุติกันได้ ดังนั้น การที่ศาลจะมีคำพิพากษาให้เพิกถอน น.ส.ล. เลขที่ สพ. ๐๓๗๘ ตามคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้หรือไม่ และการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ จะออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้หรือไม่ นั้น ต้องวินิจฉัยก่อนว่าที่ดินพิพาทนั้นเป็นของผู้ฟ้องคดีทั้งสองหรือเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ตาม น.ส.ล. เลขที่ สพ. ๐๓๗๘ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
38/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน