ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 39/2564
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ส.
ผู้ฟ้องคดี
เทศบาลตำบลเมืองสรวง ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา
คดีที่เอกชนยื่นฟ้องเทศบาลตำบลเมืองสรวง ที่ ๑ นายกเทศมนตรีตำบลเมืองสรวง ที่ ๒ กรมที่ดิน ที่ ๓ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๔ นายอำเภอเมืองสรวงที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี โดยแบ่งเป็นข้อหาที่ ๑ ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่า ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ก่อสร้างถนนรุกล้ำที่ดินตาม น.ส. ๓. เลขที่ ๖๖๖/๕๓๙ ของผู้ฟ้องคดี ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าที่ดินส่วนที่ขาดหายไป ส่วนข้อหาที่ ๒ ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ และที่ ๔ ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่ดินตาม น.ส. ๓. เลขที่ ๕๔๑ ของผู้ฟ้องคดี ข้อพิพาทที่เกี่ยวกับที่ดินตามข้อหาที่ ๑ และที่ ๒ เป็นคนละแปลงกัน โดยลักษณะของการกระทำอันเป็นการโต้แย้งสิทธิตลอดจนกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้โต้แย้งสิทธิก็แตกต่างกัน มูลความแห่งคดีทั้งสองข้อหาจึงเป็นเรื่องที่แยกจากกันได้ เมื่อคำฟ้องในข้อหาที่ ๑ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ไม่ได้ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาล กรณีจึงถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ยอมรับว่าคำฟ้องตามข้อหานี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลที่รับฟ้อง ทั้งไม่ใช่กรณีที่ศาลปกครองกลางเห็นเองว่าคำฟ้องข้อหานี้ไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลตน ตามมาตรา ๑๐ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงไม่มีปัญหาการขัดกันระหว่างอำนาจศาลที่คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลต้องวินิจฉัย ตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒
คงมีปัญหาขึ้นมาสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสำหรับคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อหาที่ ๒ ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ สำรวจและออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ รอ. ๐๒๐๑ ทับที่ดินตาม น.ส. ๓. เลขที่ ๕๔๑ ของผู้ฟ้องคดีทั้งแปลง โดยมิได้แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบ และมิได้ประกาศเรื่องการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงให้ประชาชนทราบตามกฎหมาย ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เพิกถอนการโอนที่ดินตาม น.ส. ๓. เลขที่ ๕๔๑ เป็นที่สาธารณประโยชน์ และคืนที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดี หากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณประโยชน์ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ รอ ๐๒๐๑ การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงชอบด้วยกฎหมาย คดีพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดี ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้ผู้ฟ้องคดีจะมีคำขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินตาม น.ส. ๓. เลขที่ ๕๔๑ เป็นที่สาธารณประโยชน์ อันเป็นการขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ รอ ๐๒๐๑ ที่ออกทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี แต่เหตุแห่งการขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท และหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงออกทับที่ดินพิพาท อันเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดิน จึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นที่ดินของรัฐ ดังนั้น เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของผู้ฟ้องคดีในการใช้สิทธิทางศาล ก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดี การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของผู้ฟ้องคดีได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
39/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน