ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 44/2564
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลแพ่งมีนบุรี
ศาลผู้รับความเห็น
บริษัท บ.
ผู้ฟ้องคดี
กรุงเทพมหานคร กับพวกรวม 3 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา
คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นนิติบุคคลเอกชน ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร ที่ ๑ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ ๒ ผู้อำนวยการเขตหนองจอก ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนดจำนวน ๖ แปลง ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลท์รุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งหกแปลงเนื้อที่ประมาณ ๙๓.๖ ตารางวา เมื่อผู้ฟ้องคดีขอรังวัดสอบเขตที่ดินดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ คัดค้านการรังวัดสอบเขตอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาหนองจอกจึงทำการสอบสวนไกล่เกลี่ย ตามมาตรา ๖๙ ทวิ วรรคห้า แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามรื้อถอนถนนลาดยางแอสฟัลท์ที่ก่อสร้างรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งหกแปลง และก่อสร้างถนนแอสฟัลท์ใหม่ให้มีแนวระยะห่างจากแนวเขตที่ดินของ ผู้ฟ้องคดีตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดี ส่วน ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามให้การว่า ที่ดินพิพาทมีสภาพเป็นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้ร่วมกันเกิน ๑๐ ปี สำนักงานเขตหนองจอกในฐานะผู้ปกครองท้องที่และเป็นผู้ระวังชี้แนวเขตที่สาธารณะจึงไม่สามารถรับรองแนวเขตและได้คัดค้านการสอบเขตของผู้ฟ้องคดี ซึ่งเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้กรุงเทพมหานคร ที่ ๑ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ ๒ ผู้อำนวยการเขตหนองจอก ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมีหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงทางบกทางน้ำตามมาตรา ๘๙ วรรคหนึ่ง (๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ก็ตาม แต่การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม โดยอ้างเหตุว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามกระทำละเมิดก่อสร้างถนนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของตน ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามให้การว่า การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามไม่เป็นละเมิด เนื่องจากที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การก่อสร้างถนนของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามแล้ว จะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามมีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาทางพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี และทำให้ผู้ฟ้องคดีต้องเสียสิทธิในที่ดินพิพาท อันเป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ทั้งการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ คัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินพิพาทว่าเป็นทางสาธารณประโยชน์มิใช่ที่ดินของผู้ฟ้องคดี ก็เป็นการกระทำในฐานะผู้ดูแลที่สาธารณะซึ่งเป็นที่ดินข้างเคียงของที่ดินผู้ฟ้องคดี เพื่อระวังแนวเขตอันเนื่องมาจากมีการรังวัดสอบเขตที่ดินตามมาตรา ๖๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเป็นเพียงการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง มิได้เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินโดยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของตนไม่ใช่เป็นทางสาธารณประโยชน์เข้ามาด้วยนั้น ก็ล้วนเป็นคำฟ้องที่ผู้ฟ้องคดีมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ดังนั้น ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
44/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน