ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 48/2564
ศาลปกครองนครราชสีมา
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดนครราชสีมา
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ล. กับพวกรวม 3 คน
ผู้ฟ้องคดี
องค์การบริหารส่วนตำบลตะคุ กับพวกรวม 7 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
กฎกระทรวง ฉบับที่ 45 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา
แม้คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสามจะยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลตะคุ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาปักธงชัย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ กรมที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๖ กระทรวงมหาดไทย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๗ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง และเจ้าหน้าที่รังวัดสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาปักธงชัย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ นายอำเภอปักธงชัย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสามอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๗ โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ยื่นคำขอรังวัดที่ดินเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ในที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงทำเลเลี้ยงสัตว์ "โคกสูง" โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ นำรังวัดที่ดินทับที่ดิน น.ส. ๓ ก. ของผู้ฟ้องคดีทั้งสาม และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ประกาศแจกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทำเลเลี้ยงสัตว์ "โคกสูง" แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งเจ็ดอ้างว่า การรังวัดชี้แนวเขตที่ดินได้ดำเนินการตามหลักฐานของทางราชการเดิม ตามการนำชี้ของผู้นำชุมชนและผู้สูงอายุในท้องที่ โดยนำชี้ยืนยันแนวเขตที่ดินที่ทำเลเลี้ยงสัตว์โคกสูงที่ถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย กรณีจึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินระหว่างผู้ฟ้องคดีทั้งสามกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๗ ซึ่งเป็นส่วนราชการที่มีหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. ของผู้ฟ้องคดีทั้งสามหรือเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน และโดยที่กฎกระทรวงฉบับที่ ๔๕ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ข้อ ๒ วรรคสอง กำหนดว่า "ในกรณีที่มีผู้คัดค้าน ให้อธิบดีรอการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงไว้แล้วดำเนินการ ดังนี้ (๑) ในกรณีที่ผู้คัดค้านไม่มีหลักฐานแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินและไม่ไปใช้สิทธิทางศาลภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คัดค้าน ให้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงได้ หากผู้คัดค้านไปใช้สิทธิทางศาล ให้รอการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเฉพาะส่วนที่คัดค้านจนกว่าจะได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลแสดงว่าผู้คัดค้านไม่มีสิทธิในที่ดินนั้น (๒) ในกรณีที่ผู้คัดค้านมีหลักฐานแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ให้รอการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เฉพาะส่วนที่คัดค้านไว้ก่อน และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบสิทธิในที่ดินของผู้คัดค้านว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าปรากฏว่าได้มาโดยไม่ชอบ ให้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงและแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบผลการตรวจสอบ และถ้าปรากฏว่าได้มาโดยชอบ ให้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบโดยเร็ว แล้วระงับการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเฉพาะส่วนนั้น" ดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดีนำคดีมาฟ้องต่อศาลก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งแสดงสิทธิในที่ดินพิพาท คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
48/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน