ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 50/2564
พันจ่าเอก ว.
ผู้ร้อง
คำสั่งศาลปกครองสูงสุด
คู่กรณี
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์
คู่กรณี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ตามคำร้องของผู้ร้องเป็นกรณีที่กองทัพเรือนำข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันฟ้องต่อศาลปกครองและศาลยุติธรรม ซึ่งต่อมาศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๖๗๔/๒๕๕๘ และศาลยุติธรรมมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ ๑๒๗๑๗/๒๕๖๒ ซึ่งเป็นคำพิพากษาที่ถึงที่สุด โดยทั้งสองศาลมีคำวินิจฉัยแตกต่างกันในเรื่องระยะเวลาการฟ้องคดีหรืออายุความการฟ้องคดีซึ่งมีผลทำให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของทั้งสองศาลนั้นแตกต่างกัน เป็นเหตุให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดีและจำเลยในคดีดังกล่าวไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีจึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกันในคดีที่มีข้อเท็จจริงเป็นเรื่องเดียวกันตามมาตรา ๑๔ แห่งแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งคณะกรรมการมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ถึงที่สุดขัดแย้งกันได้
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คู่ความที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๖๗๔/๒๕๕๘ หรือคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ ๑๒๗๑๗/๒๕๖๒ เห็นว่า ข้อเท็จจริงยุติว่าเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗ กองทัพเรือยื่นฟ้องผู้ร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรสาครเป็นคดีหมายเลขดำที่ ๔๖๔/๒๕๕๗ และได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยศาลจังหวัดสมุทรสาครและศาลปกครองกลางมีความเห็นพ้องกันว่า คดีนี้เป็นคดีปกครองที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จากนั้นศาลจังหวัดสมุทรสาครจึงมีคำสั่งให้โอนคดีไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลปกครองกลาง กรณีย่อมถือว่าศาลยุติธรรมและศาลปกครองยอมรับเขตอำนาจศาลปกครองในการพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ทั้งมาตรา ๑๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้คำสั่งของศาลและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการที่เกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการโต้แย้งเขตอำนาจศาลตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง เป็นที่สุด และมิให้ศาลที่อยู่ในลำดับสูงขึ้นไปของศาลตามวรรคหนึ่งยกเรื่องเขตอำนาจศาลขึ้นพิจารณาอีก ซึ่งมีความหมายว่า คำสั่งของศาลจังหวัดสมุทรสาครที่ให้โอนคดีไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลปกครองกลาง เนื่องจากทั้งสองศาลเห็นพ้องกันว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นการดำเนินการเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้น เป็นที่สุด และย่อมผูกพันศาลยุติธรรมและศาลปกครองกับคู่ความในคดีนั้นว่าคดีพิพาทตามฟ้องเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง การที่กองทัพเรือ โจทก์ในคดีนี้นำคดีซึ่งมีข้อเท็จจริงเดียวกันนี้ไปฟ้องยังศาลจังหวัดตลิ่งชันซึ่งเป็นศาลยุติธรรมอีกครั้ง ย่อมเป็นการขัดต่อมาตรา ๑๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่บัญญัติให้คำสั่งของศาลเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการโต้แย้งเขตอำนาจศาลตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง เป็นที่สุด ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายในการให้คำสั่งของศาลทั้งสองหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการในปัญหาเรื่องเขตอำนาจศาลของศาลต่างระบบนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์และผูกพันศาลยุติธรรมและศาลปกครองกับคู่ความในคดีศาลจังหวัดตลิ่งชัน ในคดีหมายเลขดำที่ พ ๒๐๑/๒๕๖๑ จึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ดังนั้น การที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันรับคดีนี้ไว้พิจารณา จึงไม่ชอบด้วยมาตรา ๑๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นเหตุให้กระบวนพิจารณานับแต่วันที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันรับคำฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ พ ๒๐๑/๒๕๖๑ จนถึงการมีคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดในคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่อาจบังคับได้ จึงวินิจฉัยชี้ขาดให้คู่ความปฏิบัติไปตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๖๗๔/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๘ โดยมิให้บังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๗๑๗/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
50/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกัน ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542