ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 51/2564
ศาลจังหวัดบุรีรัมย์
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองนครราชสีมา
ศาลผู้รับความเห็น
ร้อยตรี ว. หรือ ย.
โจทก์
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กับพวกรวม 2 คน
จำเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ.2521 มาตรา
พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 มาตรา
คดีที่ ร้อยตรี ว. อดีตข้าราชการทหารเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่ ๑ กระทรวงกลาโหม ที่ ๒ จำเลย โดยอ้างว่า การไต่สวนข้อเท็จจริงและมติของจำเลยที่ ๑ ที่ชี้มูลความผิดโจทก์ว่าโจทก์มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๑๕ ประกอบพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๖ มาตรา ๕ และเป็นความผิดอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓ ประกอบมาตรา ๔ และพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรับราชการทหาร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๖ มาตรา ๔๕ เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคำสั่งลงโทษทางวินัยปลดโจทก์ออกจากราชการของจำเลยที่ ๒ ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ ๓๕๐/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ที่ออกตามมติชี้มูลความผิดของจำเลยที่ ๑ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากภายหลังจากที่จำเลยที่ ๑ ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญา ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ พิพากษายกฟ้อง และศาลทหารกลางพิพากษายืน คดีถึงที่สุด เมื่อการไต่สวนข้อเท็จจริงและมติของจำเลยที่ ๑ ที่ชี้มูลความผิดโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การส่งความเห็นมติชี้มูลความผิดดังกล่าวไปยังจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโจทก์ เป็นเหตุให้จำเลยที่ ๒ มีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากราชการจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งให้เพิกถอนมติของจำเลยที่ ๑ และให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษทางวินัยปลดโจทก์ออกจากราชการของจำเลยที่ ๒ กับให้จำเลยที่ ๒ มีคำสั่งให้โจทก์กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันออกคำสั่งปลดโจทก์ออกจากราชการ และให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงินให้แก่โจทก์ เห็นว่า กรณีตามคำฟ้องเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษทางวินัยโจทก์ ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ ๓๕๐/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ เพื่อให้มีผลให้โจทก์กลับเข้ารับราชการ ซึ่งศาลจะต้องวินิจฉัยว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เมื่อคำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ ๓๕๐/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ เรื่องให้ปลดนายทหารสัญญาบัตรออกจากราชการเป็นการออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการบรรจุ ปลด ย้าย เลื่อน และลดตำแหน่งข้าราชการกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๒ ข้อ ๔ (๒) ประกอบข้อบังคับทหารที่ ๑๑/๑๖๕๓๖๒๔๘๒ ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๘๒ ว่าด้วยการแบ่งประเภทนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งเป็นข้อบังคับและระเบียบแบบแผนเกี่ยวกับวินัยทหาร ตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ กรณีจึงเป็นเรื่องวินัยทหารตามมาตรา ๔ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๖ คำฟ้องคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทอันเนื่องจากการดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหารซึ่งมาตรา ๙ วรรคสอง (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติว่าเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แม้คำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ ๓๕๐/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ จะเป็นคำสั่งที่ออกตามมติชี้มูลความผิดของจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ (ที่ใช้บังคับในขณะนั้น) ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษเกี่ยวกับมาตรการในการปราบปรามการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของเจ้าหน้าที่ของรัฐในทางวินัย มีผลทำให้โจทก์ต้องสิ้นสุดสถานภาพการเป็นข้าราชการทหารในสังกัดจำเลยที่ ๒ และโจทก์มีคำขอให้เพิกถอนมติของจำเลยที่ ๑ ที่ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงและความผิดอาญาและขอให้จำเลยที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหายด้วย ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหารซึ่งมาตรา ๙ วรรคสอง (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติไม่ให้อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวงที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือกฎหมายมิได้บัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลอื่น
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
51/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคสอง