ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 52/2564
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลแพ่ง
ศาลผู้รับความเห็น
บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน)
ผู้ฟ้องคดี
บริษัท อ. กับพวกรวม 3 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
พ.ร.บ.องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2497 มาตรา
พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา
คดีที่ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามซึ่งเป็นเอกชนว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจโครงการทดลองการให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๓G ระหว่างผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และข้อตกลงต่อท้าย ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นผู้รับโอนสิทธิและหน้าที่ตามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว โดยมีหนังสือค้ำประกันของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เป็นหลักประกันการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันชำระเงินค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นพร้อมดอกเบี้ย และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย เห็นว่า ผู้ฟ้องคดี เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด ถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยแปลงสภาพมาจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีอำนาจหน้าที่ประกอบกิจการโทรศัพท์ แต่ผู้ฟ้องคดีจะมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครองประเภทหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ ได้ก็ต่อเมื่อผู้ฟ้องคดีได้กระทำการเกี่ยวกับการบริการสาธารณะหรือใช้อำนาจทางปกครองในการดำเนินบริการสาธารณะตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐ นอกเหนือจากนี้แล้วการกระทำของผู้ฟ้องคดีย่อมเป็นการประกอบธุรกิจเช่นเดียวกับเอกชนทั่วไป บันทึกความเข้าใจและข้อตกลงต่อท้ายมีลักษณะเป็นสัญญาที่ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๓G ในระบบ Wideband Code-Division Multiple Access (WCDMA) จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติและมีโครงข่ายเป็นของตนเองตกลงกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคมแต่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเองเพื่อให้ความร่วมมือดำเนินโครงการทดลองการบริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๓G เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการให้บริการขายส่งและขายต่อบริการโทรคมนาคมเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๓G ภายใต้เครื่องหมายการค้า และช่องทางการจัดจำหน่ายของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ วัตถุประสงค์ของสัญญาจึงมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ และเมื่อพิจารณามาตรา ๒๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ประกอบกับประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง การประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทขายส่งบริการและบริการขายต่อบริการ กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องยินยอมให้ผู้รับอนุญาตรายอื่นใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของตน โดยได้กำหนดขั้นตอนการเจรจาและการทำสัญญาการบริการขายต่อบริการไว้ ในข้อ ๙ – ๑๘ ของประกาศดังกล่าว เห็นได้ว่า สิทธิ หน้าที่ระหว่างผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ตามสัญญาอยู่ภายใต้เงื่อนไขการเจรจาตกลงในทางพาณิชย์ หรือธุรกิจในการประกอบกิจการโทรคมนาคม อันเป็นความสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชน บันทึกความเข้าใจและข้อตกลงต่อท้ายบันทึกความเข้าใจฉบับพิพาทจึงมิใช่สัญญาที่มีคู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเป็นบุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐ และมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค หรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ตามบทนิยามสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ อันจะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง หากแต่เป็นสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม และ ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาค้ำประกันระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ซึ่งเป็นสัญญาอุปกรณ์จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมเช่นเดียวกัน
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
52/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)