ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 57/2564
ศาลจังหวัดสระแก้ว
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองระยอง
ศาลผู้รับความเห็น
การรถไฟแห่งประเทศไทย
โจทก์
เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ
จำเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 มาตรา
พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี พ.ศ. 2561 มาตรา
คดีนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ยื่นฟ้อง เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ จำเลย อ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณริมถนนสุวรรณศรด้านข้างฝั่งขาออกด่านพรมแดนอรัญประเทศ (ตลาดโรงเกลือ) วัดจากกึ่งกลางออกไป ๒๔ เมตร จากการเวนคืนสร้างทางรถไฟสายตะวันออกระหว่างนครนายกถึงอรัญประเทศ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดซื้อที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นเพื่อสร้างทางรถไฟสายตะวันออก พ.ศ. ๒๔๖๔ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ โจทก์พบว่า นาง ศ.และนาง ร. ได้เข้าครอบครองปลูกสร้างอาคารพักอาศัยแบบถาวรสองชั้น และล้อมรั้วในที่ดินโจทก์ โจทก์จึงฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดสระแก้วขอให้บังคับขับไล่บุคคลทั้งสองออกจากที่ดิน นาง ศ. และนาง ร ต่อสู้อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์วังปลาตองอยู่ในพื้นที่ดูแลของเทศบาลเมืองอรัญญประเทศ จึงมีการสอบเขตรังวัดจัดทำแผนที่พิพาทโดยเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสระแก้ว สาขาอรัญประเทศ โจทก์นำชี้ว่าที่พิพาทที่นาง ศ. และนาง ร. ครอบครองเป็นของโจทก์ แต่จำเลยคัดค้านการรังวัดอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์วังปลาตองอยู่ในความดูแลของจำเลย อันเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้พื้นที่พิพาทได้ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งบังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินพิพาท และให้จำเลยส่งมอบที่ดินพิพาทคืนโจทก์ในสภาพใช้การได้ดี ให้จำเลยชดใช้เงิน ๑,๒๘๔,๕๘๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี และค่าขาดประโยชน์เดือนละ ๑๖,๔๖๙ บาท นับแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๓ จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและส่งมอบที่ดินพิพาทคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยกับให้มีคำสั่งเพิกถอนเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์พื้นที่สาธารณประโยชน์วังปลาตองส่วนที่ทับซ้อนที่ดินโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ แปลงวังปลาตอง ไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์พาหนะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่ดินที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ ทั้งโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากเป็นคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐที่ต้องดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี
พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น อันเป็นการจำกัดประเภทคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองก็เฉพาะแต่กรณีที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำการโดยใช้อำนาจตามกฎหมาย กฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่นเท่านั้น คดีนี้แม้โจทก์เป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ส่วนจำเลยเป็นราชการส่วนท้องถิ่น โจทก์และจำเลยจึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่การกระทำที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้เกิดจากการที่โจทก์กล่าวอ้างว่าในการรังวัดสอบเขตพื้นที่พิพาทและทำแผนที่พิพาทในคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่นาง ศ. และนาง ร. ออกจากที่ดินพิพาท นาง ศ.และนาง ร. อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์วังปลาตองซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลย ต่อมาเมื่อมีการรังวัดที่ดินพิพาท จำเลยได้คัดค้านการรังวัดอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์วังปลาตอง มิใช่ที่ดินของโจทก์ ดังนั้น การกระทำของจำเลยที่คัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์จึงมิใช่การใช้อำนาจตามกฎหมายแต่อย่างใด เป็นแต่เพียงการกระทำในฐานะผู้ดูแลรักษาที่สาธารณะเช่นเดียวกับการใช้สิทธิของเจ้าของที่ดินข้างเคียงในการระวังแนวเขตที่ดิน เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าที่ดินพิพาทที่นำชี้รังวัดเป็นที่ดินของโจทก์ ส่วนจำเลยคัดค้านการรังวัดว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน จึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการใช้อำนาจตามกฎหมายของเทศบาลเมืองอรัญญประเทศ จำเลย ทั้งคดีนี้โจทก์มีคำขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายอันเป็นค่าขาดประโยชน์จากการที่ไม่อาจเข้าใช้ที่ดินพิพาทและให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายบริวารออกจากที่ดินพิพาทของโจทก์ อันเป็นคำขอที่เจ้าของที่ดินอาศัยสิทธิในฐานะเจ้าของที่ดินเรียกค่าเสียหายจากการที่ไม่ได้ใช้สิทธิในที่ดินพิพาท มิใช่คำขอและค่าเสียหายอันเกิดจากการใช้อำนาจทางปกครอง คดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และแม้โจทก์จะมีคำขอให้ศาลเพิกถอนเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์พื้นที่สาธารณประโยชน์วังปลาตองเฉพาะส่วนที่ทับซ้อนที่ดินของโจทก์ก็เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาท คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนปัญหาว่าคู่ความในคดีนี้ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐและการแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับการทับซ้อนของที่ดินของรัฐระหว่างโจทก์และจำเลยสามารถแก้ไขได้โดยฝ่ายบริหารโดยไม่จำต้องให้ศาลแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตามข้อ ๓ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพิจารณา
ชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี พ.ศ. ๒๕๖๑ หรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีที่จะเป็นผู้วินิจฉัยต่อไป แต่มิใช่เกณฑ์ที่จะนำมาวินิจฉัยปัญหาว่าด้วยเขตอำนาจศาล
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
57/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน