ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 59/2564
ศาลจังหวัดทุ่งสง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองนครศรีธรรมราช
ศาลผู้รับความเห็น
นาง พ.
โจทก์
นายอำเภอจุฬาภรณ์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
จำเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา
คดีที่โจทก์ซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องนายอำเภอจุฬาภรณ์ ที่ ๑ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามตำบล ที่ ๒ จำเลย อ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตาม ส.ค. ๑ เลขที่ ๑๗๕ โดยครอบครองทำประโยชน์ต่อเนื่องมาจากบิดา ซึ่งครอบครองและทำประโยชน์มาตั้งแต่ปี ๒๔๗๙ ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ เมื่อโจทก์นำ ส.ค. ๑ ดังกล่าวไปยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน จำเลยทั้งสองคัดค้านการรังวัดออกโฉนดอ้างว่าที่ดินพิพาทอยู่ในที่สาธารณประโยชน์ เจ้าพนักงานที่ดินจึงไม่สามารถออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ได้ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินที่โจทก์ครอบครองตาม ส.ค. ๑ เลขที่ ๑๗๕ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้เพิกถอนคำคัดค้านของจำเลยทั้งสอง และให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราชดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ ส่วนจำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน การคัดค้านการรังวัดชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้นายอำเภอจุฬาภรณ์ ที่ ๑ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามตำบล ที่ ๒ จำเลย จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีเกิดจากการที่จำเลยทั้งสองคัดค้านการรังวัดเพื่อขอออกโฉนดในที่ดินตาม ส.ค. ๑ เลขที่ ๑๗๕ ของโจทก์ โดยเห็นว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ไม่ใช่ที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองที่จะสามารถนำไปขอออกโฉนดที่ดินได้ การที่จำเลยทั้งสองในฐานะผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินคัดค้านการรังวัดที่ดินตามคำขอของโจทก์ เพื่อป้องกันมิให้มีการออกโฉนดที่ดินรุกล้ำที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นการกระทำเช่นเดียวกับ การที่เอกชนทั่วไปซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงคัดค้านการรังวัดที่ดิน เพื่อป้องกันมิให้ออกโฉนดที่ดิน รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของตน การคัดค้านการรังวัดที่ดินของจำเลยทั้งสองที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ จึงไม่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย กรณีจึงไม่เข้าลักษณะคดีพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อจำเลยทั้งสองคัดค้านการรังวัด โดยอ้างว่าที่ดินที่โจทก์ขอรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินนั้น เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน แต่โจทก์ยืนยันว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ตนมีสิทธิครอบครองและขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ไม่ใช่ที่สาธารณประโยชน์ กรณีจึงเป็นการขอให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของตน อันเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม สำหรับที่โจทก์มีคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราชดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ โดยอ้างว่าได้ครอบครองที่ดินพิพาทต่อเนื่องจากบิดา โดยบิดาได้ครอบครองและทำประโยชน์อยู่ในที่ดินมาตั้งแต่ปี ๒๔๗๙ อันเป็นเวลาก่อนที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับในปี ๒๔๙๗ ซึ่งมาตรา ๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้การออกโฉนดที่ดินในกรณีดังกล่าว โดยใช้หลักฐานการแจ้งการครอบครอง เมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับ จะทำได้ต่อเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดของศาลยุติธรรมว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
59/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน