คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8647/2544 ฉบับเต็ม

#67095
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8647/2544 นางใบ ช่างยันต์ ผู้ร้อง ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา วรรคหนึ่ง, มาตรา 5, มาตรา 188 ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติให้ศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตายเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก เมื่อ อ. และ ก. เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดมหาสารคามอันเป็นศาลชั้นต้นในขณะที่ถึงแก่ความตายการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของบุคคลทั้งสองไว้เพื่อทำการไต่สวนจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้ผู้ร้องอาจใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้แต่งตั้งผู้จัดการมรดกของ ป. เป็นอีกคดีหนึ่งได้ที่ศาลจังหวัดหนองคาย อันเป็นศาลที่ ป. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตายก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงเบื้องต้นปรากฏจากคำร้องขอว่า เจ้ามรดกทั้งสามราย คือ อ. ก. และ ป. มีทรัพย์สินอันเป็นมรดกร่วมกัน คือ ที่ดิน น.ส. 3. ซึ่งตั้งอยู่จังหวัดมหาสารคามโดยเจ้ามรดก 2 ราย คือ อ. และ ก. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลจังหวัดมหาสารคาม ในขณะที่ถึงแก่ความตายย่อมถือได้ว่าคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกทั้งสามรายดังกล่าวมีมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกันพอที่พิจารณารวมกันได้ ผู้ร้องชอบที่จะยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของ ป. ผู้ตายต่อศาลจังหวัดมหาสารคาม โดยอาศัย ป.วิ.พ. มาตรา 5 ได้ ___________________________ มูลคดีสืบเนื่องจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นมารดาของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุ เจ้ามรดก บุคคลทั้งสามมีสิทธิครอบครองที่ดิน น.ส. ๓. แปลงหนึ่ง ร่วมกับบุตรคนอื่นๆ ของผู้ร้อง ต่อมาบุคคลทั้งสามถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมและไม่ได้แต่งตั้งผู้จัดการมรดก สิทธิครอบครองในที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุ เจ้ามรดกตกได้แก่ผู้ร้องกับทายาทอื่น ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของบุคคลทั้งสาม และยื่นคำร้องว่า นายประเวชหรือประเวทย์ถึงแก่ความตายที่ตำบลโคกกว้าง อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดบึงกาฬ แต่ทรัพย์มรดกที่นายประเวชหรือประเวทย์มีสิทธิร่วมกับเจ้ามรดกรายอื่นอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดมหาสารคาม) เพื่อความสะดวกในการพิจารณาจึงขออนุญาตยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์รวมกันมากับคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางอุดมและนายเกตุ ในชั้นแรกศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุรวมกันมาได้และกำหนดนัดไต่สวนพยานผู้ร้อง แต่เมื่อถึงวันนัดไต่สวนศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๔ จัตวา วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ให้เสนอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย เมื่อนายประเวชหรือประเวทย์ ช่างยันต์ เจ้ามรดกคนหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดหนองคาย ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ต่อศาลนี้ได้ ให้เพิกถอนคำสั่งรับคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์และมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำร้องขอรายดังกล่าว ส่วนคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกรายอื่นให้รับคำร้องเช่นเดิม คืนค่าขึ้นศาลให้ผู้ร้อง ๒๐๐ บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ เจ้ามรดกอีกคนหนึ่งไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะรับไว้พิจารณา เนื่องจากนายประเวชหรือประเวทย์มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่จังหวัดหนองคายในขณะถึงแก่ความตายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ผู้ร้องอาจใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้แต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ เป็นอีกคดีหนึ่งได้ที่ศาลชั้นต้นแห่งอื่น อันเป็นศาลที่นายประเวชหรือประเวทย์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตสาลในขณะถึงแก่ความตายก็ตาม แต่กรณีก็ต้องปรับด้วยมาตรา ๕ แห่ง ป.วิ.พ. ที่บัญญัติว่า "คำฟ้องหรือคำร้องขอซึ่งอาจเสนอต่อศาลได้สองศาลหรือกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลำเนาของบุคคลก็ดี เพราะที่ตั้งของทรัพย์สินก็ดี เพราะสถานที่ที่เกิดมูลคดีก็ดี หรือเพราะมีข้อหาหลายข้อก็ดี ถ้ามูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์หรือผู้ร้องจะเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดศาลหนึ่งเช่นว่านั้นได้" เมื่อข้อเท็จจริงเบื้องต้นปรากฏจากคำร้องขอว่า เจ้ามรดกทั้งสามรายมีทรัพย์สินอันเป็นมรดกร่วมกัน ย่อมถือได้ว่าคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกทั้งสามรายดังกล่าวมีมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกันพอที่พิจารณารวมกันได้ ผู้ร้องชอบที่จะยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุต่อศาลชั้นต้นได้ โดยอาศัยบทบัญญัติดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอของผู้ร้องที่ขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์จึงไม่ถูกต้อง อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้รับคำร้องขอของผู้ร้องที่ขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ เจ้ามรดกไว้ดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) ศาลชั้นต้น - นายผชาญ วชิรประดิษฐพร ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67095
courts
[
    {
        "court": "ศาลชั้นต้น",
        "judge": "นายผชาญ วชิรประดิษฐพร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059729"
    }
}
date
2544
deka_no
8647/2544
deka_running_no
8647
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 4 จัตวา วรรคหนึ่ง",
            "ม. 5",
            "ม. 188"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางใบ ช่างยันต์"
    }
]
long_text
มูลคดีสืบเนื่องจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นมารดาของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุ เจ้ามรดก บุคคลทั้งสามมีสิทธิครอบครองที่ดิน น.ส. ๓. แปลงหนึ่ง ร่วมกับบุตรคนอื่นๆ ของผู้ร้อง ต่อมาบุคคลทั้งสามถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมและไม่ได้แต่งตั้งผู้จัดการมรดก สิทธิครอบครองในที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุ เจ้ามรดกตกได้แก่ผู้ร้องกับทายาทอื่น ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของบุคคลทั้งสาม และยื่นคำร้องว่า นายประเวชหรือประเวทย์ถึงแก่ความตายที่ตำบลโคกกว้าง อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดบึงกาฬ แต่ทรัพย์มรดกที่นายประเวชหรือประเวทย์มีสิทธิร่วมกับเจ้ามรดกรายอื่นอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดมหาสารคาม) เพื่อความสะดวกในการพิจารณาจึงขออนุญาตยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์รวมกันมากับคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางอุดมและนายเกตุ

ในชั้นแรกศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุรวมกันมาได้และกำหนดนัดไต่สวนพยานผู้ร้อง แต่เมื่อถึงวันนัดไต่สวนศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๔ จัตวา วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ให้เสนอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย เมื่อนายประเวชหรือประเวทย์ ช่างยันต์ เจ้ามรดกคนหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดหนองคาย ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ต่อศาลนี้ได้ ให้เพิกถอนคำสั่งรับคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์และมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำร้องขอรายดังกล่าว ส่วนคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกรายอื่นให้รับคำร้องเช่นเดิม คืนค่าขึ้นศาลให้ผู้ร้อง ๒๐๐ บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ เจ้ามรดกอีกคนหนึ่งไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะรับไว้พิจารณา เนื่องจากนายประเวชหรือประเวทย์มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่จังหวัดหนองคายในขณะถึงแก่ความตายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ผู้ร้องอาจใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้แต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ เป็นอีกคดีหนึ่งได้ที่ศาลชั้นต้นแห่งอื่น อันเป็นศาลที่นายประเวชหรือประเวทย์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตสาลในขณะถึงแก่ความตายก็ตาม แต่กรณีก็ต้องปรับด้วยมาตรา ๕ แห่ง ป.วิ.พ. ที่บัญญัติว่า "คำฟ้องหรือคำร้องขอซึ่งอาจเสนอต่อศาลได้สองศาลหรือกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลำเนาของบุคคลก็ดี เพราะที่ตั้งของทรัพย์สินก็ดี เพราะสถานที่ที่เกิดมูลคดีก็ดี หรือเพราะมีข้อหาหลายข้อก็ดี ถ้ามูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์หรือผู้ร้องจะเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดศาลหนึ่งเช่นว่านั้นได้" เมื่อข้อเท็จจริงเบื้องต้นปรากฏจากคำร้องขอว่า เจ้ามรดกทั้งสามรายมีทรัพย์สินอันเป็นมรดกร่วมกัน ย่อมถือได้ว่าคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกทั้งสามรายดังกล่าวมีมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกันพอที่พิจารณารวมกันได้ ผู้ร้องชอบที่จะยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุต่อศาลชั้นต้นได้ โดยอาศัยบทบัญญัติดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอของผู้ร้องที่ขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์จึงไม่ถูกต้อง อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้รับคำร้องขอของผู้ร้องที่ขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ เจ้ามรดกไว้ดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001070.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544