คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8485/2544 ฉบับเต็ม

#67101
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8485/2544 นางละเอียด รองวังหรือตรันฝ้อง โจทก์ นางลี่ รองวังหรือเนียมกุญชร จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 148, มาตรา 1336, มาตรา 1360, มาตรา 1600 ป.วิ.พ. มาตรา 148 รายได้จากการกรีดยางของสวนยางมรดกที่ได้มาหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่กรรม มิใช่ทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนหรือในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม จึงมิใช่มรดกแต่เป็นดอกผลของที่ดินทรัพย์มรดกตกได้แก่เจ้าของที่ดินตามสัดส่วนแห่งความเป็นเจ้าของที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 และ 1360 โจทก์ทราบดีว่าจำเลยได้นำน้ำยางไปจำหน่ายหารายได้ตั้งแต่ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีก่อน โจทก์ชอบที่จะเรียกร้องให้จำเลยส่งมอบรายได้ดังกล่าวแก่โจทก์เสียในคราวเดียวกัน แต่กลับมาฟ้องเรียกร้องเป็นคดีนี้ จึงเป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 652,860 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยเรียกทรัพย์มรดก โจทก์จะมาฟ้องเป็นคดีนี้อีกไม่ได้เพราะเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยาน จึงให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การรับฟังได้ว่าก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์เคยฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกขอแบ่งที่ดินทรัพย์มรดกและศาลฎีกาได้พิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยแบ่งที่ดินแก่โจทก์ 38 ส่วนใน 100 ส่วน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 499/2538 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่ารายได้จากการกรีดยางที่ได้มาหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่กรรมแล้ว มิใช่ทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนหรือในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม จึงมิใช่มรดก แต่เป็นดอกผลของที่ดินทรัพย์มรดกตกได้แก่เจ้าของที่ดินตามสัดส่วนแห่งความเป็นเจ้าของที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 และ 1360 โจทก์ทราบดีว่าจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกได้นำน้ำยางไปจำหน่ายหารายได้ตั้งแต่ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีก่อน โจทก์ชอบที่จะเรียกร้องให้จำเลยส่งมอบรายได้จากการกรีดยางดังกล่าวแก่โจทก์เสียในคราวเดียวกัน แต่กลับมาฟ้องเรียกร้องเป็นคดีนี้ จึงเป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งรายได้จากการกรีดยางแก่โจทก์ครึ่งหนึ่งฐานลาภมิควรได้ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่า จำเลยในฐานะทายาทผู้จัดการมรดกของนางเหนมีหน้าที่ต้องแบ่งยางพาราแผ่นหรือเงินที่ได้จากการขายยางพาราแผ่นในส่วนของโจทก์แก่โจทก์ นับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายจนถึงวันฟ้อง ซึ่งเป็นการฟ้องขอแบ่งดอกผลอันเกิดจากทรัพย์มรดก ฎีกาโจทก์ในส่วนนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยและที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยเข้าไปกรีดยางภายหลังจากที่โจทก์ได้ฟ้องคดีก่อนไปแล้ว จึงเป็นดอกผลที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนนั้น ก็เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (วิชัย ชื่นชมพูนุท-สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์-พีรพล จันทร์สว่าง) ศาลจังหวัดตรัง - นายชวลิต อิศรเดช ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชวลิต สุจริตกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67101
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตรัง",
        "judge": "นายชวลิต อิศรเดช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายชวลิต สุจริตกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059943"
    }
}
date
2544
deka_no
8485/2544
deka_running_no
8485
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์",
    "พีรพล จันทร์สว่าง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 148",
            "ม. 1336",
            "ม. 1360",
            "ม. 1600"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 148"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางละเอียด รองวังหรือตรันฝ้อง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางลี่ รองวังหรือเนียมกุญชร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 652,860 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยเรียกทรัพย์มรดก โจทก์จะมาฟ้องเป็นคดีนี้อีกไม่ได้เพราะเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยาน จึงให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การรับฟังได้ว่าก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์เคยฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกขอแบ่งที่ดินทรัพย์มรดกและศาลฎีกาได้พิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยแบ่งที่ดินแก่โจทก์ 38 ส่วนใน 100 ส่วน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 499/2538 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่ารายได้จากการกรีดยางที่ได้มาหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่กรรมแล้ว มิใช่ทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนหรือในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม จึงมิใช่มรดก แต่เป็นดอกผลของที่ดินทรัพย์มรดกตกได้แก่เจ้าของที่ดินตามสัดส่วนแห่งความเป็นเจ้าของที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 และ 1360 โจทก์ทราบดีว่าจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกได้นำน้ำยางไปจำหน่ายหารายได้ตั้งแต่ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีก่อน โจทก์ชอบที่จะเรียกร้องให้จำเลยส่งมอบรายได้จากการกรีดยางดังกล่าวแก่โจทก์เสียในคราวเดียวกัน แต่กลับมาฟ้องเรียกร้องเป็นคดีนี้ จึงเป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งรายได้จากการกรีดยางแก่โจทก์ครึ่งหนึ่งฐานลาภมิควรได้ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่า จำเลยในฐานะทายาทผู้จัดการมรดกของนางเหนมีหน้าที่ต้องแบ่งยางพาราแผ่นหรือเงินที่ได้จากการขายยางพาราแผ่นในส่วนของโจทก์แก่โจทก์ นับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายจนถึงวันฟ้อง ซึ่งเป็นการฟ้องขอแบ่งดอกผลอันเกิดจากทรัพย์มรดก ฎีกาโจทก์ในส่วนนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยและที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยเข้าไปกรีดยางภายหลังจากที่โจทก์ได้ฟ้องคดีก่อนไปแล้ว จึงเป็นดอกผลที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนนั้น ก็เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001072.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544