คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8340 -ที่ 8341/2544 ฉบับเต็ม

#67102
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8340 - 8341/2544 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โจทก์ บริษัทสหกลเอนยิเนียร์ จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/30, มาตรา 193/34 (1) พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 6 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตโจทก์ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่บุคคลทั่วไปดังเช่นการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์ไม่ได้จ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่จำเลยในเชิงการค้า หากแต่เป็นการจ่ายกระแสไฟฟ้าตามเงื่อนไขของสัญญาจ้างเหมาขุดดินและถ่านลิกไนต์ระหว่างโจทก์และจำเลย ซึ่งนอกจากโจทก์จะต้องจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่จำเลยดังกล่าวตามสัญญาแล้ว โจทก์ยังต้องจัดหาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วส่งถึงบริเวณถังน้ำมันของเหมืองแม่เมาะให้แก่จำเลยด้วย ข้อตกลงเรื่องกระแสไฟฟ้าระหว่างโจทก์และจำเลยตามเงื่อนไขของสัญญา จึงเป็นเรื่องเฉพาะกิจ ไม่ได้ทำเป็นปกติธุระ เช่นจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไป ถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) ประกอบกับหนี้คดีนี้เกิดจากโจทก์สำคัญผิดว่าโจทก์ต้องเป็นผู้รับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มแทนจำเลย จึงคิดค่ากระแสไฟฟ้าจากจำเลยขาดตกบกพร่องเท่ากับจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อหนี้ส่วนนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ___________________________ คดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่ากระแสไฟฟ้าที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน? แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสองสำนวน กำหนดค่าทนายความสำนวนละ ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์สำนวนละ ๑๕,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรมโดยเป็นผู้ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจและมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี อายุความฟ้องร้องคดีนี้จึงมีเพียง ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๔ (๑) นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๖ บัญญัติว่าโจทก์มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ (๑) ผลิต จัดให้ได้มา จัดส่งหรือจำหน่ายชั่งพลังงานไฟฟ้าให้แก่ (ก) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้าอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (ข) ผู้ใช้พลังงานไฟฟ้าตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา (ค) ประเทศใกล้เคียง ส่วนมาตรา ๖ (๒ ทวิ) ที่บัญญัติว่า ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนั้น เป็นบทบัญญัติเพิ่มเติมขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ หลังจากทำสัญญาจ้างเหมาระหว่างโจทก์และจำเลย จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่าโจทก์มีวัตถุประสงค์ในการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่บุคคลเฉพาะที่ระบุไว้ตามกฎหมาย โจทก์ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่บุคคลทั่วไปดังเช่นการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การที่โจทก์จ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่จำเลยในระบบ ๒๒ เควี โดยคิดค่ากระแสไฟฟ้าจากจำเลยกิโลวัตต์ - ชั่วโมงละ ๑.๒๐ บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำมากแสดงว่าโจทก์ไม่ได้จ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่จำเลยในเชิงการค้า หากแต่เป็นการจ่ายกระแสไฟฟ้าตามเงื่อนไขของสัญญาจ้างเหมาขุดขนดินและถ่านลิกไนต์ระหว่างโจทก์และจำเลย ซึ่งนอกจากโจทก์จะต้องจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่จำเลยดังกล่าวตามสัญญาข้อ ๓.๒ แล้ว โจทก์ยังต้องจัดหาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วส่งถึงบริเวณถังน้ำมันของเหมืองแม่เมาะให้แก่จำเลยตามสัญญาข้อ ๓.๑ ด้วย ข้อตกลงเรื่องกระแสไฟฟ้าระหว่างโจทก์และจำเลยตามเงื่อนไขของสัญญาข้อ ๓ จึงเป็นเรื่องเฉพาะกิจไม่ได้ทำเป็นปกติธุระเช่นจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไป ถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๔ (๑) ประกอบกับหนี้คดีนี้เกิดจากโจทก์สำคัญผิดว่าโจทก์ต้องเป็นผู้รับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มแทนจำเลย เมื่อหนี้ส่วนนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๐ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้ไม่ขาดอายุความ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย? (ชาญชัย ลิขิตจิตถะ-จำรูญ แสนภักดี-วสันต์ ตรีสุวรรณ) ศาลแพ่ง - นายจักรกฤษ เจริญเลิศ ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67102
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายจักรกฤษ เจริญเลิศ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุนทร นาเนกรังสรรค์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060066"
    }
}
date
2544
deka_no
8341/2544
deka_running_no
8341
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ",
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/30",
            "ม. 193/34 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511",
        "sections": [
            "ม. 6"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสหกลเอนยิเนียร์ จำกัด"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่ากระแสไฟฟ้าที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน? แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสองสำนวน กำหนดค่าทนายความสำนวนละ ๒๐,๐๐๐ บาท

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์สำนวนละ ๑๕,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรมโดยเป็นผู้ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจและมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี อายุความฟ้องร้องคดีนี้จึงมีเพียง ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๔ (๑) นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๖ บัญญัติว่าโจทก์มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ (๑) ผลิต จัดให้ได้มา จัดส่งหรือจำหน่ายชั่งพลังงานไฟฟ้าให้แก่ (ก) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้าอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (ข) ผู้ใช้พลังงานไฟฟ้าตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา (ค) ประเทศใกล้เคียง ส่วนมาตรา ๖ (๒ ทวิ) ที่บัญญัติว่า ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนั้น เป็นบทบัญญัติเพิ่มเติมขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ หลังจากทำสัญญาจ้างเหมาระหว่างโจทก์และจำเลย จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่าโจทก์มีวัตถุประสงค์ในการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่บุคคลเฉพาะที่ระบุไว้ตามกฎหมาย โจทก์ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่บุคคลทั่วไปดังเช่นการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การที่โจทก์จ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่จำเลยในระบบ ๒๒ เควี โดยคิดค่ากระแสไฟฟ้าจากจำเลยกิโลวัตต์ - ชั่วโมงละ ๑.๒๐ บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำมากแสดงว่าโจทก์ไม่ได้จ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่จำเลยในเชิงการค้า หากแต่เป็นการจ่ายกระแสไฟฟ้าตามเงื่อนไขของสัญญาจ้างเหมาขุดขนดินและถ่านลิกไนต์ระหว่างโจทก์และจำเลย ซึ่งนอกจากโจทก์จะต้องจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่จำเลยดังกล่าวตามสัญญาข้อ ๓.๒ แล้ว โจทก์ยังต้องจัดหาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วส่งถึงบริเวณถังน้ำมันของเหมืองแม่เมาะให้แก่จำเลยตามสัญญาข้อ ๓.๑ ด้วย ข้อตกลงเรื่องกระแสไฟฟ้าระหว่างโจทก์และจำเลยตามเงื่อนไขของสัญญาข้อ ๓ จึงเป็นเรื่องเฉพาะกิจไม่ได้ทำเป็นปกติธุระเช่นจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไป ถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๔ (๑) ประกอบกับหนี้คดีนี้เกิดจากโจทก์สำคัญผิดว่าโจทก์ต้องเป็นผู้รับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มแทนจำเลย เมื่อหนี้ส่วนนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๐ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้ไม่ขาดอายุความ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย?
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001073.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8340 -
year
2544