คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8623/2544 ฉบับเต็ม

#67109
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8623/2544 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายมนตรี สุบรรณพงษ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 208 วรรคสอง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 208 วรรคสอง (เดิม) ที่บัญญัติว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ให้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล ความหมายก็คือ ต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งทั้งสองประการ คือ ทั้งเหตุที่ได้ขาดนัดพิจารณาและทั้งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาด คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย กล่าวเพียงเหตุที่จำเลยได้ขาดนัดยื่นคำให้การเท่านั้นแต่จำเลยมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือจำเลยมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่จำเลยได้ขาดนัดพิจารณาเป็นเหตุที่จำเลยจะมีคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207 คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 208 วรรคสอง จึงไม่มีเหตุที่จะให้มีการพิจารณาใหม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ให้พิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๙๒๔,๐๒๖.๑๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ หากจำเลยทั้งสองมีโอกาสเข้ามาต่อสู้คดีก็จะมีทางชนะคดีของโจทก์ได้ เพราะโจทก์ไม่มีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองให้แก่จำเลยทั้งสองทราบโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยทั้งสองแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรคสอง บัญญัติว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ให้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล ความหมายก็คือ ต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งทั้งสองประการ คือ ทั้งเหตุที่ได้ขาดนัดและทั้งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล แต่คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองมีใจความว่า พนักงานเดินหมายได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยทั้งสองโดยวิธีปิดหมาย เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๑ จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำให้การในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และกำหนดวันนัดชี้สองสถานวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๑ เวลา ๑๓ นาฬิกา ถึงวันนัด ดังกล่าวจำเลยทั้งสองไปศาล ได้ทราบว่าคดีนี้ศาลได้พิจารณาสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวและมีคำพิพากษาตั้งแต่วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๑ โดยศาลมีคำสั่งไม่รับคำให้การจำเลยทั้งสองเพราะยื่นพ้นกำหนดระยะเวลาแล้ว เนื่องจากในรายงานการเดินหมายของเจ้าหน้าที่ส่งหมายได้รายงานต่อศาลว่า ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำเลยทั้งสองจึงมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การแต่อย่างใด ตามคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยทั้งสองได้กล่าวแต่เพียงเหตุที่จำเลยทั้งสองได้ขาดนัดยื่นคำให้การเท่านั้น มิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่จำเลยทั้งสองไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ ตามที่ได้มีการส่งหมายกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ดังกล่าวนั้นให้จำเลยทั้งสองทราบโดยชอบแล้ว หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่จำเลยทั้งสองได้ขาดนัดพิจารณาเป็นเหตุที่จำเลยทั้งสองจะมีคำขอให้มีการพิจารณาใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๗ คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (จำรูญ แสนภักดี-ชาญชัย ลิขิตจิตถะ-วสันต์ ตรีสุวรรณ) ศาลภาษีอากรกลาง - นายสายัณห์ มุกดาประเสริฐ ศาลอุทธรณ์ - นายขวัญชัย ปิ่นรอด แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67109
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นายสายัณห์ มุกดาประเสริฐ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายขวัญชัย ปิ่นรอด"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059733"
    }
}
date
2544
deka_no
8623/2544
deka_running_no
8623
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ",
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 208 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมนตรี สุบรรณพงษ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ให้พิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๙๒๔,๐๒๖.๑๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ หากจำเลยทั้งสองมีโอกาสเข้ามาต่อสู้คดีก็จะมีทางชนะคดีของโจทก์ได้ เพราะโจทก์ไม่มีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองให้แก่จำเลยทั้งสองทราบโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบ

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยทั้งสองแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรคสอง บัญญัติว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ให้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล ความหมายก็คือ ต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งทั้งสองประการ คือ ทั้งเหตุที่ได้ขาดนัดและทั้งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล แต่คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองมีใจความว่า พนักงานเดินหมายได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยทั้งสองโดยวิธีปิดหมาย เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๑ จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำให้การในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และกำหนดวันนัดชี้สองสถานวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๑ เวลา ๑๓ นาฬิกา ถึงวันนัด ดังกล่าวจำเลยทั้งสองไปศาล ได้ทราบว่าคดีนี้ศาลได้พิจารณาสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวและมีคำพิพากษาตั้งแต่วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๑ โดยศาลมีคำสั่งไม่รับคำให้การจำเลยทั้งสองเพราะยื่นพ้นกำหนดระยะเวลาแล้ว เนื่องจากในรายงานการเดินหมายของเจ้าหน้าที่ส่งหมายได้รายงานต่อศาลว่า ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำเลยทั้งสองจึงมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การแต่อย่างใด ตามคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยทั้งสองได้กล่าวแต่เพียงเหตุที่จำเลยทั้งสองได้ขาดนัดยื่นคำให้การเท่านั้น มิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่จำเลยทั้งสองไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ ตามที่ได้มีการส่งหมายกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ดังกล่าวนั้นให้จำเลยทั้งสองทราบโดยชอบแล้ว หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่จำเลยทั้งสองได้ขาดนัดพิจารณาเป็นเหตุที่จำเลยทั้งสองจะมีคำขอให้มีการพิจารณาใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๗ คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001070.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544