คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8746/2544 ฉบับเต็ม

#67110
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8746/2544 นางวิภาพร วัชระศิริไพโรจน์ โจทก์ นายภักดี ศุภาวัฒนานันท์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 64, มาตรา 197, มาตรา 199 จำเลยมอบอำนาจให้ ภ. บุตรชายยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีแทน โดยในใบมอบฉันทะระบุข้อความว่า จำเลยยอมรับผิดในกรณีที่ผู้รับมอบฉันทะของจำเลยได้ทำการไปนั้นทุกประการ และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานจำเลยโดย ภ. ได้ลงลายมือชื่อทราบกำหนดวันนัดสืบพยานใหม่แล้ว ถือได้ว่า ภ. เป็นผู้มีสิทธิทำการแทนจำเลยในการขอเลื่อนคดีและกำหนดวันนัด เมื่อ ภ. ได้ทราบวันนัดพิจารณาแล้วจึงถือว่าจำเลยทราบกำหนดวันนัดสืบพยานโดยชอบแล้ว การที่จำเลยอ้างว่าเข้าใจผิดและไม่มีเจตนาที่จะไม่ไปศาลในวันนัดดังกล่าว เป็นเรื่องความเข้าใจผิดโดยมีมูลเหตุมาจากความเข้าใจของจำเลยเอง ถือว่าเป็นการจงใจของจำเลยที่จะไม่ไปศาลตามกำหนดนัด ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินพร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบ จำเลยยื่นคำให้การ แต่ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี? จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอ้างว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยมอบอำนาจให้ ภ. บุตรชาย ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีแทน เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ โดยในใบมอบฉันทะระบุข้อความว่า จำเลยยอมรับผิดในกรณีที่ผู้รับมอบฉันทะของจำเลยได้ทำการไปนั้นทุกประการ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ ๑๗ และวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๒ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา โดย ภ. ผู้รับมอบฉันทะจากจำเลยได้ลงลายมือชื่อทราบกำหนดวันนัดสืบพยานใหม่แล้ว ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ ดังนี้ ถือได้ว่า ภ. เป็นผู้มีสิทธิทำการแทนจำเลยในการขอเลื่อนคดี และกำหนดวันนัด เมื่อ ภ. ได้ทราบวันนัดพิจารณาแล้ว จึงถือว่าจำเลยทราบกำหนดวันนัดสืบพยานโดยชอบแล้ว การที่จำเลยอ้างว่าเข้าใจผิดและไม่มีเจตนาที่จะไม่ไปศาลชั้นต้นในวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๒ ดังกล่าว แต่รอไปในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๒ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา เพราะเข้าใจว่าศาลให้เลือกไปศาลวันใดวันหนึ่งเพียงนัดเดียวนั้น เป็นเรื่องความเข้าใจผิดโดยมีมูลเหตุมาจากความเข้าใจของจำเลยเอง จึงถือว่าเป็นการจงใจของจำเลยที่จะไม่ไปศาลตามกำหนดนัด ที่จำเลยฎีกาว่า มิได้จงใจขาดนัดพิจารณาจึงฟังไม่ขึ้น กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (วิศณุ เลื่อมสำราญ-สุรพล เจียมจูไร-มงคล ทับเที่ยง) ศาลแพ่งธนบุรี - นายสุวิทย์ ทวีชุมพล ศาลอุทธรณ์ - นางคำนวน เทียมสอาด แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67110
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นายสุวิทย์ ทวีชุมพล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางคำนวน เทียมสอาด"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059522"
    }
}
date
2544
deka_no
8746/2544
deka_running_no
8746
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิศณุ เลื่อมสำราญ",
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "มงคล ทับเที่ยง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 64",
            "ม. 197",
            "ม. 199"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางวิภาพร วัชระศิริไพโรจน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายภักดี ศุภาวัฒนานันท์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินพร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบ จำเลยยื่นคำให้การ แต่ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี?

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอ้างว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยมอบอำนาจให้ ภ. บุตรชาย ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีแทน เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ โดยในใบมอบฉันทะระบุข้อความว่า จำเลยยอมรับผิดในกรณีที่ผู้รับมอบฉันทะของจำเลยได้ทำการไปนั้นทุกประการ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ ๑๗ และวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๒ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา โดย ภ. ผู้รับมอบฉันทะจากจำเลยได้ลงลายมือชื่อทราบกำหนดวันนัดสืบพยานใหม่แล้ว ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ ดังนี้ ถือได้ว่า ภ. เป็นผู้มีสิทธิทำการแทนจำเลยในการขอเลื่อนคดี และกำหนดวันนัด เมื่อ ภ. ได้ทราบวันนัดพิจารณาแล้ว จึงถือว่าจำเลยทราบกำหนดวันนัดสืบพยานโดยชอบแล้ว การที่จำเลยอ้างว่าเข้าใจผิดและไม่มีเจตนาที่จะไม่ไปศาลชั้นต้นในวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๒ ดังกล่าว แต่รอไปในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๒ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา เพราะเข้าใจว่าศาลให้เลือกไปศาลวันใดวันหนึ่งเพียงนัดเดียวนั้น เป็นเรื่องความเข้าใจผิดโดยมีมูลเหตุมาจากความเข้าใจของจำเลยเอง จึงถือว่าเป็นการจงใจของจำเลยที่จะไม่ไปศาลตามกำหนดนัด ที่จำเลยฎีกาว่า มิได้จงใจขาดนัดพิจารณาจึงฟังไม่ขึ้น กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001068.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544