คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8901/2544 ฉบับเต็ม

#67112
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8901/2544 บริษัทซิตี้ ลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ นางสมคิด ไตรโชค กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 680 จำเลยที่ 3 ทำหนังสือยินยอมให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 4 ทำหนังสือ ยินยอมให้จำเลยที่ 2 ภริยาทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ หนังสือยินยอมสองฉบับมีข้อความว่า ผู้ให้ความ ยินยอมยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ดังนี้ นอกจากเป็นหลักฐานแสดงว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ต่างรับว่าให้ความยินยอมในการที่คู่สมรสของตนทำนิติกรรมแล้ว ยังแสดงว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ทำสัญญากับโจทก์ยอมผูกพันรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย ศาลชั้นต้นจะด่วนวินิจฉัยไปล่วงหน้าว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ทราบความหมายหรือสาระสำคัญของเอกสารที่ทำทั้งที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยังไม่ได้เข้าเป็นคู่ความต่อสู้คดีนั้นไม่ถูกต้อง ส่วนข้อที่ตำหนิว่าหากต้องการให้ รับผิดก็ควรให้ทำสัญญาค้ำประกันเช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 นั้น การทำข้อตกลงอย่างไร ให้ริบผิดแค่ไหนเพียงใดเป็นสิทธิของคู่สัญญา การที่ศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่รับคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไว้พิจารณา จึงไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ทำสัญญาค้ำประกัน ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นสามีของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นผู้ให้ความยินยอมจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ทำสัญญาเช่าซื้อและ ทำสัญญาค้ำประกันแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาเช่าซื้อ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อ คืนโจทก์ หากส่งมอบคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนกับให้ร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าใช้สอยรถยนต์แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว มีคำสั่งรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓ และ ที่ ๔ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๓ ให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ และฟ้องจำเลยที่ ๔ ให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๒ ได้หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ ๓ ทำหนังสือยินยอมให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นภริยาทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ ส่วนจำเลยที่ ๔ ทำหนังสือยินยอมให้จำเลยที่ ๒ ภริยาทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ หนังสือยินยอมทั้งสองฉบับมีข้อความด้วยว่า ผู้ให้ความยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ดังนี้หนังสือให้ความยินยอมนั้นนอกจากเป็นหลักฐานแสดงว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ต่างรับว่าให้ความยินยอมในการที่คู่สมรสของตนทำนิติกรรมแล้ว ยังแสดงว่าจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ทำสัญญากับโจทก์ยอมผูกพันรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ที่ศาลล่างทั้งสองด่วนวินิจฉัยไปล่วงหน้าเพียงในชั้นตรวจรับคำฟ้องว่าจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่ทราบความหมายหรือสาระสำคัญของเอกสาร ที่ทำทั้งที่จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ยังไม่ได้เข้ามาเป็นคู่ความต่อสู้คดีนั้นไม่ถูกต้อง ส่วนข้อที่ตำหนิว่าหากต้องการให้ริบผิดก็ควรให้ทำสัญญาค้ำประกันเช่นเดียวกับจำเลยที่ ๒ นั้น เห็นว่า การทำข้อตกลงอย่างไร ให้รับผิดแค่ไหนเพียงใดเป็นสิทธิของคู่สัญญา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้ว่า ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไว้พิจารณา ค่าฤชาธรรมเนียม ชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาในส่วนนี้ ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ (สายันต์ สุรสมภพ-วิเทพ ศิริพากย์-ชนะ ภาสกานนท์) ศาลแพ่ง - นายปิ่น ศรีเมือง ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ตุลยภักดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67112
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายปิ่น ศรีเมือง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวินัย ตุลยภักดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059402"
    }
}
date
2544
deka_no
8901/2544
deka_running_no
8901
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "ชนะ ภาสกานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 680"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทซิตี้ ลิสซิ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสมคิด ไตรโชค กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ทำสัญญาค้ำประกัน ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นสามีของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นผู้ให้ความยินยอมจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ทำสัญญาเช่าซื้อและ ทำสัญญาค้ำประกันแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาเช่าซื้อ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อ คืนโจทก์ หากส่งมอบคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนกับให้ร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าใช้สอยรถยนต์แก่โจทก์

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว มีคำสั่งรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓ และ ที่ ๔

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๓ ให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ และฟ้องจำเลยที่ ๔ ให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๒ ได้หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ ๓ ทำหนังสือยินยอมให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นภริยาทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ ส่วนจำเลยที่ ๔ ทำหนังสือยินยอมให้จำเลยที่ ๒ ภริยาทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ หนังสือยินยอมทั้งสองฉบับมีข้อความด้วยว่า ผู้ให้ความยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ดังนี้หนังสือให้ความยินยอมนั้นนอกจากเป็นหลักฐานแสดงว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ต่างรับว่าให้ความยินยอมในการที่คู่สมรสของตนทำนิติกรรมแล้ว ยังแสดงว่าจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ทำสัญญากับโจทก์ยอมผูกพันรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ที่ศาลล่างทั้งสองด่วนวินิจฉัยไปล่วงหน้าเพียงในชั้นตรวจรับคำฟ้องว่าจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่ทราบความหมายหรือสาระสำคัญของเอกสาร ที่ทำทั้งที่จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ยังไม่ได้เข้ามาเป็นคู่ความต่อสู้คดีนั้นไม่ถูกต้อง ส่วนข้อที่ตำหนิว่าหากต้องการให้ริบผิดก็ควรให้ทำสัญญาค้ำประกันเช่นเดียวกับจำเลยที่ ๒ นั้น เห็นว่า การทำข้อตกลงอย่างไร ให้รับผิดแค่ไหนเพียงใดเป็นสิทธิของคู่สัญญา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้ว่า ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไว้พิจารณา ค่าฤชาธรรมเนียม ชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาในส่วนนี้ ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001067.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544