คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9088/2544 ฉบับเต็ม

#67115
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9088/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ บริษัทยูไนเต็ด มารีนไลน์ส เอส.เอ. ผู้ร้อง ายสุชิน หอมแดง กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 33, มาตรา 36 ป.พ.พ. มาตรา 797 ป.วิ.อ. มาตรา 195 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 32 ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสิงคโปร์ประเภทบริษัทจำกัด ช.เป็นกรรมการผู้จัดการมีอำนาจทำการแทนผู้ร้อง และผู้ร้องโดย ช.มอบอำนาจให้ ส.ดำเนินคดีแทนผู้ร้องตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย ร.2 แต่หนังสือรับรองของสาธารณรัฐปานามาที่ผู้ร้องอ้างส่งต่อศาล กลับมีข้อความระบุว่าบริษัทผู้ร้องก่อตั้งเป็นบริษัทจำกัด ตามกฎหมายฉบับที่ 32 ค.ศ. 1927 ของสาธารณรัฐปานามา ไม่ใช่ประเทศสิงคโปร์ดังที่ ส.ผู้รับมอบอำนาจเบิกความ นอกจากนี้จากหนังสือดังกล่าวกรรมการผู้จัดการใหญ่ซึ่งมีอำนาจทำการแทนผู้ร้องตามกฎหมายคือ อ.ไม่ใช่ ช. การที่ช.ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ ส.ดำเนินคดีแทนผู้ร้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย หนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย ร.2 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 1998มีนายเตียว เอง เหลียง (TEO ENG LEONG) โนตารีปับลิก (NOTARY PUBLIC)ประเทศสิงคโปร์รับรองว่าบุคคลที่มีชื่อในหนังสือมอบอำนาจได้ทำหนังสือมอบอำนาจด้วยความสมัครใจ ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 1998 (พ.ศ.2541)ไม่ปรากฏข้อความตอนใดที่แสดงว่าได้ทำการมอบอำนาจกันที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสิงคโปร์ แม้หนังสือรับรองของโนตารีปับลิกจะมีตราสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสิงคโปร์ประทับอยู่ ก็เป็นการประทับรับรองว่านายเตียว เอง เหลียง เป็นโนตารีปับลิกเท่านั้น ไม่ได้รับรองหนังสือมอบอำนาจว่าถูกต้องใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่ ช.ลงลายมือในหนังสือมอบอำนาจให้ ส.ดำเนินคดีแทนผู้ร้อง โดยช.ไม่มีอำนาจทำการแทนผู้ร้อง ส.ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจแต่งทนายความยื่นคำร้องขอคืนของกลางแทนผู้ร้อง ปัญหานี้เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย โจทก์จึงยกขึ้นอ้างได้แม้จะไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นก็ตาม คดีนี้เป็นสาขาคดีที่เจ้าของทรัพย์ร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบในคดีหลัก ประเด็นในคดีจึงมีเพียงว่าศาลจะสั่งคืนของกลางให้แก่เจ้าของที่แท้จริงหรือไม่เท่านั้น สำหรับประเด็นที่ผู้ร้องฎีกาว่าศาลสั่งริบของกลางไม่ได้นั้น ได้ยุติไปแล้วตามคำสั่งของศาลในคดีหลัก ผู้ร้องจึงฎีกาในประเด็นนี้ไม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ ตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 5 (2), 7 วรรคแรก, 20 วรรคแรก พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบเรือยนต์ 1 ลำ พร้อมอุปกรณ์เครื่องยนต์และทรัพย์สินอื่น ๆ ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้คืนเรือบรรทุกสินค้าชื่อนิสสัน มารู ระวาง 476 ตัน พร้อมอุปกรณ์เครื่องยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าของของกลางที่แท้จริง ถึงแม้ฟังว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของของกลาง ผู้ร้องก็มีส่วนรู้เห็นในการที่จำเลยทั้งสี่นำของกลางไปใช้ในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้คืนเรือยนต์และอุปกรณ์เครื่องยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของเรือนิสสัน มารู ของกลางซึ่งมีระวางบรรทุกสูงสุด 476 ตัน ระวางบรรทุกสุทธิ 170 ตัน ผู้ร้องให้บริษัทเปโตรแทงค์อินเตอร์เนชั่นแนล เอส. เอ. เช่าเรือลำนี้มีระยะเวลาการเช่าตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2540 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2541 ต่อมาวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2541 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำความผิดโดยใช้เรือของกลางลักลอบขนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่และริบเรือของกลาง? ที่ผู้ร้องฎีกาว่าเรือของกลางมีระวางบรรทุก 476 ตัน สัญชาติสาธารณรัฐปานามาจึงริบไม่ได้ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 32 นั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นสาขาคดีที่เจ้าของทรัพย์ร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบในคดีหลัก ประเด็นในคดีนี้จึงมีเพียงว่าศาลจะสั่งคืนของกลางให้แก่เจ้าของที่แท้จริงหรือไม่เท่านั้น สำหรับประเด็นที่ผู้ร้องฎีกาว่าศาลสั่งริบของกลางไม่ได้นั้นได้ยุติไปแล้วตามคำสั่งของศาลในคดีหลัก ผู้ร้องจึงฎีกาในประเด็นนี้ไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ชาญชัย ลิขิตจิตถะ-จำรูญ แสนภักดี-วสันต์ ตรีสุวรรณ) ศาลจังหวัดสตูล - นายปรีชา บุญโรจน์พงศ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ - นางสาวบุญมี ฐิตะศิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67115
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสตูล",
        "judge": "นายปรีชา บุญโรจน์พงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค ๙",
        "judge": "นางสาวบุญมี ฐิตะศิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059199"
    }
}
date
2544
deka_no
9088/2544
deka_running_no
9088
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ",
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33",
            "ม. 36"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 797"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469",
        "sections": [
            "ม. 32"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสตูล"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทยูไนเต็ด มารีนไลน์ส เอส.เอ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ายสุชิน หอมแดง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ ตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 5 (2), 7 วรรคแรก, 20 วรรคแรก พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบเรือยนต์ 1 ลำ พร้อมอุปกรณ์เครื่องยนต์และทรัพย์สินอื่น ๆ ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้คืนเรือบรรทุกสินค้าชื่อนิสสัน มารู ระวาง 476 ตัน พร้อมอุปกรณ์เครื่องยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าของของกลางที่แท้จริง ถึงแม้ฟังว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของของกลาง ผู้ร้องก็มีส่วนรู้เห็นในการที่จำเลยทั้งสี่นำของกลางไปใช้ในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้คืนเรือยนต์และอุปกรณ์เครื่องยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของเรือนิสสัน มารู ของกลางซึ่งมีระวางบรรทุกสูงสุด 476 ตัน ระวางบรรทุกสุทธิ 170 ตัน ผู้ร้องให้บริษัทเปโตรแทงค์อินเตอร์เนชั่นแนล เอส. เอ. เช่าเรือลำนี้มีระยะเวลาการเช่าตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2540 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2541 ต่อมาวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2541 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำความผิดโดยใช้เรือของกลางลักลอบขนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่และริบเรือของกลาง? ที่ผู้ร้องฎีกาว่าเรือของกลางมีระวางบรรทุก 476 ตัน สัญชาติสาธารณรัฐปานามาจึงริบไม่ได้ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 32 นั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นสาขาคดีที่เจ้าของทรัพย์ร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบในคดีหลัก ประเด็นในคดีนี้จึงมีเพียงว่าศาลจะสั่งคืนของกลางให้แก่เจ้าของที่แท้จริงหรือไม่เท่านั้น สำหรับประเด็นที่ผู้ร้องฎีกาว่าศาลสั่งริบของกลางไม่ได้นั้นได้ยุติไปแล้วตามคำสั่งของศาลในคดีหลัก ผู้ร้องจึงฎีกาในประเด็นนี้ไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องทุกข้อฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001065.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544