คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9467/2544 ฉบับเต็ม

#67120
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9467/2544 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาวสุดสวาท หัตถสาร กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/11, มาตรา 698 แม้ ป.พ.พ. มาตรา 698 จะบัญญัติให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใดก็ตาม แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นบทบังคับเด็ดขาด ดังนั้นในกรณีที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนให้รับผิดในหนี้ที่ขาดอายุความเรียกร้องจากลูกหนี้แล้วจึงอาจกระทำได้ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และมิใช่เป็นการงดใช้หรือขยายอายุความตามมาตรา 193/11 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายในฐานะทายาทโดยธรรมของ นายดาบตำรวจเริงศักดิ์ หัตถสาร ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันต้องร่วมกันรับผิดชำระเงินจำนวน ๑๓,๙๖๘.๔๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๔.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๗,๕๙๐.๔๒ บาท นับถักจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงินจำนวน ๑๓,๙๖๘.๔๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๔.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๗,๕๙๐.๔๒ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕๐๐ บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์เพียงประเด็นเดียวว่า สัญญาค้ำประกันที่มีข้อความว่า ถ้าผู้กู้ตายเกินกว่า ๑ ปี ผู้ค้ำประกันก็ยอมชำระหนี้แทนจนครบถ้วนนั้นมีผลใช้บังคับหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๘ จะบัญญัติให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาความในมาตรา ๖๘๑ ประกอบด้วยแล้วจะเห็นได้ว่าแม้หนี้ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดเพราะทำด้วยความสำคัญผิดหรือเป็นผู้ไร้ความสามารถก็อาจมีการค้ำประกันอย่างสมบูรณ์ได้หากผู้ค้ำประกันรู้ถึงเหตุสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถนั้น กรณีจึงถือไม่ได้ว่า บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๘ เป็นบทบังคับเด็ดขาดเปลี่ยนแปลงไม่ได้เสียเลย และเห็นว่าในกรณีที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนให้รับผิดในหนี้ที่ขาดอายุความเรียกร้องจากลูกหนี้แล้วจึงอาจกระทำได้ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และมิใช่เป็นการงดใช้หรือขยายอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๑๑ แต่อย่างใด ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันทำสัญญาค้ำประกันตกลงกับโจทก์ว่า ถ้าผู้กู้ตายเกิน ๑ ปี ผู้ค้ำประกันยอมชำระหนี้แทนจนครบถ้วน ซึ่งมีความหมายว่าเป็นกรณีที่ผู้ค้ำประกันตกลงจะไม่ยกอายุความของ ลูกหนี้ขึ้นต่อสู้ หาใช่เป็นกรณีที่ผู้ค้ำประกันตกลงจะไม่ยกอายุความของผู้ค้ำประกันเองขึ้นเป็นข้อต่อสู้ อันจะถือได้ว่าเป็นกรณีที่ผู้ค้ำประกันสละประโยชน์แห่งอายุความของผู้ค้ำประกันไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๒๔ แต่อย่างใดไม่ ข้อตกลงตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าวจึงมีผลบังคับกันได้ตามกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ดวงมาลย์ ศิลปอาชา-สมชาย จุลนิติ์-ชวลิต ตุลยสิงห์) ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายพลจักร์ คงน้อย ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67120
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงเชียงใหม่",
        "judge": "นายพลจักร์ คงน้อย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058876"
    }
}
date
2544
deka_no
9467/2544
deka_running_no
9467
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ดวงมาลย์ ศิลปอาชา",
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/11",
            "ม. 698"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวสุดสวาท หัตถสาร กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายในฐานะทายาทโดยธรรมของ นายดาบตำรวจเริงศักดิ์ หัตถสาร ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันต้องร่วมกันรับผิดชำระเงินจำนวน ๑๓,๙๖๘.๔๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๔.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๗,๕๙๐.๔๒ บาท นับถักจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงินจำนวน ๑๓,๙๖๘.๔๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๔.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๗,๕๙๐.๔๒ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕๐๐ บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ให้เป็นพับ

จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์เพียงประเด็นเดียวว่า สัญญาค้ำประกันที่มีข้อความว่า ถ้าผู้กู้ตายเกินกว่า ๑ ปี ผู้ค้ำประกันก็ยอมชำระหนี้แทนจนครบถ้วนนั้นมีผลใช้บังคับหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๘ จะบัญญัติให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาความในมาตรา ๖๘๑ ประกอบด้วยแล้วจะเห็นได้ว่าแม้หนี้ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดเพราะทำด้วยความสำคัญผิดหรือเป็นผู้ไร้ความสามารถก็อาจมีการค้ำประกันอย่างสมบูรณ์ได้หากผู้ค้ำประกันรู้ถึงเหตุสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถนั้น กรณีจึงถือไม่ได้ว่า บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๘ เป็นบทบังคับเด็ดขาดเปลี่ยนแปลงไม่ได้เสียเลย และเห็นว่าในกรณีที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนให้รับผิดในหนี้ที่ขาดอายุความเรียกร้องจากลูกหนี้แล้วจึงอาจกระทำได้ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และมิใช่เป็นการงดใช้หรือขยายอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๑๑ แต่อย่างใด ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันทำสัญญาค้ำประกันตกลงกับโจทก์ว่า ถ้าผู้กู้ตายเกิน ๑ ปี ผู้ค้ำประกันยอมชำระหนี้แทนจนครบถ้วน ซึ่งมีความหมายว่าเป็นกรณีที่ผู้ค้ำประกันตกลงจะไม่ยกอายุความของ ลูกหนี้ขึ้นต่อสู้ หาใช่เป็นกรณีที่ผู้ค้ำประกันตกลงจะไม่ยกอายุความของผู้ค้ำประกันเองขึ้นเป็นข้อต่อสู้ อันจะถือได้ว่าเป็นกรณีที่ผู้ค้ำประกันสละประโยชน์แห่งอายุความของผู้ค้ำประกันไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๒๔ แต่อย่างใดไม่ ข้อตกลงตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าวจึงมีผลบังคับกันได้ตามกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001062.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544