คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8738/2544 ฉบับเต็ม

#67123
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8738/2544 บริษัทไอ. เอซ.ซี.(ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ นายวรรณะ ศิริกรวิทยา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 18, มาตรา 55, มาตรา 131, มาตรา 142 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 146, มาตรา 166 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 มาตรา 10, มาตรา 77 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 77 พนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนให้นายจ้างจัดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้างโดยอาศัยอำนาจตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ที่ออกตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 77 ซึ่งคำเตือน ดังกล่าวไม่ขัดแย้งกับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 จึงมีผลเป็นคำเตือนตามประกาศดังกล่าว ข้อ 77 และใช้บังคับได้ต่อไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 166 ทั้งคำเตือนดังกล่าวมิใช่คำสั่งหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดของพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ที่บัญญัติให้นายจ้างต้องปฏิบัติตาม แต่มีผลเพียงเป็นการชี้แนะเพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเท่านั้น ถ้านายจ้างเห็นว่าไม่ถูกต้องจะไม่ปฏิบัติตามก็ได้โดยไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 146 และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 8 การที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนและลูกจ้างขอหยุดพักผ่อนประจำปีตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน ยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของนายจ้างตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ทั้งนายจ้างมิได้ฟ้องพนักงานตรวจแรงงานหรืออธิบดีกรมสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงานเป็นจำเลย นายจ้างจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานและขอให้ สั่งว่าจำเลยไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้สั่งว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานตรวจแรงงานที่มีหนังสือเตือนให้โจทก์จัดให้มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้จำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ให้โจทก์ปฏิบัติตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรรงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ จำนวน ๑๕ วัน และปี ๒๕๔๐ จำนวน ๒๑ วัน รวม ๓๖ วัน ศาลแรงงานกลางตรวจคำฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานตรวจแรงงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมิได้ฟ้องพนักงาน ตรวจแรงงานและอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานด้วย คำขอดังกล่าวไม่อาจบังคับได้ ส่วนคำขอให้พิพากษาว่า จำเลยไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ นั้น แม้ตามคำฟ้องจะอ้างว่าจำเลยติดต่อขอให้ใช้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างได้กระทำการใด ๆ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ และกรณียังไม่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ (๒) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๔๒ จำเลยยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานว่าโจทก์ไม่จัดวันหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ ให้จำเลยและพนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๒ ให้โจทก์จัดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้จำเลยรวม ๓๖ วัน ปรากฏว่า พนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานที่ออกตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๕ ข้อ ๑๐ และ ๗๗ ซึ่งคำเตือนดังกล่าวไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงมีผลเป็นคำเตือนตามประกาศดังกล่าว ข้อ ๗๗ และใช้บังคับได้ต่อไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๖๖ ทั้งคำเตือนดังกล่าวมิใช่คำสั่งหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดของพนักงานตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ที่บัญญัติให้โจทก์ต้องปฏิบัติตาม แต่มีผลเพียงเป็นการชี้แนะเพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยเท่านั้น ถ้าโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องจะไม่ปฏิบัติตามก็ได้ โดยไม่เป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๔๖ และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ข้อ ๘ ดังโจทก์อุทธรณ์ การที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนและจำเลยขอหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ ตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน ยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ทั้งโจทก์ มิได้ฟ้องพนักงานตรวจแรงงานหรืออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นจำเลยด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน และขอให้สั่งว่าจำเลยไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ ที่ศาลแรงงานกลางตรวจคำฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน . (มงคล คุปต์กาญจนากุล-สกนธ์ กฤติยาวงศ์-พูนศักดิ์ จงกลนี) ศาลแรงงานกลาง - นายสุรศักดิ์ นาราสัจจ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67123
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ นาราสัจจ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059524"
    }
}
date
2544
deka_no
8738/2544
deka_running_no
8738
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "พูนศักดิ์ จงกลนี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 18",
            "ม. 55",
            "ม. 131",
            "ม. 142"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 146",
            "ม. 166"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515",
        "law_abbr": "ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515",
        "sections": [
            "ม. 10",
            "ม. 77"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน",
        "law_abbr": "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน",
        "sections": [
            "ม. 77"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไอ. เอซ.ซี.(ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวรรณะ ศิริกรวิทยา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้สั่งว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานตรวจแรงงานที่มีหนังสือเตือนให้โจทก์จัดให้มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้จำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ให้โจทก์ปฏิบัติตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรรงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ จำนวน ๑๕ วัน และปี ๒๕๔๐ จำนวน ๒๑ วัน รวม ๓๖ วัน

ศาลแรงงานกลางตรวจคำฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานตรวจแรงงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมิได้ฟ้องพนักงาน ตรวจแรงงานและอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานด้วย คำขอดังกล่าวไม่อาจบังคับได้ ส่วนคำขอให้พิพากษาว่า จำเลยไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ นั้น แม้ตามคำฟ้องจะอ้างว่าจำเลยติดต่อขอให้ใช้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างได้กระทำการใด ๆ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ และกรณียังไม่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ (๒) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๔๒ จำเลยยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานว่าโจทก์ไม่จัดวันหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ ให้จำเลยและพนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๒ ให้โจทก์จัดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้จำเลยรวม ๓๖ วัน ปรากฏว่า พนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานที่ออกตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๕ ข้อ ๑๐ และ ๗๗ ซึ่งคำเตือนดังกล่าวไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงมีผลเป็นคำเตือนตามประกาศดังกล่าว ข้อ ๗๗ และใช้บังคับได้ต่อไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๖๖ ทั้งคำเตือนดังกล่าวมิใช่คำสั่งหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดของพนักงานตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ที่บัญญัติให้โจทก์ต้องปฏิบัติตาม แต่มีผลเพียงเป็นการชี้แนะเพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยเท่านั้น ถ้าโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องจะไม่ปฏิบัติตามก็ได้ โดยไม่เป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๔๖ และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ข้อ ๘ ดังโจทก์อุทธรณ์ การที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำเตือนและจำเลยขอหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ ตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน ยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ทั้งโจทก์ มิได้ฟ้องพนักงานตรวจแรงงานหรืออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นจำเลยด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน และขอให้สั่งว่าจำเลยไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ ที่ศาลแรงงานกลางตรวจคำฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001068.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544