คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1630/2544 ฉบับเต็ม

#67129
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1630/2544 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด โจทก์ นายทองอิน แก้วลือชัย จำเลย ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 276 วรรคสอง, มาตรา 295, มาตรา 310 วรรคแรก จำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิด แม้จะปรากฏว่าหลังจากจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเสร็จแล้ว พวกของจำเลยคนหนึ่งที่ร่วมกันมาฉุดผู้เสียหายไปข่มขืนกระทำชำเราซึ่งเข้าข่มขืนกระทำชำเราเป็นคนต่อมาจะไม่สามารถ สอดใส่อวัยวะเพศของตนเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายได้เพราะอวัยวะเพศไม่แข็งตัวก็ตาม แต่การที่พวกของจำเลยพยายามสอดใส่อยู่นาน 10 นาที ก็แสดงให้เห็นเจตนาที่จะรุมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยกับพวกจึงได้ชื่อว่าเป็นการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๓๙ เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยกับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง อีกคนหนึ่ง ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยกับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายอะกั๊วะ (ไม่มีชื่อสกุล) ผู้เสียหายที่ ๑ และนางน่อมื่อหรืออิมิหรืออิมึ (ไม่มีชื่อสกุล) ผู้เสียหายที่ ๒ โดยใช้ไม้ท่อนยาว ๗๐ เซนติเมตร จำนวน ๑ ท่อน เป็นอาวุธตีประทุษร้ายบริเวณศีรษะของผู้เสียหายที่ ๑ จำนวน ๑ ที และร่วมกันชกต่อย ผู้เสียหายที่ ๒ บริเวณปากจำนวน ๒ ที เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ ๑ และที่ ๒ ได้รับอันตรายแก่กาย และจำเลยกับพวกร่วมกันใช้เศษผ้ากางเกงจำนวน ๒ ชิ้น มัดมือผู้เสียหายที่ ๑ ให้ติดกับเสาไม้ข้างกระท่อมนา อันเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังและ ทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และจำเลยกับพวกร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ ซึ่งมิใช่ภริยาของจำเลย กับพวก โดยร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำชกต่อยผู้เสียหายที่ ๒ บริเวณท้อง สีข้าง สะโพก และต้นขา จนผู้เสียหายที่ ๒ อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วจำเลยกับพวกผลัดกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ จนสำเร็จความใคร่คนละ ๑ ครั้ง อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง เจ้าพนักงานยึดได้ไม้ท่อนและเศษผ้ากางเกง ๒ ชิ้น ดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๙๑, ๒๗๖, ๒๙๕, ๓๑๐ ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๒๗๖ วรรคสอง, ๒๙๕, ๓๑๐ วรรคแรก เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง จำคุก ๑๕ ปี ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย จำคุก ๓ เดือน และฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น จำคุก ๓ เดือน รวมจำคุก ๑๕ ปี ๖ เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิดตามฟ้องของโจทก์ หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีนางน่อมื่อผู้เสียหายที่ ๒ เป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า เห็นและจำจำเลยได้ว่าเป็นคนร้าย ที่ร่วมกับพวกใช้ไม้ตีศีรษะของนายอะกวั๊ะผู้เสียหายที่ ๑ ซึ่งเป็นสามีของผู้เสียหายที่ ๒ แล้วมัดผู้เสียหายที่ ๑ ไว้กับเสา จากนั้นได้พาผู้เสียหายที่ ๒ ขึ้นไปบนห้างไร่อีกแห่งหนึ่งและกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ จนสำเร็จความใคร่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายที่ ๒ ศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังได้มั่นคงว่า จำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิด ตามฟ้องของโจทก์ อนึ่ง แม้จะปรากฏว่าหลังจากจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ เสร็จแล้ว พวกของจำเลยคนหนึ่งที่ร่วมกันมาฉุดผู้เสียหายที่ ๒ ไปข่มขืนกระทำชำเราซึ่งเข้าข่มขืนกระทำชำเราเป็นคนต่อมา จะไม่สามารถสอดใส่อวัยวะเพศของตนเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ ๒ ได้เพราะอวัยวะเพศไม่แข็งตัวก็ตาม แต่การที่พวกของจำเลยพยายามสอดใส่อยู่นาน ๑๐ นาที เช่นนี้ ก็แสดงให้เห็นเจตนาที่จะรุมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ การกระทำของจำเลย กับพวกจึงได้ชื่อว่าเป็นการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. (วิชา มหาคุณ-พูนศักดิ์ จงกลนี-ปัญญา สุทธิบดี) ศาลจังหวัดแม่สอด - นายสุรชัย คอประเสริฐศักดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายวุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67129
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดแม่สอด",
        "judge": "นายสุรชัย คอประเสริฐศักดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายวุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066376"
    }
}
date
2544
deka_no
1630/2544
deka_running_no
1630
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชา มหาคุณ",
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 83",
            "ม. 276 วรรคสอง",
            "ม. 295",
            "ม. 310 วรรคแรก"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทองอิน แก้วลือชัย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๓๙ เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยกับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง อีกคนหนึ่ง ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยกับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายอะกั๊วะ (ไม่มีชื่อสกุล) ผู้เสียหายที่ ๑ และนางน่อมื่อหรืออิมิหรืออิมึ (ไม่มีชื่อสกุล) ผู้เสียหายที่ ๒ โดยใช้ไม้ท่อนยาว ๗๐ เซนติเมตร จำนวน ๑ ท่อน เป็นอาวุธตีประทุษร้ายบริเวณศีรษะของผู้เสียหายที่ ๑ จำนวน ๑ ที และร่วมกันชกต่อย ผู้เสียหายที่ ๒ บริเวณปากจำนวน ๒ ที เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ ๑ และที่ ๒ ได้รับอันตรายแก่กาย และจำเลยกับพวกร่วมกันใช้เศษผ้ากางเกงจำนวน ๒ ชิ้น มัดมือผู้เสียหายที่ ๑ ให้ติดกับเสาไม้ข้างกระท่อมนา อันเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังและ ทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และจำเลยกับพวกร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ ซึ่งมิใช่ภริยาของจำเลย กับพวก โดยร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำชกต่อยผู้เสียหายที่ ๒ บริเวณท้อง สีข้าง สะโพก และต้นขา จนผู้เสียหายที่ ๒ อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วจำเลยกับพวกผลัดกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ จนสำเร็จความใคร่คนละ ๑ ครั้ง อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง เจ้าพนักงานยึดได้ไม้ท่อนและเศษผ้ากางเกง ๒ ชิ้น ดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๙๑, ๒๗๖, ๒๙๕, ๓๑๐ ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๒๗๖ วรรคสอง, ๒๙๕, ๓๑๐ วรรคแรก เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง จำคุก ๑๕ ปี ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย จำคุก ๓ เดือน และฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น จำคุก ๓ เดือน รวมจำคุก ๑๕ ปี ๖ เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบของกลาง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิดตามฟ้องของโจทก์ หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีนางน่อมื่อผู้เสียหายที่ ๒ เป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า เห็นและจำจำเลยได้ว่าเป็นคนร้าย ที่ร่วมกับพวกใช้ไม้ตีศีรษะของนายอะกวั๊ะผู้เสียหายที่ ๑ ซึ่งเป็นสามีของผู้เสียหายที่ ๒ แล้วมัดผู้เสียหายที่ ๑ ไว้กับเสา จากนั้นได้พาผู้เสียหายที่ ๒ ขึ้นไปบนห้างไร่อีกแห่งหนึ่งและกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ จนสำเร็จความใคร่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายที่ ๒ ศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังได้มั่นคงว่า จำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิด ตามฟ้องของโจทก์ อนึ่ง แม้จะปรากฏว่าหลังจากจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ เสร็จแล้ว พวกของจำเลยคนหนึ่งที่ร่วมกันมาฉุดผู้เสียหายที่ ๒ ไปข่มขืนกระทำชำเราซึ่งเข้าข่มขืนกระทำชำเราเป็นคนต่อมา จะไม่สามารถสอดใส่อวัยวะเพศของตนเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ ๒ ได้เพราะอวัยวะเพศไม่แข็งตัวก็ตาม แต่การที่พวกของจำเลยพยายามสอดใส่อยู่นาน ๑๐ นาที เช่นนี้ ก็แสดงให้เห็นเจตนาที่จะรุมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ การกระทำของจำเลย กับพวกจึงได้ชื่อว่าเป็นการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001130.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544