คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7970/2544 ฉบับเต็ม

#67132
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7970/2544 บริษัทเอ็มบีเอฟ แฟคเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.เค.สตีล กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 149, มาตรา 150, มาตรา 303 สัญญาแฟ็กเตอริงระหว่างโจทก์กับจำเลยมีสาระสำคัญว่า จำเลยตกลงขายลดหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้ให้โจทก์ โดยโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดให้โจทก์รวมทั้งหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ โจทก์จะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้จำเลยไปก่อน เมื่อหนี้ที่ได้รับโอนถึงกำหนดชำระ โจทก์จะดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ของจำเลยแทน เมื่อเรียกเก็บเงินได้ หักค่าใช้จ่ายแล้วมีเงินเหลือจะคืนให้จำเลย หากหนี้รายใดเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์พร้อมเบี้ยปรับ ส่วนลดและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ฯลฯ สัญญาดังกล่าวเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องในการดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ ของจำเลยให้โจทก์ดำเนินการแทน เป็นสัญญาอย่างหนึ่งซึ่งคู่กรณีสามารถตกลงทำสัญญากันได้ ไม่เป็นการขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระหนี้ ๔,๒๙๙,๘๔๑.๒๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๔,๒๔๗,๔๗๕.๑๖ บาท นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยทำสัญญาแฟ็กเตอริงกับโจทก์ โดยมีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน เพราะโจทก์ได้ฟ้องลูกหนี้ที่โจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องไปจากจำเลยที่ ๑ แล้ว คือ คดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๘๐๖๔/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น และได้ฟ้องที่ศาลนี้อีกหลายคดี ซึ่งเป็นมูลหนี้เดียวกันกับคดีนี้ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องให้ลูกหนี้รับผิด เต็มจำนวนแล้ว โจทก์มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่เรียกร้องจากลูกหนี้ที่โจทก์รับโอนไปตามข้อตกลงร้อยละ ๒๐ ของจำนวนเงิน ที่โจทก์จะได้รับ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งงดชี้สองสถาน งดสืบพยานและพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้ตกเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยทั้งสามฎีกา โดยศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่า สัญญาแฟ็กเตอริงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ เป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาแฟ็กเตอริงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ มีสาระสำคัญว่า จำเลยที่ ๑ ตกลงขายลดหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้ให้โจทก์ โดย โอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดให้โจทก์รวมทั้งหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ โจทก์จะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้จำเลยที่ ๑ ไปก่อน เมื่อหนี้ที่ได้รับโอนถึงกำหนดชำระ โจทก์จะดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ของจำเลยที่ ๑ แทน เมื่อเรียกเก็บเงินได้หักค่าใช้จ่ายแล้วมีเงินเหลือจะคืนให้จำเลยที่ ๑ หากหนี้รายใดเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดต่อโจทก์พร้อมเบี้ยปรับ ส่วนลดและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ฯลฯ เห็นว่า สัญญาแฟ็กเตอริงดังกล่าวเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องในการดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ของจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์ดำเนินการแทน เป็นสัญญาอย่างหนึ่งซึ่งคู่กรณีสามารถตกลงทำสัญญากันได้ จึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยชอบแล้ว พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์ จำนวน ๑๐๗,๒๙๗ บาท ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. (สุมิตร สุภาดุลย์-สุทิน ปัทมราชวิเชียร-สมชัย เกษชุมพล) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวงการ ช่วยพนัง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายคมสัน ศรีทองสุก แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67132
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายวงการ ช่วยพนัง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายคมสัน ศรีทองสุก"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060615"
    }
}
date
2544
deka_no
7970/2544
deka_running_no
7970
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุมิตร สุภาดุลย์",
    "สุทิน ปัทมราชวิเชียร",
    "สมชัย เกษชุมพล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 149",
            "ม. 150",
            "ม. 303"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเอ็มบีเอฟ แฟคเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.เค.สตีล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระหนี้ ๔,๒๙๙,๘๔๑.๒๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๔,๒๔๗,๔๗๕.๑๖ บาท นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยทำสัญญาแฟ็กเตอริงกับโจทก์ โดยมีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน เพราะโจทก์ได้ฟ้องลูกหนี้ที่โจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องไปจากจำเลยที่ ๑ แล้ว คือ คดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๘๐๖๔/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น และได้ฟ้องที่ศาลนี้อีกหลายคดี ซึ่งเป็นมูลหนี้เดียวกันกับคดีนี้ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องให้ลูกหนี้รับผิด เต็มจำนวนแล้ว โจทก์มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่เรียกร้องจากลูกหนี้ที่โจทก์รับโอนไปตามข้อตกลงร้อยละ ๒๐ ของจำนวนเงิน ที่โจทก์จะได้รับ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งงดชี้สองสถาน งดสืบพยานและพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้ตกเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

จำเลยทั้งสามฎีกา โดยศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่า สัญญาแฟ็กเตอริงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ เป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาแฟ็กเตอริงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ มีสาระสำคัญว่า จำเลยที่ ๑ ตกลงขายลดหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้ให้โจทก์ โดย โอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดให้โจทก์รวมทั้งหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ โจทก์จะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้จำเลยที่ ๑ ไปก่อน เมื่อหนี้ที่ได้รับโอนถึงกำหนดชำระ โจทก์จะดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ของจำเลยที่ ๑ แทน เมื่อเรียกเก็บเงินได้หักค่าใช้จ่ายแล้วมีเงินเหลือจะคืนให้จำเลยที่ ๑ หากหนี้รายใดเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดต่อโจทก์พร้อมเบี้ยปรับ ส่วนลดและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ฯลฯ เห็นว่า สัญญาแฟ็กเตอริงดังกล่าวเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องในการดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ของจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์ดำเนินการแทน เป็นสัญญาอย่างหนึ่งซึ่งคู่กรณีสามารถตกลงทำสัญญากันได้ จึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยชอบแล้ว

พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์ จำนวน ๑๐๗,๒๙๗ บาท ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001078.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544