คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8734/2544 ฉบับเต็ม

#67139
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8734/2544 นายจรูญ วารีวนิช โจทก์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม, มาตรา 119 (4) หนังสือเลิกจ้างระบุว่าโจทก์ปฏิบัติฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยข้อ5.1.1,?.,5.1.14 ซึ่งเป็นกรณีร้ายแรง เป็นการระบุเหตุผลแห่งการเลิกจ้างเลิกจ้างโจทก์แล้ว ส่วนพฤติการณ์การกระทำของโจทก์เป็นอย่างไร เป็นรายละเอียดที่จำเลยสามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา จำเลยจึงยกเหตุไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเนื่องจากโจทก์ฝ่าฝืน ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงขึ้นอ้างในคำให้การเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยได้ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) กรณีไม่ต้องห้ามตามมาตรา 17 วรรคสาม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ๒๐๙,๗๐๐ บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๖๔,๐๗๕ บาท เงินโบนัสพิเศษ ๑๘๘,๘๕๐ บาท เงินบำเหน็จ ๙๗๘,๖๐๐ บาท และค่าเสียหาย ๑,๓๙๘,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ได้กระทำผิดระเบียบวินัยของจำเลยกรณีร้ายแรงคือโจทก์อนุมัติเงินช่วยเหลือสวัสดิการสงเคราะห์ของจำเลยแก่นายสามารถ ไขแสงทอง โดยไม่ทำการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงก่อน เป็นเหตุให้นายสามารถนำข้อความอันเป็นเท็จมาขอเงินช่วยเหลือและโจทก์อนุมัติไป โจทก์ใช้อำนาจหน้าที่การบริหารอำนวยสินเชื่อให้แก่ญาติ เพื่อน พี่น้องของตนเองและผู้ใกล้ชิดหลายราย โดยไม่ทำการวิเคราะห์ ผู้ขอสินเชื่อให้ดีก่อน ไม่ไปตรวจสอบหลักประกันที่นำมาจำนอง เป็นการกระทำที่โจทก์ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความเอาใจใส่ โจทก์ทำผิดระเบียบวินัยอย่างร้ายแรงทำให้จำเลยเสียหาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินโบนัสพิเศษ เงินบำเหน็จและค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ได้อนุมัติสินเชื่อโดยฝ่าฝืนต่อระเบียบของจำเลย แต่ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จึงยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณีร้ายแรง จึงยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณี ร้ายแรง ประการที่ ๒ โจทก์ได้ลงชื่อรับรองในหนังสือขออนุมัติให้ความช่วยเหลือพนักงานของจำเลยที่ประสบอุทกภัยเป็นการรับรองข้อมูลโดยที่ทราบอยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ เป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง การกระทำของโจทก์เป็นความผิดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีร้ายแรง คำสั่งของจำเลยที่ลงโทษโจทก์ให้ปลดออกจากงานชอบแล้ว พนักงานจำเลยที่มีสิทธิได้รับเงินโบนัสหรือเงินช่วยเหลือค่าครองชีพพิเศษจะต้องไม่เป็นผู้ถูกจำเลยลงโทษไม่ว่าสถานใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิจารณาแล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าหนังสือเลิกจ้างระบุว่าโจทก์ปฏิบัติฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ ๕.๑.๑, ๕.๑.๓, ๕.๑.๔, ๕.๑.๑๐, ๕.๑.๑๔ ซึ่งเป็นกรณีร้ายแรง เป็นการระบุว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุที่โจทก์กระทำการฝ่าฝืนคำสั่งในข้อดังกล่าว หนังสือเลิกจ้างจึงได้ระบุเหตุผลแห่งการเลิกจ้างโจทก์ไว้แล้ว ส่วนพฤติการณ์การกระทำของโจทก์เป็นอย่างไร เป็นรายละเอียดที่จำเลยสามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา จำเลยจึงยกเหตุไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเนื่องจากโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงขึ้นอ้างในคำให้การเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยได้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๔) ไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๑๗ วรรคสาม อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ปัญญา สุทธิบดี-สกนธ์ กฤติยาวงศ์-พูนศักดิ์ จงกลนี) ศาลแรงงานกลาง - นายนิรัตน์ จันทพัฒน์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67139
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายนิรัตน์ จันทพัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059525"
    }
}
date
2544
deka_no
8734/2544
deka_running_no
8734
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ปัญญา สุทธิบดี",
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "พูนศักดิ์ จงกลนี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 17 วรรคสาม",
            "ม. 119 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายจรูญ วารีวนิช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ๒๐๙,๗๐๐ บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๖๔,๐๗๕ บาท เงินโบนัสพิเศษ ๑๘๘,๘๕๐ บาท เงินบำเหน็จ ๙๗๘,๖๐๐ บาท และค่าเสียหาย ๑,๓๙๘,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ได้กระทำผิดระเบียบวินัยของจำเลยกรณีร้ายแรงคือโจทก์อนุมัติเงินช่วยเหลือสวัสดิการสงเคราะห์ของจำเลยแก่นายสามารถ ไขแสงทอง โดยไม่ทำการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงก่อน เป็นเหตุให้นายสามารถนำข้อความอันเป็นเท็จมาขอเงินช่วยเหลือและโจทก์อนุมัติไป โจทก์ใช้อำนาจหน้าที่การบริหารอำนวยสินเชื่อให้แก่ญาติ เพื่อน พี่น้องของตนเองและผู้ใกล้ชิดหลายราย โดยไม่ทำการวิเคราะห์ ผู้ขอสินเชื่อให้ดีก่อน ไม่ไปตรวจสอบหลักประกันที่นำมาจำนอง เป็นการกระทำที่โจทก์ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความเอาใจใส่ โจทก์ทำผิดระเบียบวินัยอย่างร้ายแรงทำให้จำเลยเสียหาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินโบนัสพิเศษ เงินบำเหน็จและค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ได้อนุมัติสินเชื่อโดยฝ่าฝืนต่อระเบียบของจำเลย แต่ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จึงยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณีร้ายแรง จึงยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณี ร้ายแรง ประการที่ ๒ โจทก์ได้ลงชื่อรับรองในหนังสือขออนุมัติให้ความช่วยเหลือพนักงานของจำเลยที่ประสบอุทกภัยเป็นการรับรองข้อมูลโดยที่ทราบอยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ เป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง การกระทำของโจทก์เป็นความผิดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีร้ายแรง คำสั่งของจำเลยที่ลงโทษโจทก์ให้ปลดออกจากงานชอบแล้ว พนักงานจำเลยที่มีสิทธิได้รับเงินโบนัสหรือเงินช่วยเหลือค่าครองชีพพิเศษจะต้องไม่เป็นผู้ถูกจำเลยลงโทษไม่ว่าสถานใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิจารณาแล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าหนังสือเลิกจ้างระบุว่าโจทก์ปฏิบัติฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ ๕.๑.๑, ๕.๑.๓, ๕.๑.๔, ๕.๑.๑๐, ๕.๑.๑๔ ซึ่งเป็นกรณีร้ายแรง เป็นการระบุว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุที่โจทก์กระทำการฝ่าฝืนคำสั่งในข้อดังกล่าว หนังสือเลิกจ้างจึงได้ระบุเหตุผลแห่งการเลิกจ้างโจทก์ไว้แล้ว ส่วนพฤติการณ์การกระทำของโจทก์เป็นอย่างไร เป็นรายละเอียดที่จำเลยสามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา จำเลยจึงยกเหตุไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเนื่องจากโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงขึ้นอ้างในคำให้การเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยได้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๔) ไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๑๗ วรรคสาม อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001068.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544