คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8944/2544 ฉบับเต็ม

#67142
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8944/2544 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ นายนุกานต์ แย้มเกษร จำเลย ป.อ. มาตรา 52 (2), มาตรา 58, มาตรา 78, มาตรา 91 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, มาตรา 65 วรรคสอง เมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยผลิตเพื่อจำหน่ายและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีน้ำหนักทั้งสิ้น 27.320 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.375 กรัมและพฤติการณ์แห่งคดีมิใช่ผู้ค้ารายใหญ่ ทั้งจำเลยให้การรับสารภาพตลอดมาตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณา สมควรกำหนดโทษให้เบาลงเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความผิด วางโทษประหารชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุก 28 ปี และนำโทษจำคุกที่รอไว้ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ แม้โจทก์มิได้ฎีกาขอให้บวกโทษก็ตาม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 67 ป.อ. มาตรา 58, 83, 91 และให้นำโทษของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3180/2540 ของศาลชั้นต้น บวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ป.อ. มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย ให้ประหารชีวิต ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุกตลอดชีวิต เมื่อศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษกระทงหลังมาบวกได้ โจทก์และจำเลยต่างไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 7 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษในสถานเบานั้นเห็นว่า เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยผลิตเพื่อจำหน่ายและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายชนิดเม็ด จำนวน 52 เม็ด น้ำหนัก 4.760 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.023 กรัม และชนิดผงจำนวน 1 จาน น้ำหนัก 22.560 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.352 กรัม รวมแล้วเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยผลิตและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีน้ำหนักทั้งสิ้นเพียง 27.320 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.375 กรัม และพฤติการณ์แห่งคดีมิใช่ผู้ค้ารายใหญ่ ทั้งจำเลยให้การรับสารภาพตลอดมา ตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณา โทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 กำหนดมานั้นหนักเกินไป จึงเห็นสมควรกำหนดโทษให้เบาลงเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความผิด ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า วางโทษประหารชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุก 28 ปี และให้นำโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3180/2540 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษในคดีนี้รวมทั้งสิ้นจำคุก 28 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 (ปรีดี รุ่งวิสัย-อัธยา ดิษยบุตร-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลจังหวัดราชบุรี - นายสุรจิตร เปลี่ยนขำ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายณรงค์ ธนะปกรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67142
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดราชบุรี",
        "judge": "นายสุรจิตร เปลี่ยนขำ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายณรงค์ ธนะปกรณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059306"
    }
}
date
2544
deka_no
8944/2544
deka_running_no
8944
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ปรีดี รุ่งวิสัย",
    "อัธยา ดิษยบุตร",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 52 (2)",
            "ม. 58",
            "ม. 78",
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 65 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายนุกานต์ แย้มเกษร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 67 ป.อ. มาตรา 58, 83, 91 และให้นำโทษของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3180/2540 ของศาลชั้นต้น บวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ป.อ. มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย ให้ประหารชีวิต ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุกตลอดชีวิต เมื่อศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษกระทงหลังมาบวกได้

โจทก์และจำเลยต่างไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 7 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษในสถานเบานั้นเห็นว่า เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยผลิตเพื่อจำหน่ายและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายชนิดเม็ด จำนวน 52 เม็ด น้ำหนัก 4.760 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.023 กรัม และชนิดผงจำนวน 1 จาน น้ำหนัก 22.560 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.352 กรัม รวมแล้วเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยผลิตและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีน้ำหนักทั้งสิ้นเพียง 27.320 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.375 กรัม และพฤติการณ์แห่งคดีมิใช่ผู้ค้ารายใหญ่ ทั้งจำเลยให้การรับสารภาพตลอดมา ตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณา โทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 กำหนดมานั้นหนักเกินไป จึงเห็นสมควรกำหนดโทษให้เบาลงเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความผิด ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า วางโทษประหารชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุก 28 ปี และให้นำโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3180/2540 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษในคดีนี้รวมทั้งสิ้นจำคุก 28 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001066.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544