คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9752/2544 ฉบับเต็ม

#67145
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9752/2544 พนักงานสอบสวนแผนก 2 กองกำกับการ 1 ผู้ร้อง(ขอฝากขัง) กองตำรวจน้ำ (ตำรวจท่าเรือ) นายสุกิจ พูนศรีเกษม ผู้ร้อง นางพรพิศหรือเตี้ย ไทรนนทรีย์ ผู้ต้องหา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 240 ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 90, มาตรา 216, มาตรา 225 ป.วิ.พ. มาตรา 131, มาตรา 242 (1) สิทธิในการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการควบคุมหรือขังโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายตาม ป.วิ.อ. 90 มีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาที่ผู้ถูกคุมขังยังถูกควบคุมหรือขังไวัโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ตามคำร้องอ้างเหตุการควบคุม พ. เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า ในชั้นฝากขัง พนักงานสอบสวนไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอฝากขัง พ. ต่อศาล แต่ปรากฏว่าพนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ. เป็นจำเลยและจำเลยถูกขังตามหมายขังระหว่างพิจารณาของศาลแล้ว ดังนั้น ปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องที่ว่า การควบคุม พ. ในชั้นสอบสวน ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือไม่ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะได้รับการวินิจฉัยต่อไป ทั้งประเด็นดังกล่าวย่อมเป็นข้อต่อสู้ของ พ. ที่จะได้รับการพิจารณาในชั้นรับฟังพยานหลักฐานของศาล ฎีกาของผู้ร้องจึงไม่มีประโยชน์แก่คดีที่จะได้รับการวินิจฉัยอีกต่อไป ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขังผู้ต้องหาเพื่อดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีผู้ต้องหาฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ผู้ร้องในฐานะทนายความผู้ต้องหายื่นคำร้องและแก้ไขคำร้อง ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๔๐ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า คำร้องของผู้ร้องไม่มีมูลที่จะดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๔๐ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการควบคุมโดยผิดกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๐ หรือไม่ เห็นว่าสิทธิของผู้ร้อง ในการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมายตามมาตรา ๙๐ นั้น จะมีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาที่ผู้ถูกควบคุมหรือขังไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ซึ่งตามคำร้องอ้างเหตุการควบคุมนางพรพิศหรือเตี้ย ไทรนนทรีย์ ว่าเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในชั้นฝากขัง พนักงานสอบสวนจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอฝากขังนางพรพิศหรือเตี้ยต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ได้นั้น แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๓ พนักงานอัยการสูงสุดได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางพรพิศหรือเตี้ย ไทรนนทรีย์ เป็นจำเลยในความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๘๕๖๘/๒๕๔๓ โดยจำเลยถูกขังตามหมายขังระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นดังกล่าว ดังนั้น ปัญหาการควบคุมนางพรพิศหรือเตี้ยในชั้นสอบสวนว่าชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายข้างต้นหรือไม่ จึงไม่มี ความจำเป็นที่จะได้รับการวินิจฉัยอีกต่อไป ทั้งประเด็นดังกล่าวย่อมเป็นข้อต่อสู้ของนางพรพิศหรือเตี้ย ที่จะได้รับ การพิจารณาในชั้นรับฟังพยานหลักฐานของศาลอาญากรุงเทพใต้ ฎีกาของผู้ร้องในคดีนี้จึงไม่มีประโยชน์แก่คดีที่จะได้รับการวินิจฉัยอีกต่อไป เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว ปัญหาอื่นตามฎีกาของผู้ร้องจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา (วิบูลย์ มีอาสา-ศุภชัย ภู่งาม-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายสุนทร ทิมจ้อย ศาลอุทธรณ์ - นางวาสนา หงส์เจริญ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67145
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญากรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสุนทร ทิมจ้อย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางวาสนา หงส์เจริญ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058438"
    }
}
date
2544
deka_no
9752/2544
deka_running_no
9752
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "ศุภชัย ภู่งาม",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540",
        "law_abbr": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540",
        "sections": [
            "ม. 240"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 90",
            "ม. 216",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 131",
            "ม. 242 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง(ขอฝากขัง)",
        "name": "พนักงานสอบสวนแผนก 2 กองกำกับการ 1"
    },
    {
        "role": "(ตำรวจท่าเรือ)",
        "name": "กองตำรวจน้ำ"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายสุกิจ พูนศรีเกษม"
    },
    {
        "role": "ผู้ต้องหา",
        "name": "นางพรพิศหรือเตี้ย ไทรนนทรีย์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขังผู้ต้องหาเพื่อดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีผู้ต้องหาฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

ผู้ร้องในฐานะทนายความผู้ต้องหายื่นคำร้องและแก้ไขคำร้อง ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๔๐

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า คำร้องของผู้ร้องไม่มีมูลที่จะดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๔๐ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการควบคุมโดยผิดกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๐ หรือไม่ เห็นว่าสิทธิของผู้ร้อง ในการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมายตามมาตรา ๙๐ นั้น จะมีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาที่ผู้ถูกควบคุมหรือขังไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ซึ่งตามคำร้องอ้างเหตุการควบคุมนางพรพิศหรือเตี้ย ไทรนนทรีย์ ว่าเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในชั้นฝากขัง พนักงานสอบสวนจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอฝากขังนางพรพิศหรือเตี้ยต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ได้นั้น แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๓ พนักงานอัยการสูงสุดได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางพรพิศหรือเตี้ย ไทรนนทรีย์ เป็นจำเลยในความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๘๕๖๘/๒๕๔๓ โดยจำเลยถูกขังตามหมายขังระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นดังกล่าว ดังนั้น ปัญหาการควบคุมนางพรพิศหรือเตี้ยในชั้นสอบสวนว่าชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายข้างต้นหรือไม่ จึงไม่มี ความจำเป็นที่จะได้รับการวินิจฉัยอีกต่อไป ทั้งประเด็นดังกล่าวย่อมเป็นข้อต่อสู้ของนางพรพิศหรือเตี้ย ที่จะได้รับ การพิจารณาในชั้นรับฟังพยานหลักฐานของศาลอาญากรุงเทพใต้ ฎีกาของผู้ร้องในคดีนี้จึงไม่มีประโยชน์แก่คดีที่จะได้รับการวินิจฉัยอีกต่อไป เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว ปัญหาอื่นตามฎีกาของผู้ร้องจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย

ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001058.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544