คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3036/2544 ฉบับเต็ม

#67147
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3036/2544 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี โจทก์ นายนคร คงชม กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 36 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 145 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันเล่นการพนันสลากกินรวบโดยไม่ได้รับอนุญาตและขอให้ริบทรัพย์ของกลางคือ เงินสดจำนวน 8,231,480 บาท โพยสลากกินรวบ 86 แผ่น สมุดฉีก 3 เล่ม ปากกา 2 ด้าม เครื่องคิดเลข 4 เครื่อง และต้นขั้วโพยสลากกินรวบ 6 เล่ม ซึ่งเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้ว จึงต้องฟังยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องและทรัพย์ของกลางเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบ จำเลยจะมาโต้เถียงข้อเท็จจริงในชั้นขอคืนของกลางให้รับฟังเป็นอย่างอื่นว่าเงินสดของกลางบางส่วนจำนวน 800,000 บาท เป็นทรัพย์ที่ยึดได้จากตัวจำเลยโดยจำเลยไม่ได้เอาออกพนันหาได้ไม่ การร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบตาม ป.อ. มาตรา 36 ศาลจะสั่งคืนได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ร้องขอเป็นเจ้าของที่แท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด เมื่อจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ศาลก็จะสั่งคืนของกลางให้ไม่ได้ จึงไม่มีเหตุที่จะรับคำร้องขอให้คืนของกลางของจำเลยไว้ไต่สวนต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดสิบแปดฐานร่วมกันเล่นการพนันสลากกินรวบโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการพนัน พ. ศ. ๒๔๘๗ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๕ และริบของกลาง จำเลยทั้งแปดสิบแปดให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้จำคุกคนละ ๖ เดือน และปรับจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘๘ ฐานเป็นผู้ร่วมเล่นคนละ ๒,๕๐๐ บาท กับให้ริบเงินสดจำนวน ๘,๒๓๑,๔๘๐ บาท โพยสลากกินรวบ ๘๖ แผ่น สมุดฉีก ๓ เล่ม ปากกา ๒ ด้าม เครื่องคิดเลข ๔ เครื่อง และต้นขั้วโพยสลากกินรวบ ๖ เล่ม ของกลาง และให้จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘๘ จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับ จำเลยที่ ๖๑ ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๖๑ ร่วมเล่นการพนันเป็นเงินเพียง ๕๐๐ บาท ตามที่เขียนในโพยสลากกินรวบท้ายฟ้อง ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่จับได้ในวงเล่น ส่วนเงินจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดจากตัวจำเลยที่ ๖๑ เป็นทรัพย์สินซึ่งมิได้เอาออกพนัน จึงมิใช่ทรัพย์สินอันต้องริบตามพระราชบัญญัติการพนัน พ. ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๑๐ ขอให้คืนเงินจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ของกลางแก่จำเลยที่ ๖๑ ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้ววินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติการพนัน พ. ศ. ๒๔๗๘ มิได้บัญญัติหลักเกณฑ์เรื่องการ ขอคืนทรัพย์ของกลางไว้ และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ผู้ที่จะขอคืนของกลางได้ต้องเป็นบุคคลภายนอก มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ ๖๑ จำเลยที่ ๖๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน จำเลยที่ ๖๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๖๑ ว่ากรณีมีเหตุสมควรที่จะรับคำร้องของจำเลย ที่ ๖๑ ไว้ไต่สวนต่อไปหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ ๖๑ จำเลยที่ ๖๑ ยอมรับว่าโจทก์ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดสิบแปด ฐานร่วมกันเล่นการพนันสลากกินรวบโดยไม่ได้รับอนุญาตและขอให้ริบทรัพย์ของกลางคือ เงินสดจำนวน ๘,๒๓๑,๔๘๐ บาท โพยสลากกินรวบ ๘๖ แผ่น สมุดฉีก ๓ เล่ม ปากกา ๒ ด้าม เครื่องคิดเลข ๔ เครื่อง และต้นขั้วโพยสลากกินรวบ ๖ เล่ม ซึ่งเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบ จำเลยทั้งแปดสิบแปดให้การ รับสารภาพตามฟ้อง และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว ดังนั้น คดีจึงต้องฟังยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๖๑ ได้กระทำความผิดตามฟ้องและทรัพย์ของกลางเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบ จำเลยที่ ๖๑ จะมาโต้เถียงข้อเท็จจริงในชั้นขอคืนของกลางให้รับฟังเป็นอย่างอื่นว่าเงินสดของกลางบางส่วนจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนัน แต่เป็นทรัพย์ที่ยึดได้จากตัวจำเลยที่ ๖๑ โดยจำเลยที่ ๖๑ ไม่ได้เอาออกพนันตามคำร้องหาได้ไม่ ทั้งการร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ศาลจะสั่งคืนได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ร้องขอเป็นเจ้าของที่แท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด เมื่อจำเลยที่ ๖๑ เป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ศาลก็จะสั่งคืนของกลางให้ไม่ได้ จึงไม่มีเหตุที่จะรับคำร้องของจำเลยที่ ๖๑ ไว้ไต่สวนต่อไป พิพากษายืน (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) ศาลแขวงชลบุรี - นายอนุรัตน์ ลิ่มทอง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสมบัติ อรรถพิมล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67147
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงชลบุรี",
        "judge": "นายอนุรัตน์ ลิ่มทอง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสมบัติ อรรถพิมล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064501"
    }
}
date
2544
deka_no
3036/2544
deka_running_no
3036
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 36"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 145"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายนคร คงชม กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดสิบแปดฐานร่วมกันเล่นการพนันสลากกินรวบโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการพนัน พ. ศ. ๒๔๘๗ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๕ และริบของกลาง จำเลยทั้งแปดสิบแปดให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้จำคุกคนละ ๖ เดือน และปรับจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘๘ ฐานเป็นผู้ร่วมเล่นคนละ ๒,๕๐๐ บาท กับให้ริบเงินสดจำนวน ๘,๒๓๑,๔๘๐ บาท โพยสลากกินรวบ ๘๖ แผ่น สมุดฉีก ๓ เล่ม ปากกา ๒ ด้าม เครื่องคิดเลข ๔ เครื่อง และต้นขั้วโพยสลากกินรวบ ๖ เล่ม ของกลาง และให้จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘๘ จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับ

จำเลยที่ ๖๑ ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๖๑ ร่วมเล่นการพนันเป็นเงินเพียง ๕๐๐ บาท ตามที่เขียนในโพยสลากกินรวบท้ายฟ้อง ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่จับได้ในวงเล่น ส่วนเงินจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดจากตัวจำเลยที่ ๖๑ เป็นทรัพย์สินซึ่งมิได้เอาออกพนัน จึงมิใช่ทรัพย์สินอันต้องริบตามพระราชบัญญัติการพนัน พ. ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๑๐ ขอให้คืนเงินจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ของกลางแก่จำเลยที่ ๖๑

ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้ววินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติการพนัน พ. ศ. ๒๔๗๘ มิได้บัญญัติหลักเกณฑ์เรื่องการ ขอคืนทรัพย์ของกลางไว้ และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ผู้ที่จะขอคืนของกลางได้ต้องเป็นบุคคลภายนอก มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ ๖๑

จำเลยที่ ๖๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน

จำเลยที่ ๖๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๖๑ ว่ากรณีมีเหตุสมควรที่จะรับคำร้องของจำเลย ที่ ๖๑ ไว้ไต่สวนต่อไปหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ ๖๑ จำเลยที่ ๖๑ ยอมรับว่าโจทก์ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดสิบแปด ฐานร่วมกันเล่นการพนันสลากกินรวบโดยไม่ได้รับอนุญาตและขอให้ริบทรัพย์ของกลางคือ เงินสดจำนวน ๘,๒๓๑,๔๘๐ บาท โพยสลากกินรวบ ๘๖ แผ่น สมุดฉีก ๓ เล่ม ปากกา ๒ ด้าม เครื่องคิดเลข ๔ เครื่อง และต้นขั้วโพยสลากกินรวบ ๖ เล่ม ซึ่งเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบ จำเลยทั้งแปดสิบแปดให้การ รับสารภาพตามฟ้อง และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว ดังนั้น คดีจึงต้องฟังยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๖๑ ได้กระทำความผิดตามฟ้องและทรัพย์ของกลางเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบ จำเลยที่ ๖๑ จะมาโต้เถียงข้อเท็จจริงในชั้นขอคืนของกลางให้รับฟังเป็นอย่างอื่นว่าเงินสดของกลางบางส่วนจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนัน แต่เป็นทรัพย์ที่ยึดได้จากตัวจำเลยที่ ๖๑ โดยจำเลยที่ ๖๑ ไม่ได้เอาออกพนันตามคำร้องหาได้ไม่ ทั้งการร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ศาลจะสั่งคืนได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ร้องขอเป็นเจ้าของที่แท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด เมื่อจำเลยที่ ๖๑ เป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ศาลก็จะสั่งคืนของกลางให้ไม่ได้ จึงไม่มีเหตุที่จะรับคำร้องของจำเลยที่ ๖๑ ไว้ไต่สวนต่อไป

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001113.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544