คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7841/2544 ฉบับเต็ม

#67160
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7841/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายณรงค์ หุ่นสิงห์ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 84 ป.วิ.อ. มาตรา 78, มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 212, มาตรา 226, มาตรา 227 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, มาตรา 15 วรรคสอง การที่พยานโจทก์ไม่เบิกความยืนยันข้อเท็จจริงดังเช่นที่พยานโจทก์ปากอื่นเบิกความอาจเป็นเพราะพยาน จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้แน่ชัด ไม่ใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญที่จะทำลายน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์แต่อย่างใด แม้การจับกุมจำเลยที่ 3 และที่ 4 จะเกิดจากการซัดทอดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน แต่คำซัดทอดดังกล่าวมิใช่การซัดทอดเพื่อให้ตัวจำเลยที่ 1 และที่ 2 พ้นผิด จึงรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ จำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ร่วมกันติดต่อนำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จำหน่าย และลักษณะการกระทำความผิดมีการติดต่อระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับฝ่ายจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตั้งแต่ต้นโดยให้ฝ่ายจำเลยที่3 และที่ 4 เป็นผู้จัดหาเมทแอมเฟตามีน ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 จะเป็นฝ่ายจำหน่าย เมื่อจำหน่ายได้เงินแล้วจะนำเงินมาแบ่งกันจึงเป็นการร่วมกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำ มิใช่เป็นเรื่องใช้ให้จำหน่าย จำเลยที่ 3 ถึงที่ 4 มีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย แม้ว่าโจทก์จะไม่ฎีกาเกี่ยวกับความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยที่ 3 และที่ 4 แต่เป็นเรื่องการปรับบทลงโทษ ศาลฎีกาสามารถแก้ไขให้ถูกต้อง โดยไม่เพิ่มโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง (ที่ถูก วรรคหนึ่งด้วย) , ๖๖ วรรคสอง โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๕ และริบรถยนต์กระบะของกลาง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษสถานเบา จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ อุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ อนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ เสียจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง, ๖๖ วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มรตรา ๘๓ และมาตรา ๖๖ วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ และพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๖ (๑) ? จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่ร้อยตำรวจเอก ก. จารุ พยานโจทก์ไม่ได้เบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ ๒ จะเข้าไปนับเงินในรถเก๋งหรือไม่ ดังเช่นที่จ่าสิบตำรวจประยูรเบิกความนั้น อาจเป็นเพราะร้อยตำรวจเอก ก. จารุ จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้แน่ชัด ไม่ใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญที่จะทำลายน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย สำหรับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ นั้น จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การซัดทอดว่าเจ้าของเมทแอมเฟตามีนของกลางกำลังรออยู่ที่บ้านจำเลยที่ ๒ เพื่อรับเงินค่าเมทแอมเฟตามีนซึ่งนำมาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ช่วยจำหน่าย เจ้าพนักงานตำรวจจึง ติดตามไปจับกุมจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้ที่บ้านจำเลยที ๒ ในทันที ชั้นจับกุมจำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๔ ให้การปฏิเสธ และร้อยตำรวจโทศิริชัยพนักงานสอบสวนเบิกความว่าชั้นสอบสวนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้การ รับสารภาพ เห็นว่า แม้การจบกุมจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จะเกิดจากการซัดทอดของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันแต่คำซัดทอดดังกล่าวมิใช่การซัดทอดเพื่อให้ตัวจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ พ้นจากความผิด จึงรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ จากพยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้ร่วมกันติดต่อนำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำหน่าย และจากรายละเอียดในบันมึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จะเห็นได้ว่า ลักษณะการกระทำเช่นนั้น มีการติดต่อระหว่างฝ่ายจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กับฝ่ายจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ตั้งแต่ต้น โดยให้ฝ่ายจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นผู้จัดหาเมทแอมเฟตามีน ส่วนจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จะเป็นฝ่ายจำหน่าย เมื่อจำหน่ายได้เงินแล้วจะนำเงินมาแบ่งกัน ลักษณะจึงเป็นการร่วมกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำมิใช่เป็นเรื่องใช้ให้จำหน่ายแต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๔ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย แม้ว่าโจทก์จะไม่ได้ฎีกาเกี่ยวกับความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ แต่เป็นเรื่องการปรับบทลงโทษ ศาลฎีกาสามารถแก้ไขให้ถูกต้องโดยเพิ่มโทษจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ . (สุทิน ปัทมราชวิเชียร-สมชัย เกษชุมพล-สุมิตร สุภาดุลย์) ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายคำแหง เกตุมาก ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67160
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี",
        "judge": "นายคำแหง เกตุมาก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060739"
    }
}
date
2544
deka_no
7841/2544
deka_running_no
7841
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุทิน ปัทมราชวิเชียร",
    "สมชัย เกษชุมพล",
    "สุมิตร สุภาดุลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 83",
            "ม. 84"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 78",
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 212",
            "ม. 226",
            "ม. 227"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 15 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายณรงค์ หุ่นสิงห์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓ ริบของกลาง

จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ

จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง (ที่ถูก วรรคหนึ่งด้วย) , ๖๖ วรรคสอง

โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๕ และริบรถยนต์กระบะของกลาง

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษสถานเบา จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ อุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ อนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ เสียจากสารบบความ

ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง, ๖๖ วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มรตรา ๘๓ และมาตรา ๖๖ วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ และพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๖ (๑) ?

จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่ร้อยตำรวจเอก ก. จารุ พยานโจทก์ไม่ได้เบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ ๒ จะเข้าไปนับเงินในรถเก๋งหรือไม่ ดังเช่นที่จ่าสิบตำรวจประยูรเบิกความนั้น อาจเป็นเพราะร้อยตำรวจเอก ก. จารุ จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้แน่ชัด ไม่ใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญที่จะทำลายน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

สำหรับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ นั้น จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การซัดทอดว่าเจ้าของเมทแอมเฟตามีนของกลางกำลังรออยู่ที่บ้านจำเลยที่ ๒ เพื่อรับเงินค่าเมทแอมเฟตามีนซึ่งนำมาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ช่วยจำหน่าย เจ้าพนักงานตำรวจจึง ติดตามไปจับกุมจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้ที่บ้านจำเลยที ๒ ในทันที ชั้นจับกุมจำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๔ ให้การปฏิเสธ และร้อยตำรวจโทศิริชัยพนักงานสอบสวนเบิกความว่าชั้นสอบสวนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้การ รับสารภาพ เห็นว่า แม้การจบกุมจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จะเกิดจากการซัดทอดของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันแต่คำซัดทอดดังกล่าวมิใช่การซัดทอดเพื่อให้ตัวจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ พ้นจากความผิด จึงรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้

จากพยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้ร่วมกันติดต่อนำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำหน่าย และจากรายละเอียดในบันมึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จะเห็นได้ว่า ลักษณะการกระทำเช่นนั้น มีการติดต่อระหว่างฝ่ายจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กับฝ่ายจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ตั้งแต่ต้น โดยให้ฝ่ายจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นผู้จัดหาเมทแอมเฟตามีน ส่วนจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จะเป็นฝ่ายจำหน่าย เมื่อจำหน่ายได้เงินแล้วจะนำเงินมาแบ่งกัน ลักษณะจึงเป็นการร่วมกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำมิใช่เป็นเรื่องใช้ให้จำหน่ายแต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๔ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย

แม้ว่าโจทก์จะไม่ได้ฎีกาเกี่ยวกับความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ แต่เป็นเรื่องการปรับบทลงโทษ ศาลฎีกาสามารถแก้ไขให้ถูกต้องโดยเพิ่มโทษจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้

พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001079.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544