คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7966/2544 ฉบับเต็ม

#67162
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7966/2544 ธนาคารสยาม จำกัด โจทก์ บริษัททิพยสิน จำกัด ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน บริษัทศรีมงคลสยาม จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 149, มาตรา 315 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (2), มาตรา 119 เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว มีอำนาจเก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่จำเลยหรือซึ่งจำเลยมิสิทธิจะได้รับจากผู้อื่นตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 (2) ลูกจ้างและกรรมการของบริษัทจำเลยชำระหนี้เงินกู้ให้แก่ผู้ที่ไม่มีอำนาจรับชำระหนี้แทนจำเลยผู้ให้กู้ จึงถือ ไม่ได้ว่าเป็นการชำระหนี้โดยชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 315 หนี้เงินกู้ยังไม่ระงับสิ้นไป และการรับชำระหนี้ดังกล่าว ไม่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ระหว่างจำเลยและบุคคลผู้ที่ไม่มีอำนาจรับชำระหนี้นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้อง ใช้สิทธิในการทวงถามหนี้เงินกู้จากลูกจ้างและกรรมการของจำเลยผู้กู้และไม่อาจใช้อำนาจตามมาตรา 119 แห่ง พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เรียกร้องให้ผู้ที่ไม่มีอำนาจรับชำระหนี้แทนจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๐ และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๓๑ ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัททิพยสิน จำกัด) ยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านอ้างว่า จำเลยมีสิทธิเรียกร้องให้ นางสาวอมร โมฬีนนท์ นายมงคล สองเมือง และนายสมเกียรติ มหาวนิช ซึ่งเคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยและได้รับเงินไว้แทนจำเลยจำนวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ผู้คัดค้านแจ้งความเป็นหนังสือไปยังบุคคลดังกล่าวให้ชำระเงินแก่กองทรัพย์สินของจำเลยตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙ ผู้คัดค้านสอบสวนแล้วมีคำสั่งว่า สิทธิเรียกร้องของจำเลยตามคำแถลงของผู้ร้องมิได้มีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด กรณีไม่ต้องด้วย พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙ ผู้คัดค้านไม่มีอำนาจแจ้งความเป็นหนังสือไปยังบุคคลดังกล่าวให้ชำระเงินตาม คำแถลงได้ ให้ยกคำแถลง ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของผู้คัดค้านต่อศาลชั้นต้น ขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านและมีคำสั่งให้ ผู้คัดค้านแจ้งความเป็นหนังสือไปยังบุคคลดังกล่าวให้ชำระเงิน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แก่กองทรัพย์สินของจำเลย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายพิจารณาแล้วมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า คำสั่งของผู้คัดค้านชอบ หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจเก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่จำเลยหรือซึ่งจำเลยมีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่นตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๒ (๒) การที่ลูกจ้างและกรรมการของจำเลยชำระหนี้เงินกู้ให้แก่นางสาวอมร นายมงคล และนายสมเกียรติ โดยบุคคลทั้งสามไม่มีอำนาจรับชำระหนี้แทนจำเลย จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการชำระหนี้โดยชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๑๕ หนี้เงินกู้ยังไม่ระงับสิ้นไป และการรับชำระหนี้ดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ระหว่างจำเลยและบุคคลทั้งสาม เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชอบที่จะต้องใช้สิทธิในการทวงถามหนี้เงินกู้จำนวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากลูกจ้างและกรรมการของจำเลยผู้กู้ยืมเงินจำนวนนั้นต่อไป ไม่อาจใช้อำนาจตามมาตรา ๑๑๙ แห่ง พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ เรียกร้องให้นางสาวอมร นายมงคลและนายสมเกียรติชำระเงินจำนวนดังกล่าวได้ คำสั่งของผู้คัดค้านชอบแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสอง มีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ . (อรพินท์ เศรษฐมานิต-พิชัย เตโชพิทยากูล-พีรพล จันทร์สว่าง) ศาลแพ่ง - นายตรัสร์ บวรวัฒนานนท์ ศาลอุทธรณ์ - นายสมควร วีเชียรวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67162
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายตรัสร์ บวรวัฒนานนท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสมควร วีเชียรวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060618"
    }
}
date
2544
deka_no
7966/2544
deka_running_no
7966
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "พิชัย เตโชพิทยากูล",
    "พีรพล จันทร์สว่าง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 149",
            "ม. 315"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 22 (2)",
            "ม. 119"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารสยาม จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัททิพยสิน จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทศรีมงคลสยาม จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๐ และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๓๑ ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัททิพยสิน จำกัด) ยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านอ้างว่า จำเลยมีสิทธิเรียกร้องให้ นางสาวอมร โมฬีนนท์ นายมงคล สองเมือง และนายสมเกียรติ มหาวนิช ซึ่งเคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยและได้รับเงินไว้แทนจำเลยจำนวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ผู้คัดค้านแจ้งความเป็นหนังสือไปยังบุคคลดังกล่าวให้ชำระเงินแก่กองทรัพย์สินของจำเลยตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙ ผู้คัดค้านสอบสวนแล้วมีคำสั่งว่า สิทธิเรียกร้องของจำเลยตามคำแถลงของผู้ร้องมิได้มีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด กรณีไม่ต้องด้วย พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙ ผู้คัดค้านไม่มีอำนาจแจ้งความเป็นหนังสือไปยังบุคคลดังกล่าวให้ชำระเงินตาม คำแถลงได้ ให้ยกคำแถลง

ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของผู้คัดค้านต่อศาลชั้นต้น ขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านและมีคำสั่งให้ ผู้คัดค้านแจ้งความเป็นหนังสือไปยังบุคคลดังกล่าวให้ชำระเงิน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แก่กองทรัพย์สินของจำเลย

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายพิจารณาแล้วมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า คำสั่งของผู้คัดค้านชอบ หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจเก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่จำเลยหรือซึ่งจำเลยมีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่นตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๒ (๒) การที่ลูกจ้างและกรรมการของจำเลยชำระหนี้เงินกู้ให้แก่นางสาวอมร นายมงคล และนายสมเกียรติ โดยบุคคลทั้งสามไม่มีอำนาจรับชำระหนี้แทนจำเลย จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการชำระหนี้โดยชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๑๕ หนี้เงินกู้ยังไม่ระงับสิ้นไป และการรับชำระหนี้ดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ระหว่างจำเลยและบุคคลทั้งสาม เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชอบที่จะต้องใช้สิทธิในการทวงถามหนี้เงินกู้จำนวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากลูกจ้างและกรรมการของจำเลยผู้กู้ยืมเงินจำนวนนั้นต่อไป ไม่อาจใช้อำนาจตามมาตรา ๑๑๙ แห่ง พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ เรียกร้องให้นางสาวอมร นายมงคลและนายสมเกียรติชำระเงินจำนวนดังกล่าวได้ คำสั่งของผู้คัดค้านชอบแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสอง มีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001078.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544