คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9361/2544 ฉบับเต็ม

#67168
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9361/2544 นายชูเกียรติ อุ่นเจริญพร โจทก์ นายเสนาะ พรามพิลา กับพวก จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 9 วรรคสอง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 9 วรรคสอง ให้อำนาจเฉพาะอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยว่าคดีใดอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ การที่ผู้พิพากษาศาลแรงงานมีคำสั่งว่าคำฟ้องโจทก์ในส่วนที่ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์มิใช่คดีแรงงานเป็นคำสั่งที่วินิจฉัยว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ จึงไม่ชอบ ศาลแรงงานต้องส่งสำนวนให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียก่อนว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ แล้วจึงพิจารณาสั่งคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยใหม่ตามรูปคดี ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ที่สั่งให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่จำเลยที่ ๑ และบังคับให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รับคำฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ ในส่วนที่ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของพนักงานตรวจแรงงาน ส่วนคำฟ้องที่ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายมิใช่คดีแรงงานจึงไม่รับ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลแรงงานกลางในส่วนที่ไม่รับคำฟ้องที่ขอให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีมีปัญหาว่า คดีใดจะอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาขึ้นในศาลแรงงานหรือศาลอื่น ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางให้เป็นที่สุด" บทบัญญัติดังกล่าวให้อำนาจอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยว่าคดีใดอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ ดังนั้น การที่ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าคำฟ้องโจทก์ในส่วนที่ขอให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์มิใช่คดีแรงงาน จึงไม่รับฟ้องนั้น เป็นคำสั่งที่วินิจฉัยว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ ซึ่งเป็นอำนาจเฉพาะของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเท่านั้น ดังนั้นคำสั่งดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙ วรรคสอง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งไม่รับฟ้องในส่วนที่ขอให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ให้ศาลแรงงานกลางส่งสำนวนให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียก่อนว่าคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ แล้วให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาสั่งคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ใหม่ตามรูปคดี. (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-กมล เพียรพิทักษ์-จรัส พวงมณี) ศาลแรงงานกลาง - นายชัยเจริญ ดุษฎีพร ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
67168
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายชัยเจริญ ดุษฎีพร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058882"
    }
}
date
2544
deka_no
9361/2544
deka_running_no
9361
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 9 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายชูเกียรติ อุ่นเจริญพร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเสนาะ พรามพิลา กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ที่สั่งให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่จำเลยที่ ๑ และบังคับให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รับคำฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ ในส่วนที่ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของพนักงานตรวจแรงงาน ส่วนคำฟ้องที่ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายมิใช่คดีแรงงานจึงไม่รับ

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลแรงงานกลางในส่วนที่ไม่รับคำฟ้องที่ขอให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีมีปัญหาว่า คดีใดจะอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาขึ้นในศาลแรงงานหรือศาลอื่น ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางให้เป็นที่สุด" บทบัญญัติดังกล่าวให้อำนาจอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยว่าคดีใดอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ ดังนั้น การที่ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าคำฟ้องโจทก์ในส่วนที่ขอให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์มิใช่คดีแรงงาน จึงไม่รับฟ้องนั้น เป็นคำสั่งที่วินิจฉัยว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ ซึ่งเป็นอำนาจเฉพาะของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเท่านั้น ดังนั้นคำสั่งดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙ วรรคสอง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งไม่รับฟ้องในส่วนที่ขอให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ให้ศาลแรงงานกลางส่งสำนวนให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียก่อนว่าคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ แล้วให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาสั่งคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ใหม่ตามรูปคดี.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001062.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544