คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3172/2564 ฉบับเต็ม

#680731
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3172/2564 นาย จ. โจทก์ นางสาว ร. กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1382, มาตรา 1401 โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อประมาณปี 2544 จำเลยทั้งสี่ให้สภาตำบลศรีพรานทำถนนดินระหว่างที่ดินของโจทก์และจำเลยทั้งสี่โดยงบประมาณของสภาตำบลศรีพราน ต่อมาก็นำงบประมาณมาทำเป็นถนนคอนกรีตเพื่อให้เป็นเส้นทางเดินของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ และประชาชนทั่วไปเพื่อออกสู่ทางสาธารณะ ทั้งในชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า องค์การบริหารส่วนตำบลศรีพรานเป็นผู้ก่อสร้างถนนพิพาทตั้งแต่ปี 2548 แสดงว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทโดยเข้าใจว่าเป็นทางสาธารณะมาตั้งแต่ต้น การใช้สิทธิผ่านทางพิพาทของโจทก์จึงไม่เข้าลักษณะเป็นการใช้โดยปรปักษ์ต่อจำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่ตั้งทางพิพาท เพื่อให้ได้สิทธิภาระจำยอมแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่ได้ภาระจำยอมโดยอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382 แม้หากจะฟังว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทเกินกว่า 10 ปี ทางพิพาทก็ไม่เป็นภาระจำยอมเพื่ออสังหาริมทรัพย์แก่ที่ดินของโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2567, 2566, 2565 และ 2564 ของจำเลยทั้งสี่เฉพาะส่วนที่เป็นทางพิพาท ความยาว 73.49 เมตร ตกเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 446 ของโจทก์ หากจำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน และให้จำเลยทั้งสี่รื้อถอนเสาปูน รั้วลวดหนาม และสิ่งกีดขวาง พร้อมทั้งปรับทางพิพาทให้โจทก์สามารถใช้ทางพิพาทได้ตามปกติ โดยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสี่เอง หากจำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตาม ให้โจทก์ดำเนินการแทนโดยให้จำเลยทั้งสี่เสียค่าใช้จ่ายให้แก่โจทก์ 100,000 บาท จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ถนนพิพาทในพื้นที่สีเหลืองและพื้นที่สีเขียวในแผนที่พิพาท ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 446 ของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสี่ไปจดทะเบียนภาระจำยอมดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสี่ และให้จำเลยทั้งสี่รื้อถอนเสาปูน รั้วลวดหนาม และสิ่งกีดขวาง พร้อมทั้งจัดทำทางพิพาทให้อยู่ในสภาพที่ใช้ได้ตามปกติ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นตามที่คู่ความไม่โต้เถียงกันว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 446 ร่วมกับนายอนุพงษ์ และนายกัมพล จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 2567, 2566, 2565 และ 2564 ตามลำดับ ที่ดินของโจทก์กับของจำเลยทั้งสี่มีแนวเขตติดต่อกัน ทางพิพาทอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยทั้งสี่ปรากฏตามแนวเส้นสีเหลือง และไม่ใช่ทางสาธารณะ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ทางพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อประมาณปี 2544 จำเลยทั้งสี่ให้สภาตำบลศรีพรานทำถนนดินระหว่างที่ดินของโจทก์และจำเลยทั้งสี่โดยงบประมาณของสภาตำบลศรีพราน ต่อมาก็นำงบประมาณมาทำเป็นถนนคอนกรีตเพื่อให้เป็นเส้นทางเดินของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ และประชาชนทั่วไปเพื่อออกสู่ทางสาธารณะ ในชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า องค์การบริหารส่วนตำบลศรีพรานเป็นผู้ก่อสร้างถนนพิพาทตั้งแต่ปี 2548 โดยนางกาญจนาเป็นผู้วัดทางพิพาทเมื่อปี 2547 จากการบรรยายฟ้องและนำสืบดังกล่าวแสดงว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทโดยเข้าใจว่าเป็นทางสาธารณะมาตั้งแต่ต้น การใช้สิทธิผ่านทางพิพาทของโจทก์จึงไม่เข้าลักษณะเป็นการใช้โดยปรปักษ์ต่อจำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่ตั้งทางพิพาท เพื่อให้ได้สิทธิภาระจำยอมแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่ได้ภาระจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382 แม้หากจะฟังว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทเกินกว่า 10 ปี ทางพิพาทก็ไม่เป็นภาระจำยอมเพื่ออสังหาริมทรัพย์แก่ที่ดินของโจทก์ ที่โจทก์ฎีกาว่า แม้โจทก์จะเข้าใจว่าทางพิพาทเป็นถนนสาธารณะก็ได้สิทธิภาระจำยอมแล้วนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ชัยพัฒน์ ชินวงศ์-สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ-สมบูรณ์ วัฒนพรมงคล) ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายชัยยุทธ์ ศุพุทธมงคล ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายทนงศักดิ์ ดุลยกาญจน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.277/2564 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
680731
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอ่างทอง",
        "judge": "นายชัยยุทธ์ ศุพุทธมงคล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายทนงศักดิ์ ดุลยกาญจน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081948639"
    }
}
date
2564
deka_no
3172/2564
deka_running_no
3172
deka_year
2564
department
แผนก
judges
[
    "ชัยพัฒน์ ชินวงศ์",
    "สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ",
    "สมบูรณ์ วัฒนพรมงคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1382",
            "ม. 1401"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย จ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว ร. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2567, 2566, 2565 และ 2564 ของจำเลยทั้งสี่เฉพาะส่วนที่เป็นทางพิพาท ความยาว 73.49 เมตร ตกเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 446 ของโจทก์ หากจำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน และให้จำเลยทั้งสี่รื้อถอนเสาปูน รั้วลวดหนาม และสิ่งกีดขวาง พร้อมทั้งปรับทางพิพาทให้โจทก์สามารถใช้ทางพิพาทได้ตามปกติ โดยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสี่เอง หากจำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตาม ให้โจทก์ดำเนินการแทนโดยให้จำเลยทั้งสี่เสียค่าใช้จ่ายให้แก่โจทก์ 100,000 บาท

จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ถนนพิพาทในพื้นที่สีเหลืองและพื้นที่สีเขียวในแผนที่พิพาท ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 446 ของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสี่ไปจดทะเบียนภาระจำยอมดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสี่ และให้จำเลยทั้งสี่รื้อถอนเสาปูน รั้วลวดหนาม และสิ่งกีดขวาง พร้อมทั้งจัดทำทางพิพาทให้อยู่ในสภาพที่ใช้ได้ตามปกติ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นให้ยก

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นตามที่คู่ความไม่โต้เถียงกันว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 446 ร่วมกับนายอนุพงษ์ และนายกัมพล จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 2567, 2566, 2565 และ 2564 ตามลำดับ ที่ดินของโจทก์กับของจำเลยทั้งสี่มีแนวเขตติดต่อกัน ทางพิพาทอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยทั้งสี่ปรากฏตามแนวเส้นสีเหลือง และไม่ใช่ทางสาธารณะ

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ทางพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อประมาณปี 2544 จำเลยทั้งสี่ให้สภาตำบลศรีพรานทำถนนดินระหว่างที่ดินของโจทก์และจำเลยทั้งสี่โดยงบประมาณของสภาตำบลศรีพราน ต่อมาก็นำงบประมาณมาทำเป็นถนนคอนกรีตเพื่อให้เป็นเส้นทางเดินของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ และประชาชนทั่วไปเพื่อออกสู่ทางสาธารณะ ในชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า องค์การบริหารส่วนตำบลศรีพรานเป็นผู้ก่อสร้างถนนพิพาทตั้งแต่ปี 2548 โดยนางกาญจนาเป็นผู้วัดทางพิพาทเมื่อปี 2547 จากการบรรยายฟ้องและนำสืบดังกล่าวแสดงว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทโดยเข้าใจว่าเป็นทางสาธารณะมาตั้งแต่ต้น การใช้สิทธิผ่านทางพิพาทของโจทก์จึงไม่เข้าลักษณะเป็นการใช้โดยปรปักษ์ต่อจำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่ตั้งทางพิพาท เพื่อให้ได้สิทธิภาระจำยอมแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่ได้ภาระจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382 แม้หากจะฟังว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทเกินกว่า 10 ปี ทางพิพาทก็ไม่เป็นภาระจำยอมเพื่ออสังหาริมทรัพย์แก่ที่ดินของโจทก์ ที่โจทก์ฎีกาว่า แม้โจทก์จะเข้าใจว่าทางพิพาทเป็นถนนสาธารณะก็ได้สิทธิภาระจำยอมแล้วนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000087.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.277/2564
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2564