ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 3/2565
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ
ศาลผู้รับความเห็น
พันโท อ.
ผู้ฟ้องคดี
สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการ กับพวกรวม 4 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 มาตรา
คดีที่ พันโท อ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการ ที่ ๑ เทศบาลตำบลบางปู ที่ ๒ กรมธนารักษ์ ที่ ๓ สหกรณ์เคหสถานคลองใหม่ร่วมใจพัฒนา จำกัด ที่ ๔ ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๒๗๐ ได้รับความเสียหายจากการที่กรมธนารักษ์โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ให้สหกรณ์เคหสถานคลองใหม่ร่วมใจพัฒนา จำกัด เช่าที่ราชพัสดุก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ก่อสร้างถนนคอนกรีตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี อันเป็นการกระทำละเมิด ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ คืนที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ รื้อถอนถนนคอนกรีตที่รุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ปรับสภาพพื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิม หากคืนไม่ได้ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ รับผิดชดใช้ค่าเสียหายโดยซื้อที่ดินดังกล่าว กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหายกรณีมีผู้ขอซื้อที่ดินแต่ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถขายที่ดินดังกล่าวได้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๓ ให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ราชพัสดุ มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามมาตรา ๖ และมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๓ เป็นผู้ครอบครองดูแล ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๓ ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ เช่าที่ดินเพื่อปลูกบ้านพักอาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงในที่ราชพัสดุ สิ่งปลูกสร้างของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ได้ก่อสร้างอยู่ในแนวเขตชลประทานไม่ได้ก่อสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๓ ไม่ต้องคืนที่ดินพิพาทและปรับพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมให้แก่ผู้ฟ้องคดีและไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายโดยการซื้อที่ดินของผู้ฟ้องคดี และค่าเสียหายอื่น ขอให้ยกฟ้อง ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ให้การว่า เจ้าของเดิมยอมให้ประชาชนใช้ถนนดังกล่าวโดยไม่เคยหวงกันอันเป็นการอุทิศที่ดินให้เป็นทางสาธารณประโยชน์โดยปริยาย ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า เทศบาลตำบลบางปู ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นมีฐานะเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ส่วนกรมธนารักษ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีสถานะเป็นนิติบุคคลสังกัดกระทรวงการคลัง ตามมาตรา ๑๑ (๓) แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยมีสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นหน่วยงานในสังกัดตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๓ (๑๘) ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามจึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เมื่อข้อพิพาทในคดีนี้คู่กรณีโต้แย้งกันว่าที่ดินพิพาทที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๓ ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ เช่าเพื่อปลูกบ้านพักอาศัยนั้นเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นที่ราชพัสดุ และที่ดินพิพาทที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ก่อสร้างถนนคอนกรีตเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ส่วนปัญหาว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ถึงที่ ๓ กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี และจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีหรือไม่นั้น เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาท ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
3/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน