คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2155/2564 ฉบับเต็ม

#681425
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2155/2564 บริษัท ฮ. โจทก์ นาย ก. จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 800, มาตรา 823 โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยให้รับผิดในมูลหนี้ซื้อขายสินค้า จำเลยจึงทำหนังสือมอบอำนาจระบุ ป. เป็นผู้มีอำนาจจัดการคดีจนเสร็จสิ้น ป. กับโจทก์ร่วมกันแถลงว่าคดีมีแนวทางที่จะตกลงกันได้ประสงค์จะทำยอม ขอเลื่อนไปทำยอมในนัดหน้า ต่อมาจำเลยทำหนังสือมอบอำนาจระบุให้ ป. เป็นผู้มีอำนาจในการไกล่เกลี่ย เลื่อนนัด จัดการทุกอย่างจนเสร็จสิ้นกระบวนการศาล นั้น ป. จึงอยู่ในฐานะตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจเฉพาะการ มีหน้าที่ดำเนินกระบวนพิจารณาในสิ่งที่จำเป็นแทนจำเลยภายในขอบอำนาจที่ระบุในหนังสือมอบอำนาจทั้งสองฉบับข้างต้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 800 เมื่อหนังสือมอบอำนาจไม่ได้ระบุโดยชัดแจ้งว่าให้ ป. มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ทั้งข้อความที่ระบุว่าให้มีอำนาจจัดการคดีจนเสร็จสิ้นก็ไม่อาจตีความว่ารวมถึงให้มีอำนาจในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนจำเลยได้ ฉะนั้นการที่ ป. แถลงต่อศาลว่าประสงค์จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์จึงเป็นกรณีตัวแทนกระทำนอกเหนือขอบอำนาจ ย่อมไม่ผูกพันจำเลยซึ่งเป็นตัวการ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 823 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,469,868.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ระหว่างพิจารณา โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน มีใจความว่า จำเลยยินยอมชำระเงินให้โจทก์ 1,469,868.50 บาท โดยผ่อนชำระให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 6 เดือน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที และยินยอมชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดจากเงินที่ค้างชำระ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และค่าส่งคำคู่ความรวมเป็นเงิน 600 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยซึ่งได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ขอเพิกถอนคำพิพากษาตามยอมหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยให้รับผิดในมูลหนี้ซื้อขายสินค้า จำเลยจึงทำหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ระบุให้นางปรานอม เป็นผู้มีอำนาจจัดการคดีหมายเลขดำที่ 2566/2561 จนเสร็จสิ้น โดยวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 นางปรานอมกับฝ่ายโจทก์ร่วมกันแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า คดีมีแนวทางที่จะตกลงกันได้ ประสงค์จะทำยอม ขอเลื่อนคดีเพื่อไปทำยอมในนัดหน้า ต่อมาวันที่ 16 ธันวาคม 2561 จำเลยทำหนังสือมอบอำนาจระบุให้นางปรานอมเป็นผู้มีอำนาจในการเจรจาไกล่เกลี่ย เลื่อนนัด จัดการทุกอย่างจนเสร็จสิ้นกระบวนการศาล นั้น นางปรานอมจึงอยู่ในฐานะตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ มีหน้าที่ดำเนินกระบวนพิจารณาในสิ่งที่จำเป็นแทนจำเลยภายในขอบอำนาจที่ระบุในหนังสือมอบอำนาจทั้งสองฉบับข้างต้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800 เมื่อหนังสือมอบอำนาจทั้งสองฉบับไม่ได้ระบุโดยชัดแจ้งว่าให้นางปรานอมมีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ทั้งข้อความที่ระบุว่าให้มีอำนาจจัดการคดีจนเสร็จสิ้นก็ไม่อาจตีความว่ารวมถึงให้มีอำนาจในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนจำเลยได้ ฉะนั้น ที่นางปรานอมแถลงต่อศาลชั้นต้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ว่าประสงค์จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2561 จึงเป็นกรณีตัวแทนกระทำนอกเหนือขอบอำนาจ ย่อมไม่ผูกพันจำเลยซึ่งเป็นตัวการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 เมื่อวินิจฉัยมาดังนี้ปัญหาอื่นตามฎีกาของจำเลยและคำแก้ฎีกาของโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเพิกถอนสัญญาประนีประนอม ยอมความฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ (สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล-แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์-เจษฎาวิทย์ ไทยสยาม) ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายศรสิทธิ์ เหลืองคุณวัฒน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสิทธิพร บุญยฤทธิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ผบ.(พ)161/2563 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
681425
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครราชสีมา",
        "judge": "นายศรสิทธิ์ เหลืองคุณวัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายสิทธิพร บุญยฤทธิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081948999"
    }
}
date
2564
deka_no
2155/2564
deka_running_no
2155
deka_year
2564
department
แผนก
judges
[
    "สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล",
    "แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์",
    "เจษฎาวิทย์ ไทยสยาม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 800",
            "ม. 823"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ฮ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ก."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,469,868.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ระหว่างพิจารณา โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน มีใจความว่า จำเลยยินยอมชำระเงินให้โจทก์ 1,469,868.50 บาท โดยผ่อนชำระให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 6 เดือน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที และยินยอมชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดจากเงินที่ค้างชำระ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และค่าส่งคำคู่ความรวมเป็นเงิน 600 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยซึ่งได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ขอเพิกถอนคำพิพากษาตามยอมหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยให้รับผิดในมูลหนี้ซื้อขายสินค้า จำเลยจึงทำหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ระบุให้นางปรานอม เป็นผู้มีอำนาจจัดการคดีหมายเลขดำที่ 2566/2561 จนเสร็จสิ้น โดยวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 นางปรานอมกับฝ่ายโจทก์ร่วมกันแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า คดีมีแนวทางที่จะตกลงกันได้ ประสงค์จะทำยอม ขอเลื่อนคดีเพื่อไปทำยอมในนัดหน้า ต่อมาวันที่ 16 ธันวาคม 2561 จำเลยทำหนังสือมอบอำนาจระบุให้นางปรานอมเป็นผู้มีอำนาจในการเจรจาไกล่เกลี่ย เลื่อนนัด จัดการทุกอย่างจนเสร็จสิ้นกระบวนการศาล นั้น นางปรานอมจึงอยู่ในฐานะตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ มีหน้าที่ดำเนินกระบวนพิจารณาในสิ่งที่จำเป็นแทนจำเลยภายในขอบอำนาจที่ระบุในหนังสือมอบอำนาจทั้งสองฉบับข้างต้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800 เมื่อหนังสือมอบอำนาจทั้งสองฉบับไม่ได้ระบุโดยชัดแจ้งว่าให้นางปรานอมมีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ทั้งข้อความที่ระบุว่าให้มีอำนาจจัดการคดีจนเสร็จสิ้นก็ไม่อาจตีความว่ารวมถึงให้มีอำนาจในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนจำเลยได้ ฉะนั้น ที่นางปรานอมแถลงต่อศาลชั้นต้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ว่าประสงค์จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2561 จึงเป็นกรณีตัวแทนกระทำนอกเหนือขอบอำนาจ ย่อมไม่ผูกพันจำเลยซึ่งเป็นตัวการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 เมื่อวินิจฉัยมาดังนี้ปัญหาอื่นตามฎีกาของจำเลยและคำแก้ฎีกาของโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเพิกถอนสัญญาประนีประนอม ยอมความฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000090.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ผบ.(พ)161/2563
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2564