คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2563 ฉบับเต็ม

#681907
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2563 นาย พ. โจทก์ กรมบังคับคดี จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 179, มาตรา 180 คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์ของโจทก์ว่า รอไว้สั่งเมื่อไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์เสร็จแล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์แล้วมีคำสั่งลงวันที่ 15 มีนาคม 2561 ว่า คดีไม่มีเหตุยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156/1 ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันฟังคำสั่ง โดยศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ก่อนครบกำหนดระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ตามที่ศาลอุทธรณ์กำหนด โจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2561 ขอขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ออกไปจนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ครั้นวันที่ 3 ตุลาคม 2561 โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์โดยขอลดจำนวนทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์จาก 3,000,000 บาท เหลือ 300,000 บาท พร้อมกับนำเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์จำนวน 6,000 บาท มาชำระต่อศาลในวันดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ตามคำร้อง ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์มานั้น เป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ต่อศาลชั้นต้นโดยขอลดจำนวนทุนทรัพย์จาก 3,000,000 บาท ลงเหลือ 300,000 บาท นั้น มิใช่เป็นการแก้ไขประเด็นในอุทธรณ์ ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบแต่อย่างใด การขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ดังกล่าวก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากศาลล่างทั้งสองไม่อนุญาตให้โจทก์ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ตามที่โจทก์ขอ อีกทั้งโจทก์เองก็ได้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์เท่ากับจำนวนทุนทรัพย์ที่ขอลดลงมาชำระภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด เช่นนี้แล้วศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะรับอุทธรณ์ของโจทก์ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ได้ชำระค่าธรรมเนียมศาล การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ของโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ได้ ให้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (ประสิทธิ์ สนามชวด-สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์-กฤษณี เยพิทักษ์) ศาลจังหวัดตลิ่งชัน - นายสุนทร ศันติวิชยะ ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิชัย ลีลาโสภิต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.751/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ส7659/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ส4197/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
681907
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตลิ่งชัน",
        "judge": "นายสุนทร ศันติวิชยะ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสิทธิชัย ลีลาโสภิต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081952468"
    }
}
date
2563
deka_no
746/2563
deka_running_no
746
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "ประสิทธิ์ สนามชวด",
    "สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์",
    "กฤษณี เยพิทักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 179",
            "ม. 180"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย พ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมบังคับคดี"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์

3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ

7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น

และยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์ของโจทก์ว่า

รอไว้สั่งเมื่อไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์เสร็จแล้ว

ต่อมาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์แล้วมีคำสั่งลงวันที่ 15 มีนาคม 2561

ว่า คดีไม่มีเหตุยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 156/1 ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป

ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลภายใน 7 วัน

นับแต่วันมีคำสั่ง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561

ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน

15 วัน นับแต่วันฟังคำสั่ง โดยศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งให้คู่ความฟังเมื่อวันที่

20 สิงหาคม 2561

ก่อนครบกำหนดระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ตามที่ศาลอุทธรณ์กำหนด

โจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2561

ขอขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ออกไปจนถึงวันที่ 4

ตุลาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ครั้นวันที่ 3 ตุลาคม 2561 โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์โดยขอลดจำนวนทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์จาก

3,000,000 บาท เหลือ 300,000 บาท พร้อมกับนำเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์จำนวน

6,000 บาท มาชำระต่อศาลในวันดังกล่าว

ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ตามคำร้อง

ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า

การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์มานั้น

เป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ต่อศาลชั้นต้นโดยขอลดจำนวนทุนทรัพย์จาก

3,000,000 บาท ลงเหลือ 300,000 บาท

นั้น มิใช่เป็นการแก้ไขประเด็นในอุทธรณ์ ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบแต่อย่างใด

การขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ดังกล่าวก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากศาลล่างทั้งสองไม่อนุญาตให้โจทก์ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ตามที่โจทก์ขอ

อีกทั้งโจทก์เองก็ได้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์เท่ากับจำนวนทุนทรัพย์ที่ขอลดลงมาชำระภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด

เช่นนี้แล้วศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะรับอุทธรณ์ของโจทก์ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ได้ชำระค่าธรรมเนียมศาล

การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ของโจทก์มานั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ

อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ได้

ให้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ส7659/2551
primary_red_case_no
ส4197/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000121.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.751/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563