ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 7/2565
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ
ศาลผู้รับความเห็น
ด.ต. ป.
ผู้ฟ้องคดี
อธิบดีกรมที่ดิน กับพวกรวม 4 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
คดีที่เอกชน ยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๑ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขาราษีไศล ที่ ๒ นายอำเภอราษีไศล ที่ ๓ และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแค ที่ ๔ ผู้ถูกฟ้องคดี และผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นเอกชนด้วยกันว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งออกโดยอาศัยหลักฐาน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๖ ที่แบ่งแยกมาจาก น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๕ ทับที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. ของผู้ฟ้องคดีและทางสาธารณประโยชน์ ผู้ฟ้องคดีขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เพิกถอนโฉนดที่ดิน แต่ยังไม่มีการเพิกถอน ขอให้เพิกถอน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๕ และเลขที่ ๓๐๐๖ โฉนดที่ดินพิพาท เพิกถอนรูปแปลงที่ปรากฏเส้นทางสาธารณประโยชน์ทางด้านทิศใต้ของ น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๖ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ให้การว่า ทางสาธารณประโยชน์เกิดขึ้นในขณะเดินสำรวจออก น.ส. ๓ ก. ให้แก่ผู้ฟ้องคดีแล้ว การเพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงพิพาท จะต้องได้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติก่อน อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงไม่ได้ละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า ส่วน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๕ ปัจจุบันได้ออกเป็นโฉนดที่ดินรวม ๕ แปลง ผู้มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ การออก น.ส. ๓ ก. และโฉนดที่ดินชอบด้วยกฎหมาย ส่วนผู้ร้องสอด ทั้งสองให้การว่า รับให้ที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๖ มาจากบิดามารดา แล้วออกเป็นโฉนดที่ดิน ๒ แปลง โดยไม่มีการคัดค้าน เห็นว่า แม้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเอกชนฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๑ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขาราษีไศล ที่ ๒ นายอำเภอราษีไศล ที่ ๓ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแค ที่ ๔ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และหน่วยงานทางปกครอง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๕ และเลขที่ ๓๐๐๖ โฉนดที่ดินพิพาท เพิกถอนรูปแปลงที่ปรากฏเส้นทางสาธารณประโยชน์ทางด้านทิศใต้ของ น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๖ ซึ่งผู้ฟ้องคดีอ้างว่า โฉนดที่ดินพิพาทที่ออกสืบเนื่องมาจาก น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๖ ทับที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. ของผู้ฟ้องคดี และทางสาธารณประโยชน์ อันเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาคำขอของผู้ฟ้องคดีที่ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๕ ซึ่งได้ออกเป็นโฉนดที่ดินรวม ๕ แปลง ผู้มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และเพิกถอน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๖ ซึ่งได้ออกเป็นโฉนดที่ดินพิพาทมีชื่อผู้ร้องสอดที่ ๑ และที่ ๒ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามลำดับ และรูปแปลงที่ปรากฏเส้นทางสาธารณประโยชน์ทางด้านทิศใต้ของ น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๖ ให้กลับเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีและทางสาธารณประโยชน์ ทั้งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ถึงที่ ๓ ให้การสรุปได้ว่า การออก น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๕ ซึ่งได้ออกเป็นโฉนดที่ดินรวม ๕ แปลง และน.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๖ ซึ่งได้ออกเป็นโฉนดที่ดินพิพาทชอบด้วยกฎหมาย และผู้ร้องสอดที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดินพิพาท ก็โต้แย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นของตนไม่ได้ทับซ้อนกับที่ดินของผู้ฟ้องคดี และทางสาธารณประโยชน์ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นสำคัญ โดยวัตถุประสงค์ในการฟ้องคดีนี้ ก็เพื่อให้ศาลรับรองคุ้มครองว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดี และทางสาธารณประโยชน์ ไม่ใช่ที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๐๐๖ ซึ่งออกเป็นโฉนดที่ดินพิพาท ให้แก่ผู้ร้องสอดที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นเอกชน กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
7/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน