ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 80/2564
ศาลปกครองอุบลราชธานี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ธ.
ผู้ฟ้องคดี
นายอำเภอวารินชำราบ กับพวกรวม 5 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
คดีนี้ นาย ธ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องนายอำเภอวารินชำราบ ที่ ๑ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งหวาย ที่ ๒ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี สาขาวารินชำราบ ที่ ๓ นาง จ. ที่ ๔ นางสาว พ. ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี สรุปคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๓๘๔ ด้านทิศเหนือติดกับเขตทางสาธารณประโยชน์ ถัดขึ้นไปเป็นที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ตามโฉนดเลขที่ ๖๒๘๘๕ และที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๖๒๘๘๔ ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และที่ ๕ บุกรุกทางสาธารณประโยชน์ ทำให้แนวเขตทางสาธารณะเปลี่ยนแนวไปอยู่ในที่ดินของผู้ฟ้องคดีและจำนวนเนื้อที่ดินของผู้ฟ้องคดีน้อยลง แต่ที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และที่ ๕ มีจำนวนเนื้อที่ดินเพิ่มขึ้น ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อให้ได้เขตทางสาธารณะและที่ดินของผู้ฟ้องคดีกลับคืนมา ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้กันเขตทางสาธารณประโยชน์ให้มีสภาพดังเดิม โดยให้กันเขตที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และที่ ๕ เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกเขตทางสาธารณประโยชน์ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้า ให้การโดยสรุปว่า ทางสาธารณประโยชน์เส้นนี้มีมาก่อนการออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดี ซึ่งอยู่ในแนวเขตเดิมที่เจ้าของเดิมได้ยินยอมและอนุญาตไว้แล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ได้ออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๖๒๘๘๔ และ ๖๒๘๘๕ โดยชอบแล้ว การรังวัดตรวจสอบทางสาธารณประโยชน์พบว่า โฉนดที่ดินทั้งสองแปลงหลักเขตเก่าอยู่ครบไม่มีการรุกล้ำ ส่วนการออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๕๓๘๔ ให้แก่ ผู้ฟ้องคดีเป็นไปโดยชอบ จากการรังวัดสอบเขตครั้งที่ ๒ ได้มีการปักหลักเขตใหม่แทนของเก่าที่หายไปซึ่งผู้ฟ้องคดีได้ยอมรับตำแหน่งที่ปักใหม่ แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งหวายคัดค้านว่าเป็นทางสาธารณประโยชน์ จึงแจ้งให้คู่กรณีทำการไกล่เกลี่ยตามมาตรา ๖๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่คู่กรณีไม่อาจตกลงกันได้ จึงให้ไปดำเนินการทางศาล ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ไม่มีหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ จึงไม่เป็นละเมิด การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ รังวัดแบ่งแยกที่ดินและขายให้กับผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ได้ดำเนินการโดยชอบ ไม่ได้ทำให้เขตทางสาธารณะรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของ ผู้ฟ้องคดี ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องคดีโดยกล่าวอ้างว่าได้รับความเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และที่ ๕ ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกันและเจ้าของที่ดินข้างเคียง บุกรุกทางสาธารณประโยชน์ทำให้แนวเขตทางสาธารณะเปลี่ยนไปอยู่ในที่ดินของผู้ฟ้องคดี และจำนวนเนื้อที่ดินของผู้ฟ้องคดีน้อยลงคิดเป็นเนื้อที่ ๒ งาน ๔.๘ ตารางวา ผู้ฟ้องคดีจึงทำการสอบเขตที่ดินของตนเองถึงสองครั้งและยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ตรวจสอบแล้วกลับแจ้งว่า ไม่มีการบุกรุกทางสาธารณประโยชน์ ทั้งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ยังกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในการรังวัดที่ดินพิพาท ผู้ฟ้องคดีจึงฟ้องคดีต่อศาลขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้กันเขตทางสาธารณประโยชน์ให้มีสภาพดังเดิม โดยให้กันเขตที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และที่ ๕ เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกเขตทางสาธารณประโยชน์ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดี แต่การที่ผู้ฟ้องคดีมีคำขอให้ศาลบังคับกันเขตทางสาธารณประโยชน์ให้มีสภาพดังเดิม โดยให้กันเขตที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และที่ ๕ เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกเขตทางสาธารณประโยชน์อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีมีเนื้อที่ลดน้อยลง ย่อมเป็นคำขอที่แสดงให้เห็นเจตนาของผู้ฟ้องคดีที่จะใช้สิทธิทางศาลเพื่อให้รับรองและคุ้มครองสิทธิในที่ดินของตน ประกอบกับผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ ทั้งข้อเท็จจริงยังปรากฏในคำให้การของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ จากการรังวัดสอบเขตครั้งที่ ๒ ของผู้ฟ้องคดี ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ได้คัดค้านการรังวัดว่าที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ เจ้าพนักงานที่ดินจึงแจ้งให้คู่กรณีทำการไกล่เกลี่ยตามมาตรา ๖๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่คู่กรณีไม่อาจตกลงกันได้ จึงให้ไปดำเนินการทางศาลเพื่อให้พิสูจน์สิทธิในที่ดิน ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
80/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน