ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 103/2564
ศาลปกครองพิษณุโลก
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดตาก
ศาลผู้รับความเห็น
นาง ส. กับพวกรวม 4 คน
ผู้ฟ้องคดี
นายกเทศมนตรีตำบลไม้งาม กับพวกรวม 5 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา
คดีที่ ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ ซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องนายกเทศมนตรีตำบลไม้งาม ที่ ๑ นายอำเภอเมืองตาก ที่ ๒ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดตาก ที่ ๓ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๔ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินมีโฉนด และเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. ในส่วนที่ยังไม่ออกโฉนดที่ดิน ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจาก การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ มีคำสั่งให้แก้ไขเนื้อที่ใน น.ส.ล. รุกล้ำแนวเขตที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. ของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ แก้ไขโฉนดที่ดินให้มีเนื้อที่ตาม น.ส. ๓ ก. กับห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ รบกวนการครอบครองที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. บริเวณที่ยังไม่ได้ออกเป็นโฉนดที่ดิน โดยศาลมีคำสั่งรับคำฟ้องเฉพาะในส่วนที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ถึงที่ ๕ ไว้พิจารณา ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ถึงที่ ๕ ให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ตาม น.ส.ล. มีการรังวัดแนวเขตที่ดินและมีการรับรองแนวเขตที่ดินข้างเคียงทุกด้าน และมีการสอบเขต ๓ ครั้ง ได้เนื้อที่เท่ากันทุกครั้ง ในการสอบเขตครั้งแรก ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ได้ลงลายมือชื่อรับรองการปักหลักเขตใหม่แทนหลักเขตที่หายไป และรับรองแนวเขตโดยไม่มีการคัดค้าน และในการขอรังวัดออกโฉนดที่ดินโดยอาศัยหลักฐาน น.ส. ๓ ก. นั้น ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ นำเดินสำรวจและยอมรับแนวเขตที่ดินของตนว่าติดกับ น.ส.ล. จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีพื้นที่นอกเอกสารสิทธิระหว่างเอกสารสิทธิของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่กับ น.ส.ล. คำสั่งแก้ไขเนื้อที่ใน น.ส.ล. มิได้ทำให้สิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ลดลง และไม่เป็นการทับหรือรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ จึงไม่ต้องเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และแก้ไขโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่เป็นเอกชน ยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ถึงที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมีคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งแก้ไขหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงในส่วนที่ทับซ้อนที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ อันเป็นการตั้งรูปเรื่องเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง แต่เหตุแห่งการขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ก็เนื่องมาจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ถึงที่ ๕ อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณประโยชน์ ซึ่งมีการออก น.ส.ล. แล้ว ส่วนผู้ฟ้องคดีทั้งสี่อ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ ซึ่งยังไม่อาจหาข้อยุติกันได้ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาทว่า เป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่หรือเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ตาม น.ส.ล. ส่วนคำขอที่ให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่ง และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ แก้ไขโฉนดที่ดินให้มีเนื้อที่ตาม น.ส. ๓ ก. เป็นเพียงผลต่อเนื่องในการวินิจฉัยเรื่องสิทธิในที่ดินพิพาทเท่านั้น เมื่อการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินซึ่งเป็นสิทธิในทางทรัพย์สินของบุคคลเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
103/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน