ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัย(คำสั่ง)ที่ 112/2564
ศาลจังหวัดมหาสารคาม
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองขอนแก่น
ศาลผู้รับความเห็น
นาง พ. กับพวกรวม 2 คน
โจทก์
นางสาว ส. กับพวกรวม 2 คน
จำเลย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
ข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ.2544 มาตรา
การโต้แย้งเขตอำนาจศาลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มี ๒ กรณี ได้แก่ กรณีที่คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องเห็นว่า คดีดังกล่าวอยู่ในเขตอำนาจของอีกศาลหนึ่งตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติให้ "คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องยื่นคำร้องต่อศาลที่รับฟ้องก่อนวันสืบพยานสำหรับศาลยุติธรรมหรือศาลทหาร หรือภายในกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การหรือก่อนพ้นระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ยื่นคำให้การเป็นอย่างช้าสำหรับศาลปกครองหรือศาลอื่น ในการนี้ ศาลที่รับฟ้องอาจรอการพิจารณาไว้ชั่วคราวก็ได้ และให้จัดทำความเห็นส่งไปให้ศาลที่คู่ความร้องว่าคดีนั้นอยู่ในเขตอำนาจโดยเร็ว..." กับกรณีที่ศาลเห็นเองว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลตนตามมาตรา ๑๐ วรรคสาม ซึ่งบัญญัติให้นำความในมาตรานี้ใช้บังคับกับกรณีที่ศาลเห็นเอง ก่อนมีคำพิพากษาโดยอนุโลม เมื่อคดีนี้ ข้อเท็จจริงตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลจังหวัดมหาสารคาม ลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๔ ระบุว่า ก่อนเริ่มสืบพยาน โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่ฟ้องคดีได้แถลงต่อศาลว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ขอให้ศาลจังหวัดมหาสารคามส่งเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณา ดังนั้น การเริ่มกระบวนการโต้แย้งเขตอำนาจศาลในคดีนี้จึงมิใช่จำเลยซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องตามนัยพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิโต้แย้งเขตอำนาจศาล และแม้จำเลยทั้งสองจะแถลงโดยเห็นพ้องกับโจทก์ทั้งสองว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องได้ยื่นคำร้องเป็นหนังสือโต้แย้งเขตอำนาจศาลยุติธรรมต่อศาลจังหวัดมหาสารคาม กรณีจึงไม่เป็นไปตามรูปแบบและเงื่อนไขที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง ประกอบข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๑๒ ที่กำหนดว่าคำร้องต้องทำเป็นหนังสือ... แม้ต่อมาภายหลังศาลจังหวัดมหาสารคามจะทำความเห็นว่า คดีไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรม แต่อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง และศาลปกครองขอนแก่นซึ่งเป็นศาลที่รับความเห็นก็มีความเห็นว่า คดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรมที่รับฟ้อง ซึ่งเป็นกรณีที่ศาลทั้งสองมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับเขตอำนาจศาล แต่ก็มิใช่กรณีที่ศาลจังหวัดมหาสารคามซึ่งเป็นศาลผู้ส่งความเห็นได้ริเริ่มกระบวนการโต้แย้งเขตอำนาจศาลโดยศาลเห็นเองตามนัยของพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคสาม การเสนอเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยชี้ขาดกรณีเขตอำนาจศาลขัดแย้งกันในคดีนี้จึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่งและวรรคสาม คณะกรรมการไม่รับวินิจฉัย อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๗ วรรคสอง ประกอบข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๒๙ (๒) จึงให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบความ
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
112/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
การเสนอเรื่องเขตอำนาจศาลขัดแย้งกัน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 10