คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2774/2565 ฉบับเต็ม

#684563
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2774/2565 ธนาคาร ก. โจทก์ ธนาคาร ก. ผู้ร้อง นางสาว ณ กับพวก ผู้คัดค้าน นางสาว อ. จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2), มาตรา 271, มาตรา 276 กรณีที่จำเลยจำนองที่ดินเป็นหลักประกันเดียวกับหนี้ของจำเลยที่มีต่อโจทก์เดียวกันและโจทก์ยื่นฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์และศาลแขวงขอนแก่น เมื่อปรากฏว่าศาลจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นศาลที่มีคำพิพากษาและออกหมายบังคับคดี แม้ทรัพย์จำนองจะตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นและเจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์มีหนังสือขอให้ศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์และทำการขายทอดตลาดแทน และต่อมาศาลแขวงมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้หากไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด โจทก์ต้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และศาลจังหวัดกาฬสินธุ์มีอำนาจพิจารณา ทำคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2) ที่บัญญัติว่า "คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลซึ่งคำฟ้องหรือคำร้องขอนั้นจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้องนั้น ให้เสนอต่อศาลที่กำหนดไว้ในมาตรา 271" และมาตรา 271 บัญญัติให้ ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีซึ่งมีอำนาจกำหนดวิธีการบังคับคดีตามมาตรา 276 และมีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดหรือทำคำสั่งในเรื่องใดอันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น คือศาลจังหวัดกาฬสินธุ์เพราะขณะมีการยึดทรัพย์คดีนี้ศาลแขวงขอนแก่นยังมิได้มีคำพิพากษา ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์และผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกันเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยจำนวน 2 คดี คือคดีนี้และคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ของศาลแขวงขอนแก่น แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ วันที่ 28 มิถุนายน 2560 ผู้ร้องนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อขายทอดตลาด วันที่ 26 กันยายน 2561 เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปในราคา 2,290,000 บาท ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2562 ผู้ร้องมายื่นคำร้องเป็นคดีนี้ เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ของศาลแขวงขอนแก่น ศาลแขวงขอนแก่นจึงเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดี ศาลนี้ไม่มีอำนาจวินิจฉัยคำร้อง ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในสำนวนได้ความว่า โจทก์หรือผู้ร้องกับจำเลยในคดีนี้และคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ของศาลแขวงขอนแก่น เป็นคู่ความรายเดียวกัน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 4,339,396.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 4,079,075.47 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 21 มีนาคม 2559) จนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้าไม่พอชำระให้บังคับจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระหนี้จนครบ แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 โจทก์ยื่นคำขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขอ วันที่ 27 มิถุนายน 2560 ผู้แทนโจทก์คดีนี้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ในวันเดียวกันเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์มีหนังสือขอให้ศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดทรัพย์และทำการขายทอดตลาดทรัพย์แทนเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์ วันที่ 28 มิถุนายน 2560 เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นประกาศขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 ผู้คัดค้านที่ 2 ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดได้ ต่อมาผู้คัดค้านที่ 2 ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์หรือผู้ร้องที่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยไม่ชำระหนี้ ผู้ร้องซึ่งเป็นโจทก์คดีนี้ยื่นคำขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขอ วันที่ 27 มิถุนายน 2560 ผู้แทนโจทก์คดีนี้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง วันที่ 28 มิถุนายน 2560 เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแทนเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) บัญญัติว่า "คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลซึ่งคำฟ้องหรือคำร้องขอนั้นจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้องนั้น ให้เสนอต่อศาลที่กำหนดไว้ในมาตรา 271" และมาตรา 271 บัญญัติให้ ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีซึ่งมีอำนาจกำหนดวิธีการบังคับคดีตามมาตรา 276 และมีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดหรือทำคำสั่งในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น ดังนี้ เมื่อศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้นรวมทั้งมีอำนาจบังคับคดีและออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด คือศาลชั้นต้น ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยถูกยึดไว้และขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลแขวงขอนแก่น ศาลแขวงขอนแก่นจึงเป็นศาลที่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวกับการบังคับคดีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของจำเลย โจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลแขวงขอนแก่นไม่ใช่ศาลชั้นต้นนั้นเป็นการวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อนเพราะที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยมิได้ถูกยึดและขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลแขวงขอนแก่น ขณะมีการยึดทรัพย์คดีนี้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2560 คดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ศาลแขวงขอนแก่นยังมิได้มีคำพิพากษา โดยศาลแขวงขอนแก่นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อย่างไรก็ตาม คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องโดยมิได้ไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ศาลฎีกาจึงต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองแล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ (ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล-ประทีป อ่าววิจิตรกุล-ธีรวัฒน์ ไตรวารี) ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นางสรินทิพย ทรงศิริศิลป์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายไตรรัตน์ แก้วศรีนวล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ผบ.(พ)90/2565 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
684563
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์",
        "judge": "นางสรินทิพย ทรงศิริศิลป์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายไตรรัตน์ แก้วศรีนวล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081945900"
    }
}
date
2565
deka_no
2774/2565
deka_running_no
2774
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล",
    "ประทีป อ่าววิจิตรกุล",
    "ธีรวัฒน์ ไตรวารี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 7 (2)",
            "ม. 271",
            "ม. 276"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร ก."
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคาร ก."
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นางสาว ณ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว อ."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์และผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกันเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยจำนวน 2 คดี คือคดีนี้และคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ของศาลแขวงขอนแก่น แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ วันที่ 28 มิถุนายน 2560 ผู้ร้องนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อขายทอดตลาด วันที่ 26 กันยายน 2561 เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปในราคา 2,290,000 บาท ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2562 ผู้ร้องมายื่นคำร้องเป็นคดีนี้ เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว

ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ของศาลแขวงขอนแก่น ศาลแขวงขอนแก่นจึงเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดี ศาลนี้ไม่มีอำนาจวินิจฉัยคำร้อง ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในสำนวนได้ความว่า โจทก์หรือผู้ร้องกับจำเลยในคดีนี้และคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ของศาลแขวงขอนแก่น เป็นคู่ความรายเดียวกัน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 4,339,396.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 4,079,075.47 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 21 มีนาคม 2559) จนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้าไม่พอชำระให้บังคับจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระหนี้จนครบ แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 โจทก์ยื่นคำขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขอ วันที่ 27 มิถุนายน 2560 ผู้แทนโจทก์คดีนี้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ในวันเดียวกันเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์มีหนังสือขอให้ศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดทรัพย์และทำการขายทอดตลาดทรัพย์แทนเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์ วันที่ 28 มิถุนายน 2560 เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นประกาศขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 ผู้คัดค้านที่ 2 ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดได้ ต่อมาผู้คัดค้านที่ 2 ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์หรือผู้ร้องที่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยไม่ชำระหนี้ ผู้ร้องซึ่งเป็นโจทก์คดีนี้ยื่นคำขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขอ วันที่ 27 มิถุนายน 2560 ผู้แทนโจทก์คดีนี้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง วันที่ 28 มิถุนายน 2560 เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่นยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแทนเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) บัญญัติว่า "คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลซึ่งคำฟ้องหรือคำร้องขอนั้นจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้องนั้น ให้เสนอต่อศาลที่กำหนดไว้ในมาตรา 271" และมาตรา 271 บัญญัติให้ ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีซึ่งมีอำนาจกำหนดวิธีการบังคับคดีตามมาตรา 276 และมีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดหรือทำคำสั่งในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น ดังนี้ เมื่อศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้นรวมทั้งมีอำนาจบังคับคดีและออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด คือศาลชั้นต้น ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยถูกยึดไว้และขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลแขวงขอนแก่น ศาลแขวงขอนแก่นจึงเป็นศาลที่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวกับการบังคับคดีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของจำเลย โจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลแขวงขอนแก่นไม่ใช่ศาลชั้นต้นนั้นเป็นการวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อนเพราะที่ดินโฉนดเลขที่ 252403 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยมิได้ถูกยึดและขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลแขวงขอนแก่น ขณะมีการยึดทรัพย์คดีนี้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2560 คดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2941/2561 ศาลแขวงขอนแก่นยังมิได้มีคำพิพากษา โดยศาลแขวงขอนแก่นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อย่างไรก็ตาม คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องโดยมิได้ไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ศาลฎีกาจึงต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองแล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000066.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ผบ.(พ)90/2565
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565