คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2698/2565 ฉบับเต็ม

#684653
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2698/2565 พนักงานอัยการจังหวัดนาทวี โจทก์ นาย ด. จำเลย ป.อ. มาตรา 90 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, มาตรา 91 การที่จําเลยเสพเมทแอมเฟตามีน ด้วยวิธีเผาลนจนเกิดควันแล้วสูดดมควันเข้าสู่ร่างกาย หลังจากนั้น จําเลยเสพเฮโรอีน โดยนําเฮโรอีนใส่ในอุปกรณ์การเสพผสมกับบุหรี่จุดไฟให้เกิดควันแล้วสูดดมควันเข้าสู่ร่างกายแม้วิธีการเสพจะแตกต่างกัน และโจทก์บรรยายฟ้องแยกเป็นข้อ ๆ ต่างหากจากกัน แต่การเสพเมทแอมเฟตามีนและเสพเฮโรฮีนเป็นความผิดในบทบัญญัติกฎหมายมาตราเดียวกัน จําเลยเสพเมทแอมเฟตามีนแล้วเสพเฮโรอีนในเวลาต่อเนื่องเชื่อมโยงในวาระเดียวกัน ย่อมไม่อาจอาศัยเจตนาในการกระทำความผิดแตกต่างแยกจากกันได้ จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 57, 66 วรรคสอง, 91 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 7 ปี และปรับ 550,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและเสพเฮโรอีน จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน และปรับ 275,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 6 ปี และปรับ 500,000 บาท ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี และปรับ 250,000 บาท เมื่อรวมกับโทษฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและเสพเฮโรอีนที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว เป็นจำคุก 3 ปี 3 เดือน และปรับ 250,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีนเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ ปัญหานี้แม้โจทก์จะฎีกาว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีนเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน หลังจากนั้นจำเลยเสพเฮโรอีนซึ่งมีลักษณะการเสพที่แตกต่างกัน และลักษณะทางกายภาพของเมทแอมเฟตามีนเป็นเม็ด ส่วนเฮโรอีนเป็นผงละเอียด ไม่สามารถเสพเมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีนได้ในคราวเดียวกัน แต่เมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีน ต่างเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามกฎหมาย โดยการเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57 ที่ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 91 การเสพเมทแอมเฟตามีนและเสพเฮโรอีนต่างเป็นความผิดซึ่งมีบทกำหนดโทษบัญญัติอยู่ในกฎหมายมาตราเดียวกัน เมื่อข้อเท็จจริงตามฟ้องปรากฏว่า จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนแล้วเสพเฮโรอีนในเวลาต่อเนื่องเชื่อมโยงในวาระเดียวกัน ย่อมไม่อาจอาศัยเจตนาในการกระทำความผิดแตกต่างแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีน จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่ต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกา ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีนเป็นความผิดกรรมเดียวกัน ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ออกใช้บังคับ โดยในมาตรา 4 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ และให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวแทน ซึ่งตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 1 ได้นิยามคำว่า "จำหน่าย" ให้หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อจำหน่ายด้วย และการจำหน่ายได้บัญญัติบทความผิดและบทกำหนดโทษไว้ในมาตรา 90, 145 วรรคหนึ่ง แสดงว่าประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ได้ยกเลิกความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่ได้นำไปรวมไว้เป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน โดยความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท แต่ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี และปรับไม่เกิน 1,500,000 บาท เมื่อความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามกฎหมายเดิมที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างจากกฎหมายที่ใช้ในภายหลังกระทำความผิดต้องใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นคุณมากกว่าบังคับแก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ส่วนความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีน ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 104, 162 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนี้ กฎหมายใหม่ยังคงบัญญัติให้การเสพเมทแอมเฟตามีนและเสพเฮโรอีนเป็นความผิดอยู่เช่นเดิม แต่โทษตามกฎหมายใหม่เป็นคุณกว่า จึงต้องใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 104, 162 ซึ่งใช้ในภายหลังการกระทำความผิดมาบังคับแก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวล้วนเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง และมาตรา 225 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 104, 145 วรรคหนึ่ง, 162 วางโทษในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี และปรับ 200,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีน จำคุก 4 เดือน ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงลงโทษในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 2 ปี และปรับ 100,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีน จำคุก 2 เดือน รวมลงโทษจำเลยจำคุก 2 ปี 2 เดือน และปรับ 100,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (อุไรลักษณ์ ลีธรรมชโย-นวลทิพย์ ฉัตรชัยสกุล-พัชร์ภรณ์ อนุวุฒินาวิน) ศาลจังหวัดนาทวี - นายสมควร จารุธำรง ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์ ประจุมาศ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.902/2565 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
684653
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนาทวี",
        "judge": "นายสมควร จารุธำรง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายณรงค์ ประจุมาศ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081946019"
    }
}
date
2565
deka_no
2698/2565
deka_running_no
2698
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "อุไรลักษณ์ ลีธรรมชโย",
    "นวลทิพย์ ฉัตรชัยสกุล",
    "พัชร์ภรณ์ อนุวุฒินาวิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 57",
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนาทวี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ด."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 57, 66 วรรคสอง, 91 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 7 ปี และปรับ 550,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและเสพเฮโรอีน จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน และปรับ 275,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี ริบของกลาง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 6 ปี และปรับ 500,000 บาท ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี และปรับ 250,000 บาท เมื่อรวมกับโทษฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและเสพเฮโรอีนที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว เป็นจำคุก 3 ปี 3 เดือน และปรับ 250,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีนเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ ปัญหานี้แม้โจทก์จะฎีกาว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีนเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน หลังจากนั้นจำเลยเสพเฮโรอีนซึ่งมีลักษณะการเสพที่แตกต่างกัน และลักษณะทางกายภาพของเมทแอมเฟตามีนเป็นเม็ด ส่วนเฮโรอีนเป็นผงละเอียด ไม่สามารถเสพเมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีนได้ในคราวเดียวกัน แต่เมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีน ต่างเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามกฎหมาย โดยการเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57 ที่ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 91 การเสพเมทแอมเฟตามีนและเสพเฮโรอีนต่างเป็นความผิดซึ่งมีบทกำหนดโทษบัญญัติอยู่ในกฎหมายมาตราเดียวกัน เมื่อข้อเท็จจริงตามฟ้องปรากฏว่า จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนแล้วเสพเฮโรอีนในเวลาต่อเนื่องเชื่อมโยงในวาระเดียวกัน ย่อมไม่อาจอาศัยเจตนาในการกระทำความผิดแตกต่างแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีน จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่ต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกา ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีนเป็นความผิดกรรมเดียวกัน ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ออกใช้บังคับ โดยในมาตรา 4 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ และให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวแทน ซึ่งตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 1 ได้นิยามคำว่า "จำหน่าย" ให้หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อจำหน่ายด้วย และการจำหน่ายได้บัญญัติบทความผิดและบทกำหนดโทษไว้ในมาตรา 90, 145 วรรคหนึ่ง แสดงว่าประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ได้ยกเลิกความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่ได้นำไปรวมไว้เป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน โดยความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท แต่ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี และปรับไม่เกิน 1,500,000 บาท เมื่อความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามกฎหมายเดิมที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างจากกฎหมายที่ใช้ในภายหลังกระทำความผิดต้องใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นคุณมากกว่าบังคับแก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ส่วนความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีน ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 104, 162 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนี้ กฎหมายใหม่ยังคงบัญญัติให้การเสพเมทแอมเฟตามีนและเสพเฮโรอีนเป็นความผิดอยู่เช่นเดิม แต่โทษตามกฎหมายใหม่เป็นคุณกว่า จึงต้องใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 104, 162 ซึ่งใช้ในภายหลังการกระทำความผิดมาบังคับแก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวล้วนเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง และมาตรา 225 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 104, 145 วรรคหนึ่ง, 162 วางโทษในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี และปรับ 200,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีน จำคุก 4 เดือน ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงลงโทษในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 2 ปี และปรับ 100,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเสพเฮโรอีน จำคุก 2 เดือน รวมลงโทษจำเลยจำคุก 2 ปี 2 เดือน และปรับ 100,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000067.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.902/2565
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565