ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 11/2565
ศาลจังหวัดพัทลุง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองสงขลา
ศาลผู้รับความเห็น
พลตำรวจตรีหญิง ส.
โจทก์
กรมที่ดิน กับพวกรวม 4 คน
จำเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ มาตรา
แม้คดีนี้โจทก์จะฟ้องกรมที่ดิน จำเลยที่ ๑ และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพัทลุง สาขาควนขนุน จำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ว่า จำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ออกโฉนดที่ดินทับที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. ของโจทก์ และมีคำสั่งสอบสวนเปรียบเทียบออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์เพียงบางส่วนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์ กับเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๔ และออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ตามคำขอ อันมีลักษณะเป็นการตั้งรูปเรื่องการฟ้องคดีเป็นคดีฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เหตุแห่งการขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทและยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดิน จำเลยที่ ๓ ยื่นคำคัดค้านโดยอ้างว่า โจทก์นำรังวัดทับที่ดินมีโฉนดของจำเลยที่ ๓ จึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส. ๓ ก. ที่โจทก์อ้างว่าตนเป็นผู้มีสิทธิครอบครองหรือเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของจำเลยที่ ๓ ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน อันเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดิน ซึ่งจำเลย ที่ ๔ มีอำนาจตามมาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน สอบสวนเปรียบเทียบและพิจารณาสั่งการไปตามที่เห็นสมควร โดยจำเลยที่ ๔ เห็นว่าจำเลยที่ ๓ มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจึงมีคำสั่งออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์บางส่วน แม้จะเป็นกรณีที่จำเลยที่ ๔ ใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีผลกระทบต่อสิทธิของโจทก์ แต่เมื่อการวินิจฉัย สั่งการตามบทบัญญัตินี้เป็นกรณีการโต้แย้งสิทธิในที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดิน โดยวรรคสองของมาตราดังกล่าวบัญญัติให้ฝ่ายที่ไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการฟ้องต่อศาลภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินของจำเลยที่ ๓ เฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์และเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๔ ที่ให้ออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์เพียงบางส่วนโดยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๓ ไม่ใช่ของโจทก์ ซึ่งไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยที่ ๓ ย่อมกระทบต่อสิทธิในทางทรัพย์สินของเอกชนทั้งสองฝ่าย กรณีจึงเป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกัน โดยต่างฝ่ายต่างต้องพิสูจน์การได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ เนื้อหาตามคำฟ้องของโจทก์จึงมิใช่การขอให้ศาลตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำของฝ่ายปกครอง แต่เป็นกรณีที่ขอให้ศาลมีคำพิพากษาคุ้มครองและรับรองสิทธิในที่ดินของโจทก์ ส่วนคำขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย ก็เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาท กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
()
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
11/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน