ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 12/2565
ศาลปกครองอุบลราชธานี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ล.
ผู้ฟ้องคดี
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งหวาย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
คดีนี้เอกชนยื่นฟ้อง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ ๑ นายอำเภอ ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อมาศาลมีคำสั่งเรียกเจ้าพนักงานที่ดินเข้ามาเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ว่า ผู้ฟ้องคดีครอบครองที่ดินมือเปล่าต่อจากนาย ล. รวมเป็นเวลาติดต่อกันกว่า ๗๐ ปี เนื้อที่ประมาณ ๑๖ ไร่ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ นำเจ้าพนักงานที่ดินมารังวัดที่ดินเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงพร้อมทั้งนำป้ายที่ดินชุมชนและที่สาธารณประโยชน์แปลงป่าดอนกลางมาปิดไว้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ โดยการสั่งการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีออกไปจากที่ดินพิพาท พร้อมทั้งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทและแจ้งว่าจะนำเจ้าพนักงานที่ดินมาทำการรังวัดที่ดินพิพาทเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงอีกครั้ง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแต่เพียงผู้เดียว ห้ามผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ห้ามออกคำสั่งใด ๆ เพื่อดำเนินการกับผู้ฟ้องคดี และห้ามออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงในที่ดินพิพาท กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเพิกถอนคำสั่งที่ดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินพิพาททั้งหมด ศาลปกครองอุบลราชธานีมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์คำสั่ง ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้รับคำฟ้องข้อหาที่หนึ่งที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าการรังวัดออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่สาธารณประโยชน์แปลงป่าดอนกลางไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากรังวัดทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาห้ามมิให้ดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงและให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดิน ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินบริเวณพิพาทเป็นเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ การรังวัดที่ดินเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงแปลง "ป่าดอนกลาง" ไม่สามารถรังวัดได้เนื่องจากผู้ฟ้องคดีคัดค้านการรังวัด ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ไม่ได้รังวัดรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ รอเรื่องการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องคดีนี้โดยมีคำขอหลักให้ศาลพิพากษาว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท อันเป็นคำขอที่ให้ศาลรับรองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดี โดยศาลจะต้องวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิครอบครองหรือเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามให้การ ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิครอบครอง การขอรังวัดและการรังวัดเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่ดินพิพาทของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่หากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ การขอรังวัดและการรังวัดเพื่อออกโฉนดหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงย่อมชอบด้วยกฎหมาย ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน แม้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เมื่อลักษณะคดีเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการโต้แย้งสิทธิในที่ดินระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาที่สาธารณะ คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
()
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
12/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน