คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 87/2565 ฉบับเต็ม

#684671
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 87/2565 นาย ส. โจทก์ นาย อ. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 11 (5), มาตรา 12, มาตรา 14 ตามคำร้องของโจทก์ที่คัดค้านขอให้เปลี่ยนตัวผู้พิพากษาท่านอื่นแทน ณ. ไม่ได้แสดงรายละเอียดโดยแจ้งชัดพอที่จะทำให้เข้าใจได้ว่าที่ ณ. นั่งพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ 1163/2561 ซึ่งแม้จะเป็นคู่ความเดียวกันด้วยนั้น มีพฤติกรรมอย่างไรที่ ณ. อาจทำให้การพิจารณาหรือพิพากษาคดีนี้เสียความยุติธรรมไปอย่างไรด้วย แม้โจทก์จะกล่าวอ้างในคำร้องว่าขออนุญาตนำสืบในรายละเอียดชั้นไต่สวนคำร้องต่อไป แต่เมื่อคำร้องของโจทก์ไม่มีรายละเอียดในเบื้องต้นว่ามีเหตุที่จะคัดค้านผู้พิพากษาตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 11 (5) และมาตรา 12 ได้บัญญัติไว้อย่างไรเสียแล้ว จึงไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องทำการไต่สวนพยานหลักฐานว่ามีข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำร้องหรือไม่ ส่วนที่โจทก์จะขอนำสืบรายละเอียดในชั้นไต่สวนคำร้องนั้นก็เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ไม่ได้อ้างไว้ในคำร้อง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องไม่ปรากฏเหตุตามกฎหมายที่จะคัดค้านผู้พิพากษาได้ ในชั้นนี้ให้ยกคำร้องนั้นเป็นการชอบแล้ว และคำสั่งเช่นว่านี้เป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 14 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 335, (7) (8), 362, 365 (2) หลังจากสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จแล้ว ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ อ้างว่าทนายโจทก์ขอถอนฟ้องเป็นเท็จศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง หลังจากนั้นโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านนาย ณ. ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น โดยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่วินิจฉัยว่าคำสั่งศาลชั้นต้นเป็นที่สุดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ที่คัดค้านขอให้เปลี่ยนตัวผู้พิพากษาท่านอื่นแทนนาย ณ. ได้ระบุความเพียงว่า เพื่อรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศและชื่อเสียงของนาย ณ. ไว้ไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือนหม่นหมองหรือเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ระหว่างที่นาย ณ. นั่งพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ 1163/2561 โจทก์เห็นบรรยากาศการพิจารณาคดีว่าตึงเครียดมีความหนักหนาสาหัสเป็นภาระแก่นาย ณ. อย่างหนักอยู่แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 3, 4, 5 และ 6 ให้ตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 11 (5) และมาตรา 12 ประกอบกับเคยมีบรรยากาศที่ทำให้โจทก์เกิดความลำบากใจหลายประการขออนุญาตนำสืบในรายละเอียดชั้นไต่สวนคำร้องนี้ อันเป็นเหตุการณ์หรือสภาพร้ายแรงทำให้เห็นได้ว่า หากให้นาย ณ. ได้พิจารณาหรือพิพากษาคดีนี้อาจจะเกิดบรรยากาศเช่นนี้ขึ้นอีกภายใต้สภาวะเช่นนี้ จะทำให้การพิจารณาหรือพิพากษาคดีจะเสียความยุติธรรมไปตามมาตรา 12 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเท่านั้น คำร้องของโจทก์ดังกล่าวไม่ได้แสดงรายละเอียดโดยแจ้งชัดพอที่จะทำให้เข้าใจได้ว่า ที่นาย ณ. นั่งพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ 1163/2561 ซึ่งแม้จะเป็นคู่ความเดียวกันด้วยนั้นมีพฤติกรรมอย่างไรที่นาย ณ. อาจทำให้การพิจารณาหรือพิพากษาคดีนี้เสียความยุติธรรมไปอย่างไรด้วย แม้โจทก์จะกล่าวอ้างในคำร้องว่าขออนุญาตนำสืบในรายละเอียดชั้นไต่สวนคำร้องต่อไป แต่เมื่อคำร้องของโจทก์ไม่มีรายละเอียดในเบื้องต้นว่ามีเหตุที่จะคัดค้านผู้พิพากษาตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 11(5) และมาตรา 12 ได้บัญญัติไว้อย่างไรเสียแล้ว จึงไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องทำการไต่สวนพยานหลักฐานว่า มีข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำร้องหรือไม่ ส่วนที่โจทก์จะขอนำสืบรายละเอียดในชั้นไต่สวนคำร้องนั้นก็เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ไม่ได้อ้างไว้ในคำร้อง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องไม่ปรากฏเหตุตามกฎหมายที่จะคัดค้านผู้พิพากษาได้ ในชั้นนี้ให้ยกคำร้องนั้นเป็นการชอบแล้ว และคำสั่งเช่นว่านี้เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 14 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นเป็นที่สุด จึงต้องห้ามอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์เป็นการไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ เป็นการชอบแล้วเช่นเดียวกัน ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน (จักรกฤษณ์ อนันต์สุชาติกุล-พงษ์ธร จันทร์อุดม-สรชัย จตุรภัทรพงศ์) ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ - นายประชา จารุวาที ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเมธา ธรรมพนิชวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2078/2564 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ.2972/2561 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
684671
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ",
        "judge": "นายประชา จารุวาที"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายเมธา ธรรมพนิชวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081947514"
    }
}
date
2565
deka_no
87/2565
deka_running_no
87
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "จักรกฤษณ์ อนันต์สุชาติกุล",
    "พงษ์ธร จันทร์อุดม",
    "สรชัย จตุรภัทรพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 11 (5)",
            "ม. 12",
            "ม. 14"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ส."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อ. กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 335, (7) (8), 362, 365 (2) หลังจากสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จแล้ว ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ อ้างว่าทนายโจทก์ขอถอนฟ้องเป็นเท็จศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง หลังจากนั้นโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านนาย ณ. ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น โดยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่วินิจฉัยว่าคำสั่งศาลชั้นต้นเป็นที่สุดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ที่คัดค้านขอให้เปลี่ยนตัวผู้พิพากษาท่านอื่นแทนนาย ณ. ได้ระบุความเพียงว่า เพื่อรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศและชื่อเสียงของนาย ณ. ไว้ไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือนหม่นหมองหรือเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ระหว่างที่นาย ณ. นั่งพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ 1163/2561 โจทก์เห็นบรรยากาศการพิจารณาคดีว่าตึงเครียดมีความหนักหนาสาหัสเป็นภาระแก่นาย ณ. อย่างหนักอยู่แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 3, 4, 5 และ 6 ให้ตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 11 (5) และมาตรา 12 ประกอบกับเคยมีบรรยากาศที่ทำให้โจทก์เกิดความลำบากใจหลายประการขออนุญาตนำสืบในรายละเอียดชั้นไต่สวนคำร้องนี้ อันเป็นเหตุการณ์หรือสภาพร้ายแรงทำให้เห็นได้ว่า หากให้นาย ณ. ได้พิจารณาหรือพิพากษาคดีนี้อาจจะเกิดบรรยากาศเช่นนี้ขึ้นอีกภายใต้สภาวะเช่นนี้ จะทำให้การพิจารณาหรือพิพากษาคดีจะเสียความยุติธรรมไปตามมาตรา 12 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเท่านั้น คำร้องของโจทก์ดังกล่าวไม่ได้แสดงรายละเอียดโดยแจ้งชัดพอที่จะทำให้เข้าใจได้ว่า ที่นาย ณ. นั่งพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ 1163/2561 ซึ่งแม้จะเป็นคู่ความเดียวกันด้วยนั้นมีพฤติกรรมอย่างไรที่นาย ณ. อาจทำให้การพิจารณาหรือพิพากษาคดีนี้เสียความยุติธรรมไปอย่างไรด้วย แม้โจทก์จะกล่าวอ้างในคำร้องว่าขออนุญาตนำสืบในรายละเอียดชั้นไต่สวนคำร้องต่อไป แต่เมื่อคำร้องของโจทก์ไม่มีรายละเอียดในเบื้องต้นว่ามีเหตุที่จะคัดค้านผู้พิพากษาตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 11(5) และมาตรา 12 ได้บัญญัติไว้อย่างไรเสียแล้ว จึงไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องทำการไต่สวนพยานหลักฐานว่า มีข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำร้องหรือไม่ ส่วนที่โจทก์จะขอนำสืบรายละเอียดในชั้นไต่สวนคำร้องนั้นก็เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ไม่ได้อ้างไว้ในคำร้อง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องไม่ปรากฏเหตุตามกฎหมายที่จะคัดค้านผู้พิพากษาได้ ในชั้นนี้ให้ยกคำร้องนั้นเป็นการชอบแล้ว และคำสั่งเช่นว่านี้เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 14 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นเป็นที่สุด จึงต้องห้ามอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์เป็นการไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ เป็นการชอบแล้วเช่นเดียวกัน ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
อ.2972/2561
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000078.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2078/2564
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565