คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2565 ฉบับเต็ม

#684944
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2565 นาย ป. กับพวก โจทก์ บริษัท ซ. ผู้ร้อง นาง ว. จำเลย ป.รัษฎากร มาตรา 40 (8) แม้เงินได้จากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินได้พึงประเมินตาม ป.รัษฎากร มาตรา 40 (8) และจําเลย (ผู้ขาย) มีภาระต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการขายทอดตลาดตาม ป.รัษฎากรก็ตาม แต่คู่กรณีอาจตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้ เมื่อคำสั่งกรมบังคับคดีที่ 810/2556 เรื่องการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจําหน่ายทรัพย์สิน ข้อ 2 ระบุว่า "ในการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดจะต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน ค่าภาษีต่าง ๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์และค่าอากรตาม ป.รัษฎากรเองทั้งหมด โดยผู้ซื้อไม่สามารถนําใบเสร็จรับเงินค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายหรือค่าอากรแสตมป์มาขอรับเงินคืนจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้" และประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีเรื่องขายทอดตลาดที่ดินระบุว่า "ผู้ซื้อได้จะต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน ค่าภาษีต่าง ๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์และค่าอากรตาม ป.รัษฎากร" ซึ่งประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวได้ระบุภาระหน้าที่ของผู้ซื้อที่จะต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าภาษีและค่าอากรตาม ป.รัษฎากรไว้โดยละเอียดแล้ว เมื่อผู้ร้องได้ทราบประกาศขายทอดตลาดที่ดินของเจ้าพนักงานบังคับคดีมาก่อนและเข้าร่วมประมูล จึงเป็นกรณีที่ผู้ร้องได้ยอมรับและตกลงกับเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะปฏิบัติตามประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี ประกอบกับตาม ป.รัษฎากร ไม่ได้ห้ามคู่กรณีที่จะตกลงกันว่าผู้ใดจะเป็นผู้รับภาระชําระภาษีเงินได้ รวมทั้งไม่ได้ห้ามบุคคลอื่นชําระภาษีเงินได้จากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์แทนผู้ขายหรือผู้มีเงินได้จากการขายทอดตลาด คำสั่งกรมบังคับคดีที่ 810/2556 เรื่องการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจําหน่ายทรัพย์สิน ประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีเรื่องขายทอดตลาดที่ดิน และข้อตกลงระหว่างผู้ร้องกับเจ้าพนักงานบังคับคดีที่กําหนดให้ผู้ร้องในฐานะผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดเป็นผู้เสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ขัดต่อ ป.รัษฎากร มาตรา 40 (8) และไม่ขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องจึงต้องเสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่มีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีรับจ่ายและคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ผู้ร้องชําระแทนจําเลยไป 49,568,500 บาท ให้แก่ผู้ร้อง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 3011 และ 3012 ของนางสุรี ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่จำเลยออกขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีรับจ่ายให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำนวน 496,568,500 บาท คืนก่อนจะนำเงินไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ที่ 1 ที่ 4 และนางวลี กับจำเลยยื่นคำคัดค้านทำนองเดียวกันขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ในเบื้องต้นว่า ผู้ร้องซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 3011 และ 3012 ของนางสุรี ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่จำเลยจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและได้ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแทนจำเลยไปเป็นเงิน 49,568,500 บาท ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องมีว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องจัดทำบัญชีรับจ่ายและคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ผู้ร้องชำระแทนจำเลยให้แก่ผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า แม้เงินได้จากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (8) และการขายทอดตลาดนั้น จำเลย (ผู้ขาย) เป็นผู้มีเงินได้จากการขายทอดตลาด ซึ่งตามประมวลรัษฎากรจำเลยมีภาระต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการขายทอดตลาดดังกล่าวก็ตาม แต่คู่กรณีอาจตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้ เมื่อคำสั่งกรมบังคับคดีที่ 810/2556 เรื่องการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สิน ข้อ 2 ระบุว่า "ในการขายทอดตลาดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดจะต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน ค่าภาษีต่าง ๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์และค่าอากรตามประมวลรัษฎากรเองทั้งหมด โดยผู้ซื้อทรัพย์ไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายหรือค่าอากรแสตมป์มาขอรับเงินคืนจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้" และประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีเรื่องขายทอดตลาดที่ดินระบุว่า "ผู้ซื้อได้จะต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน ค่าภาษีต่าง ๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์และค่าอากรตามประมวลรัษฎากร" ซึ่งประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวได้ระบุภาระหน้าที่ของผู้ซื้อที่จะต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าภาษีและค่าอากรตามประมวลรัษฎากรเองทั้งหมดไว้โดยละเอียดแล้ว หากผู้ร้องมีความสงสัยหรือต้องการทราบรายละเอียดสิ่งใดเพิ่มเติมก็ย่อมสอบถามเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ก่อนทำการประมูล เมื่อผู้ร้องได้ทราบประกาศขายทอดตลาดที่ดินของเจ้าพนักงานบังคับคดีมาก่อนแล้วและตัดสินใจเข้าร่วมประมูล จึงเป็นกรณีที่ผู้ร้องได้ยอมรับและตกลงกับเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะปฏิบัติตามประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว นอกจากนี้เมื่อผู้ร้องประมูลซื้อที่ดินได้ผู้ร้องยังทำสัญญาซื้อขายกับเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยข้อ 5 ของหนังสือสัญญาซื้อขายดังกล่าวระบุว่า "ข้าพเจ้าผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบในค่าธรรมเนียมการโอน ค่าภาษีต่าง ๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์และค่าอากรตามประมวลรัษฎากร" ประกอบกับตามประมวลรัษฎากรไม่ได้ห้ามคู่กรณีที่จะตกลงกันว่าผู้ใดจะเป็นผู้รับภาระชำระภาษีเงินได้แทนอีกฝ่ายหนึ่ง รวมทั้งไม่ได้ห้ามบุคคลอื่นชำระภาษีเงินได้จากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์แทนผู้ขายหรือผู้มีเงินได้จากการขายทอดตลาด คำสั่งกรมบังคับคดีที่ 810/2556 เรื่องการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สิน ประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีเรื่องขายทอดตลาดที่ดิน และข้อตกลงระหว่างผู้ร้องกับเจ้าพนักงานบังคับคดีที่กำหนดให้ผู้ร้องในฐานะผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาด เป็นผู้เสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ขัดต่อประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (8) และไม่ขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องจึงต้องเสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ไม่มีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีรับจ่ายและคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ผู้ร้องชำระแทนจำเลยไป 49,568,500 บาท ให้แก่ผู้ร้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล-สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล-สุวิทย์ พรพานิช) ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายณพดล อินทวิสัย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายอานัด อุเบกขานุกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.596/2564 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
684944
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดธัญบุรี",
        "judge": "นายณพดล อินทวิสัย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายอานัด อุเบกขานุกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081946937"
    }
}
date
2565
deka_no
1110/2565
deka_running_no
1110
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล",
    "สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล",
    "สุวิทย์ พรพานิช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 40 (8)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ป. กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัท ซ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ว."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 3011 และ 3012 ของนางสุรี ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่จำเลยออกขายทอดตลาด

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีรับจ่ายให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำนวน 496,568,500 บาท คืนก่อนจะนำเงินไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา

โจทก์ที่ 1 ที่ 4 และนางวลี กับจำเลยยื่นคำคัดค้านทำนองเดียวกันขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ในเบื้องต้นว่า ผู้ร้องซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 3011 และ 3012 ของนางสุรี ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่จำเลยจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและได้ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแทนจำเลยไปเป็นเงิน 49,568,500 บาท

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องมีว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องจัดทำบัญชีรับจ่ายและคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ผู้ร้องชำระแทนจำเลยให้แก่ผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า แม้เงินได้จากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (8) และการขายทอดตลาดนั้น จำเลย (ผู้ขาย) เป็นผู้มีเงินได้จากการขายทอดตลาด ซึ่งตามประมวลรัษฎากรจำเลยมีภาระต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการขายทอดตลาดดังกล่าวก็ตาม แต่คู่กรณีอาจตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้ เมื่อคำสั่งกรมบังคับคดีที่ 810/2556 เรื่องการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สิน ข้อ 2 ระบุว่า "ในการขายทอดตลาดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดจะต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน ค่าภาษีต่าง ๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์และค่าอากรตามประมวลรัษฎากรเองทั้งหมด โดยผู้ซื้อทรัพย์ไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายหรือค่าอากรแสตมป์มาขอรับเงินคืนจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้" และประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีเรื่องขายทอดตลาดที่ดินระบุว่า "ผู้ซื้อได้จะต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน ค่าภาษีต่าง ๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์และค่าอากรตามประมวลรัษฎากร" ซึ่งประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวได้ระบุภาระหน้าที่ของผู้ซื้อที่จะต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าภาษีและค่าอากรตามประมวลรัษฎากรเองทั้งหมดไว้โดยละเอียดแล้ว หากผู้ร้องมีความสงสัยหรือต้องการทราบรายละเอียดสิ่งใดเพิ่มเติมก็ย่อมสอบถามเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ก่อนทำการประมูล เมื่อผู้ร้องได้ทราบประกาศขายทอดตลาดที่ดินของเจ้าพนักงานบังคับคดีมาก่อนแล้วและตัดสินใจเข้าร่วมประมูล จึงเป็นกรณีที่ผู้ร้องได้ยอมรับและตกลงกับเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะปฏิบัติตามประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว นอกจากนี้เมื่อผู้ร้องประมูลซื้อที่ดินได้ผู้ร้องยังทำสัญญาซื้อขายกับเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยข้อ 5 ของหนังสือสัญญาซื้อขายดังกล่าวระบุว่า "ข้าพเจ้าผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบในค่าธรรมเนียมการโอน ค่าภาษีต่าง ๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์และค่าอากรตามประมวลรัษฎากร" ประกอบกับตามประมวลรัษฎากรไม่ได้ห้ามคู่กรณีที่จะตกลงกันว่าผู้ใดจะเป็นผู้รับภาระชำระภาษีเงินได้แทนอีกฝ่ายหนึ่ง รวมทั้งไม่ได้ห้ามบุคคลอื่นชำระภาษีเงินได้จากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์แทนผู้ขายหรือผู้มีเงินได้จากการขายทอดตลาด คำสั่งกรมบังคับคดีที่ 810/2556 เรื่องการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สิน ประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีเรื่องขายทอดตลาดที่ดิน และข้อตกลงระหว่างผู้ร้องกับเจ้าพนักงานบังคับคดีที่กำหนดให้ผู้ร้องในฐานะผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาด เป็นผู้เสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ขัดต่อประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (8) และไม่ขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องจึงต้องเสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ไม่มีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีรับจ่ายและคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ผู้ร้องชำระแทนจำเลยไป 49,568,500 บาท ให้แก่ผู้ร้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000074.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.596/2564
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565