คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2215/2565 ฉบับเต็ม

#685490
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2215/2565 นายทะเบียนพรรคการเมือง กับพวก โจทก์ นาย ช. กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 203 วรรคหนึ่ง, มาตรา 204 วรรคหนึ่ง, มาตรา 224 วรรคหนึ่ง (เดิม) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มาตรา 42 วรรคสอง, มาตรา 82, มาตรา 84, มาตรา 85, มาตรา 86 เงินสนับสนุนของพรรคการเมืองที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองนั้นเป็นเงินที่มอบให้แก่พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่มีสิทธิได้รับนำไปใช้ในการพัฒนาพรรคการเมืองและดำเนินกิจกรรมทางการเมืองโดยโจทก์ทั้งสองมีหน้าที่ควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินดังกล่าวให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงานและแผนการใช้เงินซึ่งหากใช้ไปโดยชอบและสามารถแสดงหลักฐานการใช้จ่ายต่อโจทก์ทั้งสองได้ พรรคการเมืองนั้นก็ไม่ต้องคืนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองแก่กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองแต่อย่างใด แต่หากเป็นการใช้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ที่ 1 ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองก็มีสิทธิเรียกคืนเงินในส่วนที่ใช้ไปโดยไม่ชอบคืนส่งเข้ากองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองได้ สิทธิในการเรียกคืนจึงเกิดมีขึ้นเมื่อมีการใช้เงินโดยมิชอบหรือเมื่อพรรคการเมืองนั้นถูกยุบแล้วแต่กรณี ซึ่งในส่วนเงินสนับสนุนของพรรค ด. ประจำปี 2557 นั้น แม้โจทก์ทั้งสองจะมีสิทธิเรียกคืนเงินในส่วนที่ใช้ไปโดยไม่ชอบตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 84 ก็ตาม แต่สิทธิในการเรียกคืนเงินดังกล่าวซึ่งเป็นหนี้ที่มิได้กำหนดวันชำระหนี้ไว้ โจทก์ชอบที่จะทวงถามให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และ ท. ชำระหนี้ก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 203 วรรคหนึ่ง หากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และ ท. ไม่ชำระจึงจะตกเป็นผู้ผิดนัดต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ทั้งสองตามมาตรา 204 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 224 วรรคหนึ่ง (เดิม) เมื่อโจทก์ที่ 1 มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และ ท. ให้คืนเงินและส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และ ท. ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วไม่คืนเงิน โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ผิดนัดคือวันถัดจากวันครบกำหนดตามหนังสือดังกล่าวเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ การคืนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองประจำปี 2556 นั้น ได้ความจากคำฟ้องและจากหนังสือฉบับลงวันที่ 29 เมษายน 2557 ที่โจทก์ที่ 2 มีไปถึงพรรค ด. ว่า โจทก์ที่ 2 อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 82 ในการทวงถามให้พรรค ด. ส่งมอบเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคการเมือง ซึ่งตามมาตรา 82 บัญญัติให้นำความในมาตรา 42 วรรคสอง ว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองมาใช้บังคับกับกรณีการฝ่าฝืนมาตรา 82 โดยอนุโลม ต่อมาเมื่อพรรค ด. ไม่จัดส่งเอกสารดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 1 ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 42 วรรคสอง ดำเนินการเพื่อให้มีการยุบพรรค ด. หลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค ด. เมื่อเป็นกรณีที่พรรค ด. ถูกยุบเพราะฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 82 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 ความรับผิดในการคืนเงินสนับสนุนของพรรค ด. จึงต้องนำบทบัญญัติมาตรา 85 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาใช้บังคับ ส่วนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และ ท. ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ด. อยู่ในช่วงปี 2556 จะต้องร่วมรับผิดกับพรรค ด. อย่างลูกหนี้ร่วมตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์ทั้งสองจึงไม่อาจเรียกดอกเบี้ยนับแต่วันที่พรรค ด. ได้รับเงินไปจากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ และเมื่อไม่ปรากฏว่าหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค ด. โจทก์ทั้งสองอาศัยสิทธิตามบทบัญญัติมาตรา 85 ทวงถามให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และ ท. คืนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองที่พรรค ด. ได้รับไป เมื่อปี 2556 แล้ว แต่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และ ท. ไม่ชำระ โจทก์ทั้งสองก็ไม่อาจเรียกให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และที่ 11 ถึงที่ 17 ในฐานะทายาท ท. รับผิดชำระดอกเบี้ยในช่วงเวลาตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรค ด. จนถึงวันก่อนวันฟ้องได้ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 17 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในส่วนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองประจำปี 2556 ตั้งแต่วันฟ้อง จำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ยื่นคำแก้ฎีกาโดยอ้างว่าจำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองนั้น เป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับศาลล่างทั้งสอง ซึ่งจะต้องทำเป็นคำฟ้องฎีกา จะขอมาในคำแก้ฎีกาหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยทั้งสิบเจ็ดร่วมกันชำระเงิน 728,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่พรรค ด. รับเงินดังกล่าวไปในแต่ละงวด ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 252,695.70 บาท รวมเป็นเงิน 980,695.70 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 17 ร่วมกันชำระเงิน 9,216.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ได้รับเงินไป ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง 2,533.87 บาท รวมเป็นเงิน 11,750.23 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 9 และที่ 10 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 11 ถึงที่ 17 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสิบเจ็ดร่วมกันชำระเงิน 725,471.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 725,471.84 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 17 ร่วมกันชำระเงิน 9,216.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 9,216.36 บาท โดยให้จำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ให้จำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 8 และที่ 9 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 2 มีนาคม 2559 ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 7 เมษายน 2559 และให้จำเลยที่ 7 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 8 เมษายน 2559 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 17 จะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยทั้งสิบเจ็ดร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยทั้งสิบเจ็ดให้เป็นพับ แต่จำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายทองแดง ที่ตกทอดได้แก่ตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1601 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อปี 2556 พรรค ด. มีกรรมการบริหารพรรค ได้แก่ จำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้าพรรค จำเลยที่ 2 และนายทองแดง เป็นรองหัวหน้าพรรค จำเลยที่ 3 เป็นเลขาธิการพรรค จำเลยที่ 4 และที่ 10 เป็นรองเลขาธิการพรรค จำเลยที่ 5 เป็นเหรัญญิกพรรค จำเลยที่ 6 เป็นโฆษกพรรค จำเลยที่ 7 และที่ 8 เป็นกรรมการบริหารพรรค จำเลยที่ 9 เป็นนายทะเบียนพรรค และปี 2557 พรรค ด. มีกรรมการบริหารพรรค ได้แก่ จำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้าพรรค จำเลยที่ 2 ที่ 8 และนายทองแดงเป็นรองหัวหน้าพรรค จำเลยที่ 3 เป็นเลขาธิการพรรค จำเลยที่ 4 เป็นรองเลขาธิการพรรค จำเลยที่ 5 เป็นเหรัญญิกพรรค จำเลยที่ 6 เป็นโฆษกพรรค จำเลยที่ 7 เป็นกรรมการบริหารพรรค จำเลยที่ 9 เป็นนายทะเบียนพรรค คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงานของพรรค ด. และอนุมัติเงินสนับสนุนประจำปี 2556 แก่พรรค ด. รวมเป็นเงิน 728,000 บาท พรรค ด. เบิกและรับเงินดังกล่าวไปแล้ว รวมเป็นเงิน 728,000 บาท ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงานของพรรค ด. อนุมัติเงินสนับสนุนประจำปี 2557 ให้เป็นเงิน 733,930 บาท ต่อมาวันที่ 24 มิถุนายน 2558 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรค ด. และพรรค ด. ไม่สามารถจัดส่งเอกสารหลักฐานประกอบการใช้จ่ายเงินสนับสนุนประจำปี 2556 ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2557 จึงต้องคืนเงินสนับสนุนพรรคดังกล่าวทั้งหมด ต่อมาพรรค ด. ส่งคืนเงินแก่กองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองบางส่วนเป็นเงิน 2,528.16 บาท จึงต้องคืนเงินสนับสนุนประจำปี 2556 เป็นเงิน 725,471.84 บาท และพรรค ด. ใช้จ่ายเงินสนับสนุนพรรคประจำปี 2557 ไม่ถูกต้อง จึงต้องคืนเงินสนับสนุนประจำปี 2557 เป็นเงิน 9,216.36 บาท ก่อนฟ้องคดีนี้นายทองแดงถึงแก่ความตาย มีจำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันเป็นทายาทโดยธรรม คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่กำหนดให้จำเลยทั้งสิบเจ็ดร่วมรับผิดคืนเงินสนับสนุนประจำปี 2556 จำนวน 725,471.84 บาท และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 17 ร่วมรับผิดคืนเงินสนับสนุนประจำปี 2557 จำนวน 9,216.36 บาท โดยให้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องและนับแต่วันผิดนัดตามลำดับนั้น ชอบหรือไม่ เห็นว่า เงินสนับสนุนของพรรคการเมืองที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองนั้นเป็นเงินที่มอบให้แก่พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่มีสิทธิได้รับนำไปใช้ในการพัฒนาพรรคการเมืองและดำเนินกิจกรรมทางการเมืองโดยโจทก์ทั้งสองมีหน้าที่ควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินดังกล่าวให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงานและแผนการใช้เงินซึ่งหากใช้ไปโดยชอบและสามารถแสดงหลักฐานการใช้จ่ายต่อโจทก์ทั้งสองได้ พรรคการเมืองนั้นก็ไม่ต้องคืนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองแก่กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองแต่อย่างใด แต่หากเป็นการใช้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ที่ 1 ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองก็มีสิทธิเรียกคืนเงินในส่วนที่ใช้ไปโดยไม่ชอบคืนส่งเข้ากองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองได้ สิทธิในการเรียกคืนจึงเกิดมีขึ้นเมื่อมีการใช้เงินโดยมิชอบหรือเมื่อพรรคการเมืองนั้นถูกยุบแล้วแต่กรณี ซึ่งในส่วนเงินสนับสนุนของพรรค ด. ประจำปี 2557 นั้น แม้โจทก์ทั้งสองจะมีสิทธิเรียกคืนเงินในส่วนที่ใช้ไปโดยไม่ชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 84 ที่บัญญัติว่า "ในกรณีที่พรรคการเมืองใดได้รับเงินสนับสนุนไปแล้ว ถ้าต่อมาปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองนั้น ไม่ดำเนินการตามมาตรา 44 มาตรา 45 และมาตรา 46 หรือมาตรา 47 ให้นายทะเบียนเรียกคืนเงินสนับสนุนพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และให้นายทะเบียนนำเงินที่เรียกคืนส่งเข้ากองทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศกำหนด ก็ตาม แต่สิทธิในการเรียกคืนเงินดังกล่าวซึ่งเป็นหนี้ที่มิได้กำหนดวันชำระหนี้ไว้ โจทก์ชอบที่จะทวงถามให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และนายทองแดงชำระหนี้ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 วรรคหนึ่ง หากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และนายทองแดงไม่ชำระจึงจะตกเป็นผู้ผิดนัดต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ทั้งสองตามมาตรา 204 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 224 วรรคหนึ่ง (เดิม) ดังนั้น เมื่อปรากฏว่า โจทก์ที่ 1 มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และนายทองแดงให้คืนเงินและส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และนายทองแดงได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วไม่คืนเงิน โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ผิดนัดคือวันถัดจากวันครบกำหนดตามหนังสือดังกล่าวเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองในส่วนนี้จึงชอบแล้ว ส่วนการคืนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองประจำปี 2556 นั้น ข้อเท็จจริงได้ความจากคำฟ้องและจากหนังสือฉบับลงวันที่ 29 เมษายน 2557 ที่โจทก์ที่ 2 มีไปถึงพรรค ด. ว่า โจทก์ที่ 2 อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 82 ในการทวงถามให้พรรค ด. ส่งมอบเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคการเมือง ซึ่งตามมาตรา 82 บัญญัติให้นำความในมาตรา 42 วรรคสอง ว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองมาใช้บังคับกับกรณีการฝ่าฝืนมาตรา 82 โดยอนุโลม ต่อมาเมื่อพรรค ด. ไม่จัดส่งเอกสารดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 1 ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 42 วรรคสอง ดำเนินการเพื่อให้มีการยุบพรรค ด. หลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค ด. เมื่อเป็นกรณีที่พรรค ด. ถูกยุบเพราะฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 82 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 ความรับผิดในการคืนเงินสนับสนุนของพรรค ด. จึงต้องนำบทบัญญัติมาตรา 85 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาใช้บังคับ ส่วนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และนายทองแดงซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ด. อยู่ในช่วงปี 2556 จะต้องร่วมรับผิดกับพรรค ด. อย่างลูกหนี้ร่วมตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์ทั้งสองจึงไม่อาจเรียกดอกเบี้ยนับแต่วันที่พรรค ด. ได้รับเงินไปจากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ และเมื่อไม่ปรากฏว่าหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค ด. โจทก์ทั้งสองอาศัยสิทธิตามบทบัญญัติมาตรา 85 ทวงถามให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และนายทองแดงคืนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองที่พรรค ด. ได้รับไป เมื่อปี 2556 แล้ว แต่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และนายทองแดงไม่ชำระ โจทก์ทั้งสองก็ไม่อาจเรียกให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และที่ 11 ถึงที่ 17 ในฐานะทายาทนายทองแดงรับผิดชำระดอกเบี้ยในช่วงเวลาตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรค ด. จนถึงวันก่อนวันฟ้องได้ ที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 17 รับผิดชำระดอกเบี้ยในส่วนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองประจำปี 2556 ตั้งแต่วันฟ้องจึงชอบแล้วเช่นกัน ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น สำหรับที่จำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ยื่นคำแก้ฎีกาโดยอ้างว่าจำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองนั้น เป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับศาลล่างทั้งสอง ซึ่งจะต้องทำเป็นคำฟ้องฎีกา จะขอมาในคำแก้ฎีกาหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย อนึ่ง ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา มีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 และมาตรา 224 เป็นผลให้ดอกเบี้ยผิดนัดปรับเปลี่ยนจากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นอัตราร้อยละ 5 ต่อปีหรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและกำหนดดอกเบี้ยให้ถูกต้องตามพระราชกำหนดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสิบเจ็ดร่วมกันชำระเงิน 725,471.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560) เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2464 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 17 ร่วมกันชำระเงิน 9,216.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว โดยให้จำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 ให้จำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 2 มีนาคม 2559 ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 8 และที่ 9 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 3 มีนาคม 2559 ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 8 เมษายน 2559 และให้จำเลยที่ 7 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 9 เมษายน 2559 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2464 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง อัตราดอกเบี้ยที่จำเลยแต่ละคนต้องชำระนับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 นั้น ถ้ากระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนอัตราโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเมื่อใด ก็ให้ปรับเปลี่ยนไปตามนั้น แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (จิราวรรณ สุญาณวนิชกุล-สุทิน นาคพงศ์-ชูศักดิ์ จำปา) ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายภาคย์ กาญจนะไพบูลย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายไพศาล โกสวัสดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.700/2564 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
685490
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุบลราชธานี",
        "judge": "นายภาคย์ กาญจนะไพบูลย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายไพศาล โกสวัสดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081946290"
    }
}
date
2565
deka_no
2215/2565
deka_running_no
2215
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "จิราวรรณ สุญาณวนิชกุล",
    "สุทิน นาคพงศ์",
    "ชูศักดิ์ จำปา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 203 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 204 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 224 วรรคหนึ่ง (เดิม)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550",
        "sections": [
            "ม. 42 วรรคสอง",
            "ม. 82",
            "ม. 84",
            "ม. 85",
            "ม. 86"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายทะเบียนพรรคการเมือง กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ช. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยทั้งสิบเจ็ดร่วมกันชำระเงิน 728,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่พรรค ด. รับเงินดังกล่าวไปในแต่ละงวด ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 252,695.70 บาท รวมเป็นเงิน 980,695.70 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 17 ร่วมกันชำระเงิน 9,216.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ได้รับเงินไป ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง 2,533.87 บาท รวมเป็นเงิน 11,750.23 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 9 และที่ 10 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 11 ถึงที่ 17 ขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสิบเจ็ดร่วมกันชำระเงิน 725,471.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 725,471.84 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 17 ร่วมกันชำระเงิน 9,216.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 9,216.36 บาท โดยให้จำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ให้จำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 8 และที่ 9 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 2 มีนาคม 2559 ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 7 เมษายน 2559 และให้จำเลยที่ 7 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 8 เมษายน 2559 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 17 จะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยทั้งสิบเจ็ดร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยทั้งสิบเจ็ดให้เป็นพับ แต่จำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายทองแดง ที่ตกทอดได้แก่ตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1601 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อปี 2556 พรรค ด. มีกรรมการบริหารพรรค ได้แก่ จำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้าพรรค จำเลยที่ 2 และนายทองแดง เป็นรองหัวหน้าพรรค จำเลยที่ 3 เป็นเลขาธิการพรรค จำเลยที่ 4 และที่ 10 เป็นรองเลขาธิการพรรค จำเลยที่ 5 เป็นเหรัญญิกพรรค จำเลยที่ 6 เป็นโฆษกพรรค จำเลยที่ 7 และที่ 8 เป็นกรรมการบริหารพรรค จำเลยที่ 9 เป็นนายทะเบียนพรรค และปี 2557 พรรค ด. มีกรรมการบริหารพรรค ได้แก่ จำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้าพรรค จำเลยที่ 2 ที่ 8 และนายทองแดงเป็นรองหัวหน้าพรรค จำเลยที่ 3 เป็นเลขาธิการพรรค จำเลยที่ 4 เป็นรองเลขาธิการพรรค จำเลยที่ 5 เป็นเหรัญญิกพรรค จำเลยที่ 6 เป็นโฆษกพรรค จำเลยที่ 7 เป็นกรรมการบริหารพรรค จำเลยที่ 9 เป็นนายทะเบียนพรรค คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงานของพรรค ด. และอนุมัติเงินสนับสนุนประจำปี 2556 แก่พรรค ด. รวมเป็นเงิน 728,000 บาท พรรค ด. เบิกและรับเงินดังกล่าวไปแล้ว รวมเป็นเงิน 728,000 บาท ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงานของพรรค ด. อนุมัติเงินสนับสนุนประจำปี 2557 ให้เป็นเงิน 733,930 บาท ต่อมาวันที่ 24 มิถุนายน 2558 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรค ด. และพรรค ด. ไม่สามารถจัดส่งเอกสารหลักฐานประกอบการใช้จ่ายเงินสนับสนุนประจำปี 2556 ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2557 จึงต้องคืนเงินสนับสนุนพรรคดังกล่าวทั้งหมด ต่อมาพรรค ด. ส่งคืนเงินแก่กองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองบางส่วนเป็นเงิน 2,528.16 บาท จึงต้องคืนเงินสนับสนุนประจำปี 2556 เป็นเงิน 725,471.84 บาท และพรรค ด. ใช้จ่ายเงินสนับสนุนพรรคประจำปี 2557 ไม่ถูกต้อง จึงต้องคืนเงินสนับสนุนประจำปี 2557 เป็นเงิน 9,216.36 บาท ก่อนฟ้องคดีนี้นายทองแดงถึงแก่ความตาย มีจำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันเป็นทายาทโดยธรรม

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่กำหนดให้จำเลยทั้งสิบเจ็ดร่วมรับผิดคืนเงินสนับสนุนประจำปี 2556 จำนวน 725,471.84 บาท และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 17 ร่วมรับผิดคืนเงินสนับสนุนประจำปี 2557 จำนวน 9,216.36 บาท โดยให้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องและนับแต่วันผิดนัดตามลำดับนั้น ชอบหรือไม่ เห็นว่า เงินสนับสนุนของพรรคการเมืองที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองนั้นเป็นเงินที่มอบให้แก่พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่มีสิทธิได้รับนำไปใช้ในการพัฒนาพรรคการเมืองและดำเนินกิจกรรมทางการเมืองโดยโจทก์ทั้งสองมีหน้าที่ควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินดังกล่าวให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงานและแผนการใช้เงินซึ่งหากใช้ไปโดยชอบและสามารถแสดงหลักฐานการใช้จ่ายต่อโจทก์ทั้งสองได้ พรรคการเมืองนั้นก็ไม่ต้องคืนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองแก่กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองแต่อย่างใด แต่หากเป็นการใช้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ที่ 1 ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองก็มีสิทธิเรียกคืนเงินในส่วนที่ใช้ไปโดยไม่ชอบคืนส่งเข้ากองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองได้ สิทธิในการเรียกคืนจึงเกิดมีขึ้นเมื่อมีการใช้เงินโดยมิชอบหรือเมื่อพรรคการเมืองนั้นถูกยุบแล้วแต่กรณี ซึ่งในส่วนเงินสนับสนุนของพรรค ด. ประจำปี 2557 นั้น แม้โจทก์ทั้งสองจะมีสิทธิเรียกคืนเงินในส่วนที่ใช้ไปโดยไม่ชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 84 ที่บัญญัติว่า "ในกรณีที่พรรคการเมืองใดได้รับเงินสนับสนุนไปแล้ว ถ้าต่อมาปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองนั้น ไม่ดำเนินการตามมาตรา 44 มาตรา 45 และมาตรา 46 หรือมาตรา 47 ให้นายทะเบียนเรียกคืนเงินสนับสนุนพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และให้นายทะเบียนนำเงินที่เรียกคืนส่งเข้ากองทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศกำหนด ก็ตาม แต่สิทธิในการเรียกคืนเงินดังกล่าวซึ่งเป็นหนี้ที่มิได้กำหนดวันชำระหนี้ไว้ โจทก์ชอบที่จะทวงถามให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และนายทองแดงชำระหนี้ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 วรรคหนึ่ง หากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และนายทองแดงไม่ชำระจึงจะตกเป็นผู้ผิดนัดต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ทั้งสองตามมาตรา 204 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 224 วรรคหนึ่ง (เดิม) ดังนั้น เมื่อปรากฏว่า โจทก์ที่ 1 มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และนายทองแดงให้คืนเงินและส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และนายทองแดงได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วไม่คืนเงิน โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ผิดนัดคือวันถัดจากวันครบกำหนดตามหนังสือดังกล่าวเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองในส่วนนี้จึงชอบแล้ว ส่วนการคืนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองประจำปี 2556 นั้น ข้อเท็จจริงได้ความจากคำฟ้องและจากหนังสือฉบับลงวันที่ 29 เมษายน 2557 ที่โจทก์ที่ 2 มีไปถึงพรรค ด. ว่า โจทก์ที่ 2 อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 82 ในการทวงถามให้พรรค ด. ส่งมอบเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคการเมือง ซึ่งตามมาตรา 82 บัญญัติให้นำความในมาตรา 42 วรรคสอง ว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองมาใช้บังคับกับกรณีการฝ่าฝืนมาตรา 82 โดยอนุโลม ต่อมาเมื่อพรรค ด. ไม่จัดส่งเอกสารดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 1 ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 42 วรรคสอง ดำเนินการเพื่อให้มีการยุบพรรค ด. หลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค ด. เมื่อเป็นกรณีที่พรรค ด. ถูกยุบเพราะฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 82 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 ความรับผิดในการคืนเงินสนับสนุนของพรรค ด. จึงต้องนำบทบัญญัติมาตรา 85 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาใช้บังคับ ส่วนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และนายทองแดงซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ด. อยู่ในช่วงปี 2556 จะต้องร่วมรับผิดกับพรรค ด. อย่างลูกหนี้ร่วมตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์ทั้งสองจึงไม่อาจเรียกดอกเบี้ยนับแต่วันที่พรรค ด. ได้รับเงินไปจากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ และเมื่อไม่ปรากฏว่าหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค ด. โจทก์ทั้งสองอาศัยสิทธิตามบทบัญญัติมาตรา 85 ทวงถามให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และนายทองแดงคืนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองที่พรรค ด. ได้รับไป เมื่อปี 2556 แล้ว แต่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และนายทองแดงไม่ชำระ โจทก์ทั้งสองก็ไม่อาจเรียกให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 และที่ 11 ถึงที่ 17 ในฐานะทายาทนายทองแดงรับผิดชำระดอกเบี้ยในช่วงเวลาตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรค ด. จนถึงวันก่อนวันฟ้องได้ ที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 17 รับผิดชำระดอกเบี้ยในส่วนเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองประจำปี 2556 ตั้งแต่วันฟ้องจึงชอบแล้วเช่นกัน ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น สำหรับที่จำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ยื่นคำแก้ฎีกาโดยอ้างว่าจำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองนั้น เป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับศาลล่างทั้งสอง ซึ่งจะต้องทำเป็นคำฟ้องฎีกา จะขอมาในคำแก้ฎีกาหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

อนึ่ง ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา มีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 และมาตรา 224 เป็นผลให้ดอกเบี้ยผิดนัดปรับเปลี่ยนจากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นอัตราร้อยละ 5 ต่อปีหรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและกำหนดดอกเบี้ยให้ถูกต้องตามพระราชกำหนดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสิบเจ็ดร่วมกันชำระเงิน 725,471.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560) เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2464 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 17 ร่วมกันชำระเงิน 9,216.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว โดยให้จำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 ให้จำเลยที่ 11 ถึงที่ 17 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 2 มีนาคม 2559 ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 8 และที่ 9 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 3 มีนาคม 2559 ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 8 เมษายน 2559 และให้จำเลยที่ 7 ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 9 เมษายน 2559 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2464 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง อัตราดอกเบี้ยที่จำเลยแต่ละคนต้องชำระนับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 นั้น ถ้ากระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนอัตราโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเมื่อใด ก็ให้ปรับเปลี่ยนไปตามนั้น แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000069.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.700/2564
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565