คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4912/2565 ฉบับเต็ม

#685876
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4912/2565 พนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว โจทก์ นาย ส. กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, มาตรา 66 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2550 มาตรา 3 เมทแอมเฟตามีน 1,140 เม็ด ที่จำเลยทั้งสองแบ่งมาไว้ที่ห้องเช่าเพื่อเสพและจำหน่ายนั้น เป็นจำนวนเดียวกับเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยทั้งสองซุกซ่อนไว้ที่คอกวัวของ ค. โดยจำเลยทั้งสองมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในคราวเดียวกัน เป็นเพียงแต่จำเลยทั้งสองแยกเอาเมทแอมเฟตามีนบางส่วนมาไว้ที่ห้องเช่า ส่วนที่เหลือจำเลยทั้งสองซุกซ่อนไว้มิได้นำติดตัวไปเท่านั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน 1,140 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 เพิ่มโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมาย นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ย.738/2562 ของศาลชั้นต้น ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ AIS 1 เครื่อง ของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษประหารชีวิตเมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 ได้อีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 คำให้การในชั้นจับกุมและทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) คงจำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิต ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ AIS 1 เครื่อง ของกลาง ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ย.738/2562 ของศาลชั้นต้น นั้น เนื่องจากศาลตัดสินประหารชีวิตจำเลยที่ 1 จึงไม่นับโทษต่อให้ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ย.738/2562 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย.216/2563 ของศาลชั้นต้น คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ว่า ก่อนยึดของกลางในคดีนี้ได้ ในวันเดียวกันนั้นได้มีการตรวจยึดเมทแอมเฟตามีน 1,140 เม็ด ได้ที่ห้องเช่าของจำเลยทั้งสอง แล้วจำเลยที่ 2 จึงนำเจ้าพนักงานตำรวจพร้อมจำเลยที่ 1 ไปตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางที่คอกวัวของนายเคนในเวลาต่อเนื่องกัน โดยนายเคนได้ให้การในชั้นจับกุมว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของจำเลยทั้งสองนำมาซุกซ่อนในที่เกิดเหตุและฝากให้นายเคนดูแล โดยให้ค่าจ้าง ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การในชั้นจับกุมว่า จำเลยทั้งสองและนายวิษณุร่วมกันไปรับ เมทแอมเฟตามีนจากบริเวณข้างถนนสายนครนายก แล้วนำมาไว้ในบริเวณที่เกิดเหตุและให้นายเคนดูแล จำเลยทั้งสองแบ่งเมทแอมเฟตามีนส่วนหนึ่งจำนวน 1,140 เม็ด มาไว้ที่ห้องเช่าเพื่อเสพและจำหน่าย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า เมทแอมเฟตามีนที่พบที่ห้องเช่าของจำเลยทั้งสองเป็นจำนวนเดียวกับเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยทั้งสองซุกซ่อนไว้ที่คอกวัวของนายเคน โดยจำเลยทั้งสองมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในคราวเดียวกันเป็นแต่เพียงจำเลยทั้งสองแยกเอาเมทแอมเฟตามีนบางส่วนมาไว้ที่ห้องเช่า ส่วนที่เหลือจำเลยทั้งสองซุกซ่อนไว้มิได้นำติดตัวไปเท่านั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน 1,140 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย.216/2563 ของศาลชั้นต้นแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยทั้งสองไม่ได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง (วยุรี วัฒนวรลักษณ์-ณรงค์ ประจุมาศ-วรวุฒิ ทวาทศิน) ศาลจังหวัดสระแก้ว - นายสราวุธ บุญญกูล ศาลอุทธรณ์ - นางสาวสุณิสา สมประสงค์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1448/2565 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
685876
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสระแก้ว",
        "judge": "นายสราวุธ บุญญกูล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวสุณิสา สมประสงค์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081944732"
    }
}
date
2565
deka_no
4912/2565
deka_running_no
4912
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "วยุรี วัฒนวรลักษณ์",
    "ณรงค์ ประจุมาศ",
    "วรวุฒิ ทวาทศิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 66"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2550",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2550",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ส. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 เพิ่มโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมาย นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ย.738/2562 ของศาลชั้นต้น ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ AIS 1 เครื่อง ของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษประหารชีวิตเมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 ได้อีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 คำให้การในชั้นจับกุมและทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) คงจำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิต ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ AIS 1 เครื่อง ของกลาง ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ย.738/2562 ของศาลชั้นต้น นั้น เนื่องจากศาลตัดสินประหารชีวิตจำเลยที่ 1 จึงไม่นับโทษต่อให้ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ย.738/2562 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย.216/2563 ของศาลชั้นต้น คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ว่า ก่อนยึดของกลางในคดีนี้ได้ ในวันเดียวกันนั้นได้มีการตรวจยึดเมทแอมเฟตามีน 1,140 เม็ด ได้ที่ห้องเช่าของจำเลยทั้งสอง แล้วจำเลยที่ 2 จึงนำเจ้าพนักงานตำรวจพร้อมจำเลยที่ 1 ไปตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางที่คอกวัวของนายเคนในเวลาต่อเนื่องกัน โดยนายเคนได้ให้การในชั้นจับกุมว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของจำเลยทั้งสองนำมาซุกซ่อนในที่เกิดเหตุและฝากให้นายเคนดูแล โดยให้ค่าจ้าง ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การในชั้นจับกุมว่า จำเลยทั้งสองและนายวิษณุร่วมกันไปรับ เมทแอมเฟตามีนจากบริเวณข้างถนนสายนครนายก แล้วนำมาไว้ในบริเวณที่เกิดเหตุและให้นายเคนดูแล จำเลยทั้งสองแบ่งเมทแอมเฟตามีนส่วนหนึ่งจำนวน 1,140 เม็ด มาไว้ที่ห้องเช่าเพื่อเสพและจำหน่าย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า เมทแอมเฟตามีนที่พบที่ห้องเช่าของจำเลยทั้งสองเป็นจำนวนเดียวกับเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยทั้งสองซุกซ่อนไว้ที่คอกวัวของนายเคน โดยจำเลยทั้งสองมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในคราวเดียวกันเป็นแต่เพียงจำเลยทั้งสองแยกเอาเมทแอมเฟตามีนบางส่วนมาไว้ที่ห้องเช่า ส่วนที่เหลือจำเลยทั้งสองซุกซ่อนไว้มิได้นำติดตัวไปเท่านั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน 1,140 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย.216/2563 ของศาลชั้นต้นแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยทั้งสองไม่ได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000057.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1448/2565
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565