คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3377/2565 ฉบับเต็ม

#686574
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3377/2565 พลตรี ธ. โจทก์ นาง ป. กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 170 วรรคหนึ่ง, มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ศาลไม่ได้บันทึกคำถามค้านของทนายจำเลยที่ 1 ที่ถามค้านโจทก์ในประเด็นเกี่ยวกับลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ตายและลายมือชื่อของพยานในพินัยกรรมปลอมโดยเห็นว่าไม่เกี่ยวกับประเด็นในคดี ก็เป็นการใช้ดุลพินิจในการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเกี่ยวกับการรับฟังข้อเท็จจริง หาใช่เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งว่าคดีมีมูลจึงชอบด้วยกฎหมาย เพราะการไต่สวนมูลฟ้องเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับศาลเพื่อให้ศาลได้ทราบข้อเท็จจริงว่าฟ้องโจทก์มีมูลหรือไม่ คำสั่งดังกล่าวสำหรับจำเลยที่ 1 ย่อมเด็ดขาดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 170 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 จะอุทธรณ์ฎีกาต่อไปอีกหาได้ไม่ หากในชั้นพิจารณาปรากฏว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดดังโจทก์ฟ้อง ศาลมีอำนาจยกฟ้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91, 180 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ โดยอ้างว่าศาลชั้นต้นไม่บันทึกคำถามค้านของทนายจำเลยที่ 1 ในประเด็นลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ตายและลายมือชื่อในพินัยกรรมปลอม โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากโจทก์ซึ่งเบิกความเป็นพยานเพียงว่า เหตุที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งห้าเนื่องจากมีการฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีที่ศาลแพ่งกล่าวหาว่าพินัยกรรมของภริยาโจทก์ปลอม ตามคดีหมายเลขดำที่ พ. 5072/2561 คดีหมายเลขแดงที่ พ. 1886/2563 ซึ่งไม่เป็นความจริงใช่หรือไม่เท่านั้น ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งว่าคดีมีมูลสำหรับจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การไต่สวนมูลฟ้องเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับศาลเพื่อให้ศาลได้ทราบข้อเท็จจริงเพื่อวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์มีมูลหรือไม่ จำเลยไม่มีอำนาจนำพยานมาสืบ แต่มีสิทธิตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ได้ การที่ศาลมีคำสั่งว่าคดีมีมูลก็เป็นเพียงแต่ให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปเท่านั้น หากในชั้นพิจารณาปรากฏว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดดังโจทก์ฟ้อง ศาลก็มีอำนาจยกฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 สำหรับคดีนี้เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาวินิจฉัยพยานหลักฐานแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 แม้ว่าศาลชั้นต้นจะมิได้บันทึกคำถามค้านของทนายจำเลยที่ 1 ที่ถามค้านโจทก์ในประเด็นเกี่ยวกับลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ตายและลายมือชื่อของพยานในพินัยกรรมปลอมโดยอ้างว่าไม่เกี่ยวกับประเด็นในคดีนี้ก็ตาม ก็เป็นการใช้ดุลพินิจในการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเกี่ยวกับการรับฟังข้อเท็จจริง หาใช่เป็นการยกเอาข้อเท็จจริงนอกสำนวนความและเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบแต่อย่างใดไม่ คำสั่งดังกล่าวได้แสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมเหตุผลประกอบตามสมควรแล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งว่าคดีมีมูลสำหรับจำเลยที่ 1 จึงชอบด้วยกฎหมาย และคำสั่งดังกล่าวย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 จำเลยที่ 1 จะอุทธรณ์ฎีกาต่อไปอีกหาได้ไม่ เมื่อจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ในทำนองโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้คดีมีมูล จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้นั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธีระพงศ์ จิระภาค-ทรงพล สงวนพงศ์-กมล คำเพ็ญ) ศาลแขวงพระนครเหนือ - นางธนิดา นิรันตรัตน์ ศาลอุทธรณ์ - นางถวิลวงศ์ จิตร์วิวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.794/2565 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
686574
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครเหนือ",
        "judge": "นางธนิดา นิรันตรัตน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางถวิลวงศ์ จิตร์วิวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081945638"
    }
}
date
2565
deka_no
3377/2565
deka_running_no
3377
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "ทรงพล สงวนพงศ์",
    "กมล คำเพ็ญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 170 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 185 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พลตรี ธ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ป. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91, 180

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ โดยอ้างว่าศาลชั้นต้นไม่บันทึกคำถามค้านของทนายจำเลยที่ 1 ในประเด็นลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ตายและลายมือชื่อในพินัยกรรมปลอม โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากโจทก์ซึ่งเบิกความเป็นพยานเพียงว่า เหตุที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งห้าเนื่องจากมีการฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีที่ศาลแพ่งกล่าวหาว่าพินัยกรรมของภริยาโจทก์ปลอม ตามคดีหมายเลขดำที่ พ. 5072/2561 คดีหมายเลขแดงที่ พ. 1886/2563 ซึ่งไม่เป็นความจริงใช่หรือไม่เท่านั้น ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งว่าคดีมีมูลสำหรับจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การไต่สวนมูลฟ้องเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับศาลเพื่อให้ศาลได้ทราบข้อเท็จจริงเพื่อวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์มีมูลหรือไม่ จำเลยไม่มีอำนาจนำพยานมาสืบ แต่มีสิทธิตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ได้ การที่ศาลมีคำสั่งว่าคดีมีมูลก็เป็นเพียงแต่ให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปเท่านั้น หากในชั้นพิจารณาปรากฏว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดดังโจทก์ฟ้อง ศาลก็มีอำนาจยกฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 สำหรับคดีนี้เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาวินิจฉัยพยานหลักฐานแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 แม้ว่าศาลชั้นต้นจะมิได้บันทึกคำถามค้านของทนายจำเลยที่ 1 ที่ถามค้านโจทก์ในประเด็นเกี่ยวกับลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ตายและลายมือชื่อของพยานในพินัยกรรมปลอมโดยอ้างว่าไม่เกี่ยวกับประเด็นในคดีนี้ก็ตาม ก็เป็นการใช้ดุลพินิจในการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเกี่ยวกับการรับฟังข้อเท็จจริง หาใช่เป็นการยกเอาข้อเท็จจริงนอกสำนวนความและเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบแต่อย่างใดไม่ คำสั่งดังกล่าวได้แสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมเหตุผลประกอบตามสมควรแล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งว่าคดีมีมูลสำหรับจำเลยที่ 1 จึงชอบด้วยกฎหมาย และคำสั่งดังกล่าวย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 จำเลยที่ 1 จะอุทธรณ์ฎีกาต่อไปอีกหาได้ไม่ เมื่อจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ในทำนองโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้คดีมีมูล จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้นั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000064.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.794/2565
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565